โรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามลดกำลังการผลิตเนื่องจากประสบปัญหาการเงิน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VnExpress International รายงานเมื่อ 25 ม.ค.65 ว่า โรงกลั่นน้ำมัน Nghi Son ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ลดกำลังการผลิตน้ำมันประมาณร้อยละ 20 เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากคูเวต โดยยุติการนำเข้าแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ และอาจต้องปิดโรงกลั่นน้ำมันใน ก.พ.65 หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่ออุปทานภายในประเทศ ทั้งนี้ โรงกลั่นน้ำมัน Nghi Son มีศักยภาพการผลิตน้ำมันดิบวันละ 200,000 บาร์เรล หรือปีละ 10 ล้านตัน โดยเป็นการร่วมหุ้นระหว่างบริษัท Petrovietnam (ร้อยละ 25.1) ส่วนที่เหลือเป็นของบริษัทต่างชาติ 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท Kuwait Petroleum International (ร้อยละ 35.1) ของคูเวต และบริษัท Idemitsu Kosan (ร้อยละ 35.1) กับบริษัท Mitsui Chemicals…

บริษัทไทยซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก 2 แห่งในเวียดนาม

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Vietnamnet Global รายงานเมื่อ 26 ม.ค.65 ว่า บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) ตกลงซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 แห่ง ขนาด 50 เมกะวัตต์ มูลค่า 26.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเวียดนาม คือ 1) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Chu Ngoc ขนาด 15 เมกะวัตต์ ใน จังหวัดซาลาย เขตที่สูงตอนกลางของเวียดนาม ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ มิ.ย.62 และ 2) ฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ Nhon Hai ขนาด 35 เมกะวัตต์ ใน จังหวัดญถ่วน ภาคกลาง ซึ่งเริ่มผลิตไฟฟ้าเมื่อ ก.ค.63 โดยทั้งสองแห่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity-EVN) เป็นเวลา 20 ปี การตกลงครั้งนี้มีขึ้นหลังจากบริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน)…

บริษัทพลังงานออสเตรเลียประกาศถอนการลงทุนในเมียนมา

สำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 27 ม.ค.65 อ้างแถลงการณ์ของบริษัทสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ Woodside Petroleum ของออสเตรเลีย ต่อตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย ว่า บริษัทจะเริ่มถอนตัวจากสัญญาที่เหลืออยู่กับบริษัท Myanmar Oil and Gas Enterprise (MOGE) ในการสำรวจก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งเมียนมา เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมายังดำเนินอยู่ต่อเนื่อง บริษัทจึงไม่สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ A-6 หรือธุรกิจอื่น ๆ ในอนาคต โดยก่อนหน้านี้ บริษัท Woodside Petroleum สั่งระงับการดำเนินงานในเมียนมาตั้งแต่ 27 ก.พ.64 หลังเหตุการณ์กองทัพยึดอำนาจ นอกจากนี้ บริษัทออกแถลงการณ์อีกฉบับ ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา และสนับสนุนเมียนมาให้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติ ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากบริษัท Chevron ของสหรัฐฯ และบริษัท TotalEnergies ของฝรั่งเศส ประกาศถอนการลงทุนจากเมียนมา

ไนจีเรียเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไข้ลัสสา

ศูนย์ควบคุมโรคไนจีเรีย (Nigeria Centre for Disease Control–NCDC) แถลงเมื่อ 26 ม.ค.65 ว่า เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไข้ลัสสาครั้งใหม่ โดยตั้งแต่ปี 2565 พบผู้ติดเชื้อไข้ลัสสาแล้ว 115 ราย และมีผู้เสียชีวิต 26 ราย ในพื้นที่ของรัฐบาลท้องถิ่น 30 แห่งใน 11 รัฐ จากทั้งหมด 36 รัฐของไนจีเรีย NCDC ระบุจะร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และพยายามลดอัตราผู้เสียชีวิตจากไข้ลัสสาให้เหลือเพียงตัวเลขหลักเดียว ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของโรคเกิดในช่วงฤดูร้อน (มกราคม-เมษายน) โดยมีหนูเป็นพาหะนำโรค ติดต่อโรคด้วยการสัมผัสละอองฝอย อุจจาระหรือปัสสาวะของหนู และยังสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนทางเพศสัมพันธ์ ผู้ติดเชื้อมักมีอาการไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการ ส่วนใหญ่ที่พบจะมีอาการไข้ เจ็บคอ อ่อนเพลีย อาเจียน และท้องร่วง

ประเทศไทย กับการเป็นพื้นที่แสดงอำนาจของประเทศมหาอำนาจ

ตั้งแต่เริ่มติดต่อกับโลกภายนอก หน่วยการปกครองในอาณาบริเวณที่เรียกว่า “ไทย” ในปัจจุบัน ไม่เคยมีสถานะเป็นศูนย์กลางอำนาจของโลก ในอดีตกาลนั้นไทยเป็นพื้นที่ห่างไกลทั้งในเชิงกายภาพ และอำนาจของมหาอำนาจแผ่เข้ามาไม่ถึง ไทยจึงเป็นพื้นที่ของความเป็นอื่น ที่มหาอำนาจต้องเข้ามาสำรวจ บุกเบิก เพื่อขจัดความไม่รู้ (อันเป็นสภาวะไม่พึงปรารถนาของผู้มีอำนาจ) ให้สูญสิ้นไป จนที่สุดก็นำไปสู่ความต้องการ “ยึดครอง” ในยุคของการล่าอาณานิคมของจักวรรดินิยมยุโรป เพื่อกวาดเอาทรัพยากรและแรงงานเข้าสู่ศูนย์กลางของอำนาจ   ถึงแม้ไทยจะไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นโดยตรง แต่ก็ไม่ได้หลุดรอดจากการเอารัดเอาเปรียบของระบบโลก โลกในยุคสมัยของจักรวรรดินิยมและพาณิชย์นิยม แบ่งประเทศต่าง ๆ ออกเป็นชนชั้นตามลำดับอำนาจ จึงเป็นโลกแห่งความเอารัดเอาเปรียบ ที่ศูนย์กลางอำนาจขูดรีดเอาทรัพยากรจากประเทศชายขอบไปเข้าสู่กระบวนการผลิตที่จะสะสมความรุ่งเรืองของตน ระบบเศรษฐกิจของไทยจึงมีพื้นฐานอยู่บนโครงสร้างโลกที่ไม่สมดุล จากการถูกกดขี่โดยมหาอำนาจ (และนำไปสู่การกดขี่ตามลำดับชั้นภายในประเทศอีกทีหนึ่ง)   การแข่งขันด้านอุดมการณ์ของสหรัฐฯ – สหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็น ก็ยังคงอยู่บนพื้นฐานของการจัดแบ่งประเทศตามลำดับชั้นของอำนาจ โลกในยุคสมัยนั้นแบ่งเป็น 2 ขั้ว ที่มหาอำนาจทั้ง 2 แข่งขันกันสร้างโลกที่มีตนเป็นผู้นำโดยมีบริวารคือบรรดาประเทศที่มีอำนาจน้อยกว่า การที่ไทยเลือกข้างอยู่กับสหรัฐฯ ทำให้พื้นที่ประเทศไทย เป็นพื้นที่ของการแสดงอำนาจของสหรัฐฯ ด้วยแนวทางการพยายามสถาปนาแนวคิดเสรีนิยมและทุนนิยมให้ลงหลักปักฐานเป็นแนวคิดหลักของสังคมไทยในทุกมิติ การต่อสู้เพื่อแสดงอำนาจของสหรัฐฯ ประกอบไปด้วย 2 แนวรบที่คู่ขนานกัน ด้านหนึ่งคือการสนับสนุนรัฐไทยต่อสู้กับกองกำลังคอมมิวนิสต์ ในอีกด้านหนึ่งคือการช่วยเหลือรัฐไทยเร่งรัดพัฒนาประเทศตามทฤษฎีการสร้างความทันสมัย (Modernization) ที่ใช้ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรม ของสหรัฐฯ…

ทิศทางราคาข้าวโพด ไตรมาส 1 ปี 2565

เมื่อกล่าวถึงสินค้าที่มีความต้องการทางตลาดค่อนข้างสูงมาตลอดภายในอุตสาหกรรมการเกษตรทั่วโลกนั้นคงเลี่ยงข้าวโพดไม่ได้ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มักถูกนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ในฟาร์ม (livestock feeds) และวัตถุดิบในการประกอบอาหาร เช่น แป้งข้าวโพด น้ำมันข้าวโพด และเครื่องปรุงรูปแบบต่างๆ ข้าวโพดจึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นดัชนีให้นักลงทุนในตลาดสามารถเก็งกำไรกับการขึ้น-ลงของราคาได้ไม่ต่างจากสินค้าอื่นๆ อาทิ กาแฟ น้ำส้ม ข้าวสาลี เนื้อหมู และเนื้อวัว ที่ปัจจุบันนั้นราคาล้วนแต่กำลังอยู่ภาวะขาขึ้น จากผลของอัตราเงินเฟ้อที่กลายมาเป็นตัวแปรสำคัญในการเร่งให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา จากราคาประมาณ $5 ต่อบุชเชลในช่วงตุลาคมปีที่ผ่านมา ขึ้นมาเป็น $6.16 ต่อบุชเชล ช่วงหลังปีใหม่ แม้ราคาจะยังไม่สามารถผ่านขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านที่ $6.20 ต่อบุชเชลได้ก็ตาม หากพิจารณาผ่านมุมมองทางเทคนิค จะเห็นได้ว่าตลาดค้าขายข้าวโพดนั้นใช้เวลาในการพักตัวอยู่เกือบครึ่งปี ตั้งแต่พฤษภาคม-ตุลาคม ปี 2564 ที่ผ่านมา หลังจากไม่สามารถผ่านขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านราคาโซน $7 และ $7.20 ต่อบุชเชลได้ ทำให้มีนักลงทุนจำนวนมากในตลาดทยอยเทขายจนราคาร่วงลงมาย่ำกับที่ (sideway) อยู่ต่ำกว่า $5.85 ต่อบุชเชลจนถึงช่วงเกือบสิ้นปี 2564 (บริเวณกล่องสี่เหลี่ยมสีม่วงตามภาพที่ 1) โดยราคาข้าวโพดสามารถทะลุขึ้นมายืนเหนือกรอบสีม่วงได้สำเร็จเมื่อช่วงธันวาคม 2564 แม้จะยังติดแนวต้านที่ $6.15-$6.20 แต่หากราคาข้าวโพดสามารถขึ้นไปเหนือแนวต้าน $6.20…

ทิศทางราคาหุ้น After You (AU) ไตรมาส 1 ปี 2565

สำหรับหุ้น AU ของร้าน After You ในปี 2564 ที่ผ่านมาถือว่าได้เข้าสู่ช่วงสะสมแรงซื้อ (accumulation) อย่างจริงจัง โดยมีการเคลื่อนตัวกลับไป-มา (sideway) อยู่ในกรอบระหว่างแนวรับที่ 9.9 บาทและแนวต้าน 11.2 บาท ตลอด 1 ปี โดยยังคงสามารถรักษาระดับราคาไว้ไม่ให้หลุดออกจากแนวรับที่ 9.5 บาท ได้ แม้จะมีความพยายามในการทะลุลงไป 2-3 ครั้ง แต่ก็สามารถดีดกลับขึ้นไปยืนเหนือโซนแนวรับที่ 9.9 บาท ได้อย่างรวดเร็วทุกครั้ง ทว่าด้วยสถานะของตลาดที่ยังไม่มีแรงซื้อปริมาณมหาศาลเข้ามาช่วยดันราคา ทำให้การขยับของกราฟ AU ยังไม่สามารถทะลุขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านที่ 11.2 บาท ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะสังเกตได้จากเมื่อช่วงต้นมกราคม 2565 ที่ AU พยายามจะขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณเส้นสีแดงในกรอบสี่เหลี่ยมสีเหลือง (ภาพที่ 1) แต่เมื่อสัมผัสราคา 11.2 บาทได้ นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดก็เทขายเพื่อทำกำไร สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามุมมองตลาดขณะนี้ยังไม่มีความเชื่อมั่นว่าหุ้น AU จะสามารถพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นได้ หุ้น AU จึงอาจต้องใช้เวลาในการสะสมแรงซื้ออีกสักพัก…

แนวโน้มการเมืองอินเดียในปี 2565 จะเข้มข้นในสนามการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับรัฐ

สถานการณ์ทางการเมืองของอินเดียในปี 2565 จะเข้มข้นขึ้น จากการที่พรรคการเมืองสำคัญ ทั้งพรรคภารติยะ ชนะตะ (Bharatiya Janata Party-BJP) พรรคแกนนำรัฐบาลอินเดียในปัจจุบัน และพรรคคองเกรส แกนนำฝ่ายค้าน จะแข่งขันสร้างคะแนนนิยมในการเลือกตั้งท้องถิ่นในหลายรัฐ/ดินแดนสหภาพ ตลอดปี ชัยชนะในการเลือกตั้งเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญให้พรรคการเมืองปรับแนวทางดำเนินนโยบาย หรือยุทธศาสตร์ของพรรค เพื่อสร้างชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2567 อย่างไรก็ตาม กระแสฮินดูชาตินิยมยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเมืองอินเดีย และการแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังเป็นปัจจัยสำคัญท้าทายคะแนนนิยมของรัฐบาล พรรค BJP ต้องการรักษาอำนาจบริหารในรัฐกัว มณีปุระ อุตตรประเทศ อุตระขัณฑ์ หิมาจัลประเทศ คุชราต โดยเฉพาะในรัฐอุตตรประเทศที่ชัยชนะจากการเลือกตั้งจะค้ำประกันว่าพรรค BJP จะมีโอกาสครองเสียงข้างมากในโลกสภา หรือสภาผู้แทนราษฎรของอินเดีย เนื่องจากรัฐอุตตรประเทศมีสัดส่วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)ถึง 80 ตำแหน่ง จากจำนวน ส.ส.ที่อินเดียมีทั้งหมด 543 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม พรรค BJP ยังเจอความท้าทายสำคัญในการสร้างคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งทั่วไป เนื่องจากนาย Amit Shah รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอินเดีย ซึ่งพรรค BJP เริ่มวางตัวอย่างไม่เป็นทางการให้เป็นผู้แทนชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งทั่วไปปี…

มาเลเซีย

ระบุเมื่อ 26 ม.ค.65 ขอบคุณรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่บริจาควัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท Sinopharm จำนวน 1 ล้านโดสให้มาเลเซีย โดยจัดส่งรอบแรกแล้ว 500,000 โดส ส่วนอีก 500,000 โดส จะจัดส่งใน ก.พ.65

สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 26 ม.ค.65 การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในสหรัฐฯ โดยเฉลี่ยลดลงจากระดับสูงสุดที่วันละ 1,000,000 โดส เมื่อต้น ธ.ค.64 เหลือวันละ 490,000 โดสเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา