ออสเตรเลียประกาศคว่ำบาตรชาวรัสเซียเพิ่มเติม

นางมารีส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 7 เม.ย.65 ว่า รัฐบาลออสเตรเลียตัดสินใจใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินและห้ามชาวรัสเซียเดินทางเข้าประเทศเพิ่มอีก 67 คน เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรุกรานยูเครน อาทิ 1) พ.อ. Mikhail Mizintsev นายทหารคนสำคัญของรัสเซียที่มีส่วนในการทิ้งระเบิดโรงละครในเมือง Mariupol ยูเครน 2) นาย Dmitry Grigorenko รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย 3) นาย Maxim Reshetnikov รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจ และ 4) นาย Aleksander Babakov รองประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย (สภาดูมา) นอกจากนี้ ยังขึ้นบัญชีคว่ำบาตรผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำสงครามของรัสเซีย รวมถึงชาวยูเครนที่ร่วมมือกับรัสเซียในการบ่อนทำลายรัฐบาลยูเครน รวมประมาณ 600 คน ซึ่งการคว่ำบาตรครั้งนี้มีขึ้นหลังจากรัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม (War crime) ที่เมือง Bucha และเมืองรอบกรุงเคียฟ ยูเครน

สหรัฐฯ จะคว่ำบาตรบุตรสาวของผู้นำรัสเซียและธนาคารขนาดใหญ่ของรัสเซีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 6 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงของนาย Brian Deese ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ จะออกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อบุตรสาวของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้แก่ นาง Mariya Putina และนาง Katerina Tikhonova รวมถึงภรรยาและบุตรสาวของนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ตลอดจนสมาชิกของสภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซียหลายตำแหน่ง นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน จะลงนามในคำสั่งผู้บริหารห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันและบริษัทของสหรัฐฯ ลงทุนเพิ่มเติมในรัสเซีย และคว่ำบาตรรัฐวิสาหกิจสำคัญของรัสเซีย ได้แก่ United Aircraft Corporation และ United Shipbuilding Corporation รวมทั้งระงับการทำธุรกรรมทั้งหมดระหว่างสหรัฐฯ กับธนาคาร Sberbank และ Alfa Bank ของรัสเซีย ทั้งนี้ การคว่ำบาตรครั้งนี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีไบเดนประณามประธานาธิบดีปูตินว่า ก่ออาชญากรรมสงคราม เฉพาะอย่างยิ่ง จากการปฏิบัติการทางทหารในเมือง Bucha ยูเครน

ญี่ปุ่นประณามรัสเซียกรณีก่ออาชญากรรมสงครามในวิกฤตยูเครน

สำนักข่าว Japan Times และสำนักข่าว NHK รายงานเมื่อ 6 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงของนายฮิโรกาสึ มาสึโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นประณามว่ารัสเซียเกี่ยวพันกับการใช้ความรุนแรงและสังหารประชาชนในยูเครนเป็นจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่ง กรณีสังหารหมู่เมืองบูชา กรุงเคียฟ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม (War crime) ที่ไม่สามารถยอมรับได้และรัสเซียควรได้รับการลงโทษจากประชาคมโลก นอกจากนี้ ยังระบุว่า ญี่ปุ่นจะติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในยูเครนและประสานความร่วมมือกับสหรัฐฯ และประเทศยุโรปอย่างใกล้ชิด รวมถึงจะพยายามผลักดันการปฏิรูปคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council-UNSC) ให้สำเร็จ