เกิดเหตุระเบิดรถบรรทุกทหารที่ภาคย่างกุ้งของเมียนมา

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดโจมตีรถบรรทุกทหารที่เขต Hlegu ภาคย่างกุ้ง เมื่อ 31 ส.ค.64  เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และรถบรรทุกได้รับความเสียหาย หลังจากกองกำลังป้องกันประชาชนกลุ่ม Hlegu People Defense Force (HPDF) ขว้างระเบิดโจมตีป้อมทหารที่เขต Hlegu ทำให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย เมื่อ 30 ส.ค.64 และเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มลอบวางระเบิดขนาดเล็กอย่างน้อย 12 แห่ง ในภาคย่างกุ้งและภาคมัณฑะเลย์ของเมียนมา ระหว่าง 29-30 ส.ค.64

ปากีสถาน

ระบุเมื่อ 1 ก.ย.64 เริ่มฉีดวัคซีนโรค COVID-19 ในผู้ที่อายุ 17 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นไปตามแผนการฉีดวัคซีนของรัฐบาล หลังมีผู้เสียชีวิตเกินกว่า 100 รายเป็นวันที่สองติดต่อกัน

ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 1 ก.ย.64 หยุดให้บริการขนส่งสิ่งของไปรษณีย์ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิกตอเรีย และออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรีเป็นเวลา 4 วัน (4-7 ก.ย.64) เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19 ทั้งนี้ มี จนท.ไปรษณีย์ต้องกักบริเวณแล้วกว่า 500 ราย

เกาหลีใต้

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 แม้ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว โดยพบในผู้ที่ฉีดวัคซีนของบริษัท Johnson & Johnson มากที่สุดในอัตราร้อยละ 0.113 รองลงมาคือ วัคซีนของบริษัท AstraZeneca ร้อยละ 0.068 และวัคซีนของบริษัท Pfizer ร้อยละ 0.021

สหภาพยุโรป

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบ 2 โดสให้กับประชากรวัยผู้ใหญ่ร้อยละ 70 ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และอยู่ระหว่างพิจารณาความเป็นไปได้ในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ภายในปี 2564

ลาว

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 ขยายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรค COVID-19 ทั่วประเทศอีก 15 วัน (ห้วง 1-15 ก.ย.64)

อินโดนีเซีย

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 ขอให้ประชาชนเปลี่ยนการติดตั้งแอปพลิเคชันในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรค COVID-19 จาก Indonesia Health Alert Card (eHAC) ที่พัฒนาโดย สธ.อินโดนีเซียเป็น PeduliLindungi ซึ่งพัฒนาโดยกระทรวงการสื่อสารและข้อมูลของอินโดนีเซีย เนื่องจากสงสัยว่า eHAC มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

WHO

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 ติดตามการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ B.1621 (Mu) ที่พบครั้งแรกเมื่อ ม.ค.64 ที่โคลอมเบีย ซึ่งมีความเสี่ยงที่เชื้อจะลดทอนประสิทธิภาพวัคซีนและหลบหลีกภูมิคุ้มกันได้

พระพรหมไทยในไทเป : เทพเจ้าฮินดูที่กลายเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัย

ในซอยเล็ก ๆ กลางไทเป ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าซ่งเจียงหนานจิง เป็นที่ตั้งของรูปปั้นเทพเจ้าฮินดู สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากอินเดียที่กำลังมีบทบาทต่อการเสริมสร้างพลังใจให้ชาวใต้หวัน โดยเฉพาะคนรุ่นหนุ่มสาว   พื้นที่เล็ก ๆ บริเวณหัวมุมถนนคลุมไว้ด้วยเต๊นท์ผ้าใบสีแดงสด ปิดบังบรรยากาศภายในไว้ด้วยกระถางใส่ดอกไม้สดนับร้อยช่อ และพวงมาลัยเจ็ดสีหลายศอกแขวนยาวเป็นพืด ให้อารมณ์เหมือนเป็นร้านขายดอกไม้ที่ปากคลองตลาดผสมกับศาลใต้ต้นไทรท้ายซอย ต้องเดินผ่านประตูรั้วและมองทะลุควันธูปเข้าไป จึงจะเห็นว่าเป็น “พระพรหม” ที่ประดิษฐานเป็นประธานอยู่ข้างในนั้น ตามที่ชื่อสถานที่บอกไว้ว่าที่แห่งนี้คือ “Changchun Phra Phrom” หรือศาลพระพรหมฉางชุน   ผมเจอสถานที่แห่งนี้โดยบังเอิญบน Google Map ขณะเดินเล่นที่ไต้หวัน สิ่งที่เตะตาจนสงสัยและถึงกับต้องตามไปดูของจริงก็ด้วยการสะกดคำว่าพระพรหมตามแบบราชบัณฑิตไทยว่า “Phra Phrom” ซึ่งต่างจากการสะกดว่า “Brahma” ตามแบบสากล ซึ่งทำให้อนุมานได้ว่าน่าจะเป็นพระพรหมที่ไต้หวันได้อิทธิพลมาจากไทยมากกว่าอินเดีย ก็เลยสงสัยขึ้นมาถึงที่มาที่ไปว่าพระพรหมของไทยมาโผล่อะไรเอาตรงนี้   ในซอยเล็กริมถนนใหญ่ที่เป็นย่านธุรกิจสำคัญของไทเป เมื่อเดินหลุดผ่านรั้วเข้าไปในศาลพระพรหมฉางชุน เหมือนกับว่าผ่านประตูทะลุมิติโผล่ที่ไทย บรรยากาศบ้านเมืองแบบไต้หวันที่เคยรายรอบหายไป แทนที่ด้วยสิ่งแวดล้อมคุ้นตา พระพรหมสี่หน้า กระถางธูป ดอกดาวเรือง เครื่องทองเหลือง ฯลฯ ประกอบกันแล้วเหมือนเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ในมุมหนึ่งของกรุงเทพมหานคร   มีเพียงชาวไต้หวันเป็นสิ่งยืนยันว่าตอนนี้ยังอยู่บนแผ่นดินไต้หวัน ตลอดเวลาที่ผมอยู่ที่นั่น ศาลเล็ก ๆ แห่งนี้มีชาวไต้หวันที่ศรัทธาเดินเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ประมาณด้วยสายตาแล้วส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาววัยทำงานหรือกำลังเรียน…

ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือควรเป็นนโยบายเร่งด่วน

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 อ้าง เจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ว่า การโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือกลับสู่การเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ควรเป็นนโยบายเร่งด่วน หลังทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency-IAEA) รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า เกาหลีเหนือรื้อฟื้นการทำงานเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ศูนย์นิวเคลียร์ย็องบย็อน (Yongbyon complex) ตั้งแต่ต้น ก.ค.64 หลังปิดการใช้งานตั้งแต่ ธ.ค.61 โดยมีความเป็นไปได้สูงว่า อาจเป็นการผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ นอกจากนี้ เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ แสดงท่าทีเชิงรุกเพื่อรื้อฟื้นการเจรจากับเกาหลีเหนือบนพื้นฐานของทัศนะร่วมต่อสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีในปัจจุบัน ทั้งนี้ เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ยังคงติดตามการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด