ฟิลิปปินส์

แถลงเมื่อ 9 ส.ค.64 ถึงการตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตาเพิ่มขึ้นใน 13 ภูมิภาค จากทั้งหมด 17 ภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์ตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 47 หรือเฉลี่ย 7.2 คน ต่อประชากร 100,000 คน

สหราชอาณาจักร

ระบุเมื่อ 8 ส.ค.64 ถึงผลการวิเคราะห์เบื้องต้นว่า จำนวนเชื้อ COVID-19 ในร่างกายของผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาที่เคยรับวัคซีนครบสองโดสแล้ว มีปริมาณเทียบเท่ากับที่พบในร่างกายผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ได้รับวัคซีน จึงมีแนวโน้มแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้เช่นเดียวกัน

บรูไน

ประกาศเมื่อ 8 ส.ค.64 บังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเข้มงวดเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ ระหว่าง 8-21 ส.ค.64 เพื่อควบคุมการระบาดของโรค COVID-19 เนื่องจากตรวจพบผู้ติดรายใหม่จำนวน 7 ราย เมื่อ 7 ส.ค.64 ซึ่งเป็นการพบผู้ติดเชื้อในประเทศครั้งแรกในรอบ 15 เดือน นับตั้งแต่ 6 พ.ค.63

สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 8 ส.ค.64 ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 6 เดือน เป็นวันละประมาณ 100,000 ราย เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตา และชาวอเมริกันบางส่วนไม่ฉีดวัคซีน

กัมพูชา

ประกาศเมื่อ 7 ส.ค.64 จะเริ่มฉีดวัคซีนของบริษัท AstraZeneca เป็นวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับบุคคลากรด่านหน้า เช่น แพทย์ จนท.รัฐ และ จนท.ที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดน ในจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับไทย ได้แก่ จ.พระตะบอง จ.บันเตียเมียนเจย จ.ไพลิน จ.เกาะกง จ.อุดรมีชัย จ.โพธิสัต และ จ.พระวิหาร ตั้งแต่ 8 ส.ค.64

อิสราเอล

ระบุเมื่อ 8 ส.ค.64 เริ่มยกระดับมาตรการควบคุมโรค COVID-19 โดยขยายการใช้งานระบบ Green Pass ในกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มทั้งหมด จากเดิมใช้เฉพาะในการรวมกลุ่มมากกว่า 100 คน ซึ่งอนุญาตให้ใช้บริการเฉพาะผู้ได้รับวัคซีนครบโดส ผู้ที่หายจากโรค COVID-19 และผู้ที่มีผลตรวจไม่พบเชื้อเท่านั้น

ซาอุดีอาระเบีย

ประกาศเมื่อ 8 ส.ค.64 จะเริ่มเปิดให้ผู้แสวงบุญชาวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบโดส ยื่นคำขอเดินทางเยือนนครมักกะฮ์ เพื่อประกอบพิธีอุมเราะห์ ใน 9 ส.ค.64

อินเดีย

ระบุเมื่อ 7 ส.ค.64 อนุมัติใช้วัคซีนของบริษัท Johnson & Johnson ของสหรัฐฯ เป็นกรณีฉุกเฉิน ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ชนิดที่ 5 ที่อินเดียอนุมัติต่อจากวัคซีน Covishield วัคซีน Covaxin วัคซีน Sputnik V และวัคซีน Moderna ตามลำดับ

เวียดนามขอให้จีนยุติการฝึกทหารในบริเวณหมู่เกาะหว่างซา (พาราเซล)

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VGP News ของรัฐบาลเวียดนาม รายงานเมื่อ 5 ส.ค.64 อ้างถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศว่า เวียดนามต้องการให้จีนยุติและไม่ปฏิบัติการฝึกทหารในบริเวณหมู่เกาะหว่างซา (พาราเซล) ในห้วงระหว่าง 6-10 ส.ค.64 เพราะละเมิดอธิปไตยของเวียดนาม ขัดต่อปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Declaration of the Conduct of Parties in the South China Sea-DOC) และทำให้สถานการณ์ซับซ้อน นอกจากนี้ การฝึกดังกล่าวยังไม่นำมาซึ่งกระบวนการเจรจาระหว่างอาเซียนกับจีนว่าด้วยการจัดทำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct-CoC) และการรักษาทะเลตะวันออก (ทะเลจีนใต้) เป็นทะเลสันติภาพ มีเสถียรภาพ และความร่วมมือ ทั้งนี้ เวียดนามยืนยันหลักฐานทางประวัติศาสตร์และพื้นฐานด้านกฎหมายมาโดยตลอด

สหรัฐฯ เตือนประเทศในเอเชียให้ระมัดระวังการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของจีน

สำนักข่าวบลูมเบอร์กรายงานเมื่อ 6 ส.ค.64 อ้างท่าทีนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum-ARF) เตือนประเทศในภูมิภาคให้ระมัดระวังการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของจีน โดยระบุว่าจีนเปลี่ยนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์จากเพื่อการป้องปรามเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ นายบลิงเคนเรียกร้องให้จีนปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายทางทะเล รวมทั้งยุติพฤติกรรมแข็งกร้าวในทะเลจีนใต้ ตลอดจนแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทิเบต ฮ่องกง และซินเจียง ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบโต้สหรัฐฯ โดยไม่ได้พาดพิงโดยตรง แต่ระบุว่าประเทศต่าง ๆ ควรจะหลีกเลี่ยงการแทรกแซงกิจการภายใน สำหรับประเด็นอื่น ๆ ที่นายบลิงเคนเน้นในการประชุมดังกล่าว ได้แก่ สนับสนุนให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ และให้เมียนมายุติการใช้มาตรการรุนแรงปราบปรามประชาชนและกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว