ฟิลิปปินส์ขอให้สหรัฐฯ ช่วยจัดหาวัคซีน COVID-19 เพิ่มเติม

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ แถลงผ่านทางโทรทัศน์ประจำสัปดาห์เมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า ขอให้สหรัฐฯ ช่วยจัดหาวัคซีน COVID-19 ให้ฟิลิปปินส์เพิ่มเติม  โดยเข้าใจว่าสหรัฐฯ ต้องช่วยเหลือคนในประเทศก่อน  แต่หากมีวัคซีนส่วนเกิน ขอให้พิจารณาช่วยเหลือฟิลิปปินส์ ที่พร้อมซื้อวัคซีนดังกล่าว ก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ในการจัดซื้อวัคซีน รวมทั้งการรับบริจาควัคซีนบริษัท Moderna จำนวน 3 ล้านโดส   และวัคซีน บริษัท Johnson & Johnson ผ่านโครงการ COVAX จำนวน 3.2 ล้านโดส

เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย ในกรุงคาบูลอ้างประธานาธิบดีอัฟกานิสถานหลบหนีด้วยเฮลิคอปเตอร์ที่เต็มไปด้วยเงินสด

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย ในกรุงคาบูลอ้างว่านายโมฮัมหมัด อัชราฟ กานี ประธานาธิบดีอัฟกานิสถานหลบหนีออกนอกประเทศด้วยรถยนต์จำนวน 4 คันและเฮลิคอปเตอร์หนึ่งลำซึ่งเต็มไปด้วยเงินสดจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม มีเงินสดจำนวนมากที่ไม่สามารถขนไปได้ ก่อนหน้านี้นาย Zamir Kabulov ผู้แทนพิเศษรัสเซียประจำอัฟกานิสถานระบุในทำนองเดียวกันว่าไม่ทราบแน่ชัดเกี่ยวกับจำนวนเงินสดที่ไม่สามารถขนไปได้ แต่หวังว่าสมาชิกรัฐบาลอัฟกานิสถานจะไม่หลบหนีไปพร้อมกับเงินงบประมาณทั้งหมดของประเทศ ทั้งนี้ รัสเซียประกาศว่าจะยังคงให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจด้านการทูตในอัฟกานิสถานต่อไป รวมทั้ง จะพัฒนาความสัมพันธ์กับกลุ่มตอลิบันแต่จะไม่รีบร้อนรับรองกลุ่มตอลิบันในฐานะรัฐบาลและจะจับตาพฤติการณ์ของกลุ่มตอลิบันอย่างใกล้ชิด

เครื่องบินกองทัพอัฟกานิสถานถูกกองทัพอากาศอุซเบกิสถานยิงตกใกล้ชายแดน

สำนักข่าว TRT รายงานเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า นาย Bakhrom Zulfikarov โฆษกกระทรวงกลาโหมอุซเบกิสถานแถลงว่ากองทัพอากาศยิงเครื่องบินของกองทัพอัฟกานิสถานตกในเขตจังหวัด Surxondaryo ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอัฟกานิสถาน หลังจากเครื่องบินลำดังกล่าวพยายามบินข้ามพรมแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงกลาโหมอุซเบกิสถานไม่ได้ระบุเกี่ยวกับจำนวนผู้โดยสารบนเครื่องบินลำดังกล่าว รวมทั้งจำนวนผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถานและอุซเบกิสถานมีพรมแดนติดกับอัฟกานิสถานทำให้ได้รับผลกระทบจากการสู้รบระหว่างรัฐบาลอัฟกานิสถานกับกลุ่มตอลิบัน โดยอุซเบกิสถานควบคุมตัวทหารชาวอัฟกานิสถานจำนวน 84 นายที่หนีข้ามพรมแดนเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการสู้รบ

สถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประสานรับชาวเวียดนามในอัฟกานิสถานเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัยแล้ว

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Vietnamnet Global รายงานเมื่อ 16 ส.ค.64 อ้างประกาศทางเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามรับผิดชอบปากีสถานและอัฟกานิสถาน ว่า ปัจจุบัน ไม่มีชาวเวียดนามอยู่ในอัฟกานิสถานแล้ว เนื่องจากทางสถานเอกอัครราชทูตได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อ 3 ส.ค.64 รับชาวเวียดนามที่ทำงานให้หน่วยงานแห่งหนึ่งของสหประชาชาติในอัฟกานิสถานเดินทางกลับเวียดนามอย่างปลอดภัยแล้ว พร้อมให้หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน (hotline) +92 0336 3336868 (Whatsapp) หรือ +84 936 061996 (Zalo, Viber) และหมายเลข +92 51 2655785/87 เพื่อติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูต รวมถึงศูนย์รับเรื่องการคุ้มครองพลเมืองเวียดนาม กรมการกงสุลกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ +84 981 848484

เวียดนามแจกข้าวกว่า 4,000 ตันให้ 3 จังหวัดภาคใต้ที่เผชิญปัญหาการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VGP News ของรัฐบาลเวียดนาม รายงานเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า นายเล วัน ถั่ญ รองนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้มอบหมายให้ กระทรวงการคลังนำข้าวในคลังสำรองแห่งชาติกว่า 4,117 ตัน ออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ใน 3 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดบิ่ญเพื้อก จำนวน 559.74 ตัน จังหวัดบั๊กเลียว 636.975 ตัน และ จังหวัดซ้อกจัง 2,931.085 ตัน วันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ฝั่ม มิญ จิ๊ญ ของเวียดนาม ได้กล่าวย้ำความสำคัญการเร่งตรวจหาเชื้อ COVID-19 และการคัดกรองผู้ติดเชื้อทั้งหมดออกจากชุมชน เพื่อนำไปสู่การยกเลิกมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและการฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเร็ววัน ทั้งนี้ การขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการดังกล่าวกลายเป็นปัจจัยผลักดันให้แรงงานประมาณ 800 คนในนครโฮจิมินห์เดินทางกลับจังหวัดบ้านเกิด เนื่องจากไม่สามารถแบกรับค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายรายวัน แต่เจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่านสกัดมิให้กลุ่มคนดังกล่าวเดินทางกลับ สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมของเวียดนามเมื่อ 16 ส.ค.64 กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า อยู่ที่…

สหรัฐฯ ติดต่อหารือกับกลุ่มตอลิบันเกี่ยวกับการอพยพชาวอเมริกันและการเมืองในอัฟกานิสถาน

สำนักข่าวบลูมเบอร์ก รายงานเมื่อ 17 ส.ค.64 อ้างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ติดต่อกับกลุ่มตอลิบันในคาบูล อัฟกานิสถาน และผู้แทนกลุ่มตอลิบันในโดฮา กาตาร์ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการอพยพชาวอเมริกันและชาวอัฟกานิสถานที่ได้รับวีซ่าพิเศษจากสหรัฐฯ รวมทั้งประเด็นสถานการณ์การเมืองในอัฟกานิสถาน โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การหารือเป็นไปด้วยดี และสหรัฐฯ เตือนกลุ่มตอลิบันไม่ให้โจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในพื้นที่ พร้อมให้ความเห็นเกี่ยวกับการรับรองสถานะผู้นำอัฟกานิสถานในอนาคตว่า สหรัฐฯ จะยอมรับผู้นำอัฟกานิสถานที่จัดตั้งรัฐบาลที่ครอบคลุมโดยมีผู้แทนของทุกฝ่าย รวมทั้งสตรี และต้องให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน รวมทั้งไม่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ทั้งนี้ ท่าทีของสหรัฐฯ มีขึ้นในห้วงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เร่งหารือกับประเทศต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นอัฟกานิสถาน รวมทั้งจีนและรัสเซีย

บริษัท Pfizer ของสหรัฐฯ จะขออนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มที่ 3 สำหรับบุคคลทั่วไป

หนังสือพิมพ์ วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า บริษัท Pfizer ของสหรัฐฯ ยื่นขอให้องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (Food and Drug Administration-FDA) อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มที่ 3 สำหรับบุคคลทั่วไป โดยระบุว่า ผลการทดสอบวัคซีนของบริษัท Pfizer ที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า วัคซีนเข็มที่ 3 ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อกลายพันธุ์ รวมทั้งสายพันธุ์เดลตา และมีความปลอดภัย ทั้งนี้ คาดว่า FDA จะพิจารณาการใช้วัคซีนเข็มที่ 3 เพิ่มในห้วงสัปดาห์หน้า ปัจจุบัน FDA อนุมัติการใช้วัคซีนชนิด mRNA ของบริษัท Pfizer เป็นเข็มที่ 3 สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ด้านแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ ยังไม่มีผลการทดสอบที่ยืนยันประสิทธิภาพในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 สำหรับบุคคลทั่วไป

สหรัฐฯ ยืนยันว่ายังคงถอนทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถาน

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนเกี่ยวกับนโยบายสหรัฐฯ ต่ออัฟกานิสถาน เมื่อ 16 ส.ค.64 สาระสำคัญ คือ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มตอลิบันยึดเมืองคาบูลและเมืองสำคัญอื่น ๆ เมื่อ 15 ส.ค.64 พร้อมกับยอมรับว่า สถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่สหรัฐฯ ประเมินไว้ อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีไบเดนยืนยันว่า สหรัฐฯ จะถอนทหารออกจากพื้นที่ เนื่องจากทหารอเมริกันจะไม่ปฏิบัติการต่อสู้ในสงครามกลางเมืองในประเทศอื่น และที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้สนับสนุนรัฐบาลอัฟกานิสถานทุกด้านเพื่อให้มีความพร้อมด้านความมั่นคง รวมทั้งได้เจรจากับกลุ่มตอลิบัน สำหรับการดำเนินนโยบายในห้วงต่อไป สหรัฐฯ จะเดินหน้าใช้เครื่องมือทางการทูต เศรษฐกิจ และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวอัฟกานิสถาน พร้อมส่งสัญญาณเตือนกลุ่มตอลิบันไม่ให้โจมตีบุคคลหรือผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน เพราะสหรัฐฯ พร้อมจะตอบโต้

ญี่ปุ่นเห็นพ้องที่จะร่วมมือกับอียิปต์กรณีอัฟกานิสถาน

สำนักข่าว Kyodo รายงานเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า นายโทชิมิทสึ โมเทกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นพบกับประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี ของอียิปต์ และนาย Sameh Shoukry รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างการเยือนตะวันออกกลางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน และเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันในการรับประกันเสถียรภาพของอัฟกานิสถาน หลังจากกลุ่มตอลิบันเข้าควบคุมกรุงคาบูลและเมืองสำคัญ โดยนายโมเทกิเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในอัฟกานิสถานฟื้นฟูสันติภาพและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในประเทศ รวมถึงปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อไม่ให้เป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความไม่มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ญี่ปุ่นและอียิปต์ยังหารือถึงความร่วมมือเกี่ยวกับโรค COVID-19 และส่งเสริมสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ทั้งนี้ นายโมเทกิมีกำหนดการเดินทางไปอิสราเอลและปาเลสไตน์ ซึ่งคาดว่าจะเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศยุติการสู้รบและกลับมาเจรจาสันติภาพ รวมถึงจะแสดงคำมั่นของญี่ปุ่นต่อการฟื้นฟูฉนวนกาซาด้วยเช่นกัน

ญี่ปุ่น

ระบุเมื่อ 17 ส.ค.64 เตรียมจัดหาวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของประชาชนด้วยวัคซีนเข็มที่ 3 ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นลงนามจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติมแล้ว 170 ล้านโดส แบ่งเป็นวัคซีนของบริษัท Pfizer 120 ล้านโดส และบริษัท Moderna 50 ล้านโดส โดยมีกำหนดส่งมอบในปี 2565