ยุโรปยืนยันจะชำระเงินค่าพลังงานเป็นสกุลเงินยูโร

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 31 มี.ค.65 ว่า ประเทศยุโรปที่นำเข้าพลังงานจากรัสเซียและอยู่ในรายชื่อประเทศไม่เป็นมิตรของรัสเซีย อาทิ เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ยืนยันจะชำระเงินค่าพลังงานเป็นสกุลเงินยูโรตามที่ระบุในสัญญา พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัสเซียเคารพสัญญาซื้อขายพลังงาน และประณามท่าทีของรัสเซียที่บังคับให้ชำระเป็นสกุลเงินรูเบิลว่าเป็นการแบล็กเมล์ทางการเมืองและพยายามสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจกลับไปยังยุโรป ทั้งนี้ ประเทศยุโรปเตรียมการรับมือภาวะขาดแคลนพลังงานที่อาจเกิดขึ้น แม้สหรัฐฯ จะเพิ่มการส่งออกก๊าซธรรมชาติมายังยุโรป แต่คาดว่ายังไม่สามารถทดแทนปริมาณที่สูญเสียไปหากรัสเซียยุติการส่งก๊าซธรรมชาติ ด้านเยอรมนีขอความร่วมมือประชาชนประหยัดพลังงาน เนื่องจากกังวลว่ารัสเซียอาจยุติการส่งออกพลังงาน

ลิทัวเนียระงับการนำเข้าก๊าซจากรัสเซียเป็นประเทศแรกของ EU

สำนักข่าว RT ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 2 เม.ย.65 ว่า ประธานาธิบดี Gitanas Nauseda ของลิทัวเนีย เรียกร้องให้ประเทศในยุโรประงับการนำเข้าก๊าซและน้ำมันจากรัสเซีย และนาย Dainius Kreivys รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลิทัวเนียระบุว่าลิทัวเนียไม่มีแผนจ่ายค่าก๊าซเป็นเงินรูเบิลตามที่รัสเซียตั้งเงื่อนไข และจะไม่นำเข้าก๊าซจากรัสเซียอีกต่อไป อีกทั้ง นำเข้าก๊าซผ่านทางท่าเรือน้ำลึกปลอดน้ำแข็ง Klaipeda ของลิทัวเนีย ทางฝั่งตะวันออกของทะเลบอลติก และสามารถขนส่งไปยังลัตเวียและโปแลนด์ ด้าน สำนักข่าว LTR ของลิทัวเนีย รายงานเมื่อ 3 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงนาย Uldis Bariss ประธานกรรมการของบริษัท Conexus Baltic Grid ว่า ประเทศกลุ่มบอลติกซึ่งเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU)  ได้แก่ ลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย จะระงับการนำเข้าก๊าซจากรัสเซียนับแต่ เม.ย.65

รัสเซียยังไม่ตัดการจ่ายก๊าซไปยังสหภาพยุโรปในทันทีหลังตั้งเงื่อนไขให้ชำระเงินเป็นรูเบิล

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 2 เม.ย.65 อ้างคำกล่าวของนายดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ว่า บริษัท Shell ของสหราชอาณาจักร ไม่สามารถทำธุรกรรมซื้อก๊าซจาก Gazprom บริษัทด้านพลังงานของรัสเซียได้ เนื่องจากสหราชอาณาจักร ซึ่งรวมถึงสหภาพยุโรป (EU) คว่ำบาตร Gazprombank ธนาคารรัสเซีย ที่ทำหน้าที่แปลงสกุลเงินต่างชาติ เช่น ยูโร และดอลลาร์สหรัฐ เป็นสกุลเงินรูเบิล สำหรับชำระค่าก๊าซและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 1 เม.ย.65 ว่า บริษัท Shell จะไม่สามารถจ่ายค่าก๊าซให้กับรัสเซียได้ เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรธนาคารรัสเซียของประเทศตะวันตก ในวันเดียวกันนายเปสคอฟระบุว่า รัสเซียยังไม่ตัดการจ่ายก๊าซไปยังยุโรปผ่านระบบท่อส่งก๊าซของรัสเซียในทันที แต่จะใช้กับงวดส่งมอบในปลาย เม.ย.หรือต้น พ.ค.65 เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศคู่ค้าเปิดบัญชีกับ Gazprombank และเจรจาสัญญาฉบับใหม่ตามเงื่อนไขของรัสเซีย

NATO เตือนรัสเซียยกระดับการโจมตีในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เปิดเผยเมื่อ 31 มี.ค.65 ว่า รัสเซียกำลังจัดกองกำลังใหม่เพื่อยกระดับการโจมตีเป็นสองเท่าในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน โดยมีรายงานการส่งเสบียง ยุทโธปกรณ์ และกำลังรบเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แม้รัสเซียจะประกาศถอนกำลังทหารบางส่วน ทั้งนี้ NATO ประเมินว่า เป้าหมายหลักของรัสเซียคือการปลดปล่อยภูมิภาคดอนบาส และสร้างแรงกดดันต่อกรุงเคียฟและเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์อื่น ๆ ซึ่งคาดเดายุทธวิธีได้ยาก

ยูเครนส่งเอกสารให้กับประเทศค้ำประกันความมั่นคงเพื่อแลกกับสถานะเป็นกลาง

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 2 เม.ย.65 อ้างคำให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Fox ของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ว่า ยูเครนส่งมอบร่างการค้ำประกันความมั่นคง ความปลอดภัย ไปยังสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และตุรกี ซึ่งจะรวมถึงประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) และที่ไม่ใช่ NATO เช่น อิสราเอล ไอร์แลนด์ และจีน ในฐานะประเทศผู้ค้ำประกันความปลอดภัยให้กับยูเครน หากยูเครนรับสถานะเป็นกลางตามข้อเสนอของรัสเซีย เพื่อยุติสถานการณ์ในยูเครน โดยยูเครนต้องการให้เนื้อหาและรูปแบบคล้ายมาตรา 5 ของสนธิสัญญา NATO เฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือทางทหารและการจัดตั้งเขตห้ามบิน (no-fly area) เพื่อดำเนินการแก้ไขทางการทูต ทั้งนี้ รายชื่อประเทศผู้ค้ำประกันของยูเครน อาจรวมถึงสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เยอรมนี อิสราเอล อิตาลี แคนาดา โปแลนด์ และตุรกี แต่การค้ำประกันจะไม่ครอบคลุมไครเมียและดอนบาส ขณะที่นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเมื่อ 1 เม.ย.65…