เรือรบสหรัฐฯ ปฏิบัติการใกล้กับเรือรบอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อ 20 มิ.ย.65 ว่า เรือรบ USS Sirocco และ USNS Choctaw County ของสหรัฐฯ เกือบเผชิญหน้ากับเรือรบของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolution Guards Corps-IRGC) ของอิหร่าน ระหว่างปฏิบัติการลาดตระเวนในอ่าวเปอร์เซียเมื่อ 20 มิ.ย.65 โดยเรือรบของสหรัฐฯ เป็นฝ่ายแจ้งเตือนและส่งสัญญาณให้เรือรบของ IRGC ยุติการเคลื่อนไหวที่เป็นอันตราย ขัดแย้งกับหลักปฏิบัติสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การเผชิญหน้าดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เพิ่มการคว่ำบาตรอิหร่านเมื่อ 16 มิ.ย.65

ซาอุดีอาระเบียขึ้นบัญชีบุคคล 9 คน และบริษัท 11 แห่ง ที่เกี่ยวข้องกับกบฎฮูษีในเยเมน

สำนักข่าว SPA รายงานเมื่อ 15 มิ.ย.65 ว่า Presidency of State Security (PSS) ซึ่งเป็นหน่วยรักษาความมั่นคงและข่าวกรองภายในประเทศของซาอุดีอาระเบีย ประกาศขึ้นบัญชีบุคคลและบริษัทเอกชน เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนด้านการเงินและลักลอบซื้อน้ำมันของอิหร่านให้กลุ่มกบฎชาวชีอะฮ์เผ่าฮูษีในเยเมน ประกอบด้วยบุคคลสัญชาติเยเมน 9 คน และบริษัท 11 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบิรษัทเอกชนด้านโลจิสติกส์ นำเข้าสินค้า ขนส่งน้ำมัน และแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ มี สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเยเมน โดยพบว่าในจำนวนบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชี ได้แก่ นาย Saleh bin Mohammed bin Hamad bin Shajea นาย Ali bin Nasser Qarsha นาย Zaid bin Ali bin Yahya al-Sharfi นาย Saddam bin Ahmad bin Mohammed al-Faqih…

ผู้นำสหรัฐฯ จะไม่เยือนยูเครนในห้วงเยือนยุโรปเพื่อร่วมประชุมสุดยอด G7 และเนโต

ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 20 มิ.ย.65 ว่าจะยังไม่เยือนยูเครน แม้มีกำหนดเยือนยุโรปในห้วงปลาย มิ.ย.65 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 ที่เยอรมนี และการประชุมสุดยอดเนโตที่สเปน อย่างไรก็ดี สื่อมวลชนสหรัฐฯ คาดว่าประธานาธิบดีไบเดนจะหยิบยกประเด็นรัสเซีย-ยูเครนขึ้นเป็นประเด็นหลักในการหารือกับทั้ง G7 และเนโต ทั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครนเรียกร้องให้ประธานาธิบดีไบเดนเยือนยูเครนมาโดยตลอด ขณะที่สหรัฐฯ ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเยือนยูเครน เช่น รัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ รวมทั้งสตรีหมายเลข 1

เวียดนามลดเป้าหมายการทำกำไรส่งออกข้าวในปี 2565

เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ VnExpress International รายงานเมื่อ 20 มิ.ย.65 ว่า บริษัทส่งออกข้าวของเวียดนามหลายแห่งลดเป้าหมายและการทำกำไรในปี 2565 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการส่งออกข้าวและต้นทุนการผลิตสูง อาทิ ค่าใช้จ่ายในการขนส่งไปยังประเทศอื่นในเอเชียสูงขึ้น 2 เท่า และยุโรปสูงขึ้น 3 เท่า จากปี 2564 ราคาน้ำมัน ปุ๋ย และอาหารสัตว์มีราคาแพง และไม่มีสัญญาณจะลดลง ซึ่งสวนทางกับอุปสงค์ภายในที่ลดลงประมาณร้อยละ 15-20 เนื่องจากผู้บริโภคยุติการกักตุนสิ่งของอุปโภคบริโภค หลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นอกจากนี้ สภาพอากาศเลวร้าย ทั้งลมมรสุมที่มาเร็วในบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงและอุทกภัยในจังหวัดภาคกลาง อย่างไรก็ดี ความต้องการข้าวอาจจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นในห้วง ก.ค.-ธ.ค.65 โดยสมาคมอาหารเวียดนามประเมินว่า เวียดนามจะส่งออกข้าว 6-6.2 ล้านตันในปี 2565

คำถามต่อระบบการเงินกระจายศูนย์ ในวันที่ตลาดคริปโตฯ ถล่ม

จริงอยู่ที่ว่าการลงทุนรูปแบบดังเดิมอย่างตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงปรับลดลงอย่างหนัก แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตลาดคริปโตเคอเรนซีนั้นหนักกว่ากันมาก ราคา Bitcoin (BTC) ที่เคยดีดขึ้นไปสูงสุดที่เหรียญละ 69,044 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ใช้เวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้นในการปรับลดลงมาเหลือเพียงเหรียญละ 21,084 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน (17 มิถุนายน 2565) หรือมูลค่าลดลงเกือบร้อยละ 70 เลยทีเดียว พูดอีกอย่างหนึ่งคือถ้ามีใครใช้เงินเก็บทั้งหมดซื้อ Bitcoin ไว้เมื่อ 7 เดือนที่แล้ว ถ้าตัดสินใจขายไปตอนนี้ก็จะเหลือเงินไม่ถึง 1 ใน 3 !!! การเสื่อมมูลค่าลงฮวบ ๆ ในเวลาสั้น ๆ สะท้อนธรรมชาติการเป็นสินทรัพย์เสี่ยงและผันผวนสูงของคริปโตเคอเรนซี ซึ่งเอาเข้าจริงก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนเริ่มจะคุ้นเคยจนไม่ได้ตื่นเต้นกับปรากฏการณ์นี้เท่าไหร่นัก เพราะที่ผ่านมา Bitcoin ก็ปรับตัวขึ้นลงวูบวาบเป็นวงจรมาแล้ว 2 รอบใหญ่ ๆ และนักลงทุนที่เชื่อมั่นใน Bitcoin ก็มั่นใจว่าเดี๋ยวตลาดหมีและฤดูหนาวคริปโตฯ (crypto winter หรือช่วงภาวะที่ตลาดคริปโตเคอเรนซีซบเซาต่อเนื่องยาวนาน) ก็จะผ่านพ้นไป แล้ว Bitcoin ก็จะพุ่งขึ้นไปทำราคาสูงสุด (new high) อีกครั้ง…

อนาคตทางรอดของความมั่นคงทางอาหารโลก กับการปลูกพืชในอาคาร

  การปลูกพืชในอาคาร หรือการปลูกพืชในห้องแลป กำลังเป็นที่สนใจและถือว่าเป็นทางรอดของแหล่งอาหารในอนาคต ในขณะที่สภาพแวดล้อมทั่วโลกเสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ ทั้งการขาดแคลนน้ำและปัญหาน้ำมีสารปนเปื้อน ดินเสื่อมโทรมปราศจากความอุดมสมบูรณ์ อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นเจือปน ส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชโดยธรรมชาติ โดยปกติเกษตรกรจะต้องหาพื้นที่ใหม่ๆ ในการเปิดหน้าดินเพื่อทำการเพาะปลูก แต่เมื่อพื้นที่กำลังลดลงไปเหลือแต่พื้นที่เสื่อมโทรม นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นการปลูกพืชในสภาพแวดล้อมปิดที่สามารถควบคุมแร่ธาตุอาหาร แสง และน้ำได้อย่างเหมาะสม เป็นการปลูกพืชในอาคารแบบซ้อนชั้น ที่จะช่วยลดปัญหาการขยายพื้นที่เพาะปลูกในแนวราบได้อีกด้วย การเพาะปลูกทั่วไป จะใช้น้ำในปริมาณมากกว่าที่ต้นไม้ต้องการ และสูญเสียไประหว่างการเพาะปลูก 10-50% เกษตรกรจึงต้องการใส่ปุ๋ยบำรุงดินในปริมาณมาก รวมถึงการหว่านเมล็ดพันธุ์เผื่อ เพื่อหวังผลเมล็ดที่จะโตและแข็งแรงพอที่จะให้ผลผลิตในปริมาณที่เพียงพอต่อไป แต่การเพาะปลูกในอาคาร จะมีขั้นตอนที่แตกต่างออกไป โดยมีการคัดแยกเมล็ดก่อนการเพาะปลูก ให้แร่ธาตุอาหารผ่านน้ำที่นำไปเลี้ยงพืช ด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์ ตลอดจนให้แสงเฉพาะสีที่พืชต้องการ ได้แก่ แสงสีแดง แสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงิน ต่างจากแสงอาทิตย์ที่เป็นแสงขาวรวมทุกสี นอกจากนี้ยังสามารถให้แสงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไร้กลางคืนทำให้พืชมีอัตราการเติบโตเร็วกว่าการปลูกพืชแบบทั่วไป และเมื่อภูมิอากาศหรือภูมิประเทศไม่ได้มีปัจจัยต่อการเพาะปลูก นั่นหมายความว่า… เกษตรกรจะสามารถปลูกพืชชนิดใดก็ได้ทั่วโลก เพิ่มความหลากหลายของอาหาร ลดการนำเข้า และสร้างโอกาสให้กับการเข้าถึงพืชผักที่มีประโยชน์สูง เช่น ผักเคล (Kale) แอปเปิ้ล ผักคะน้าฝรั่ง (Collard Greens) ผักแรดิชชิโอ อย่างไรก็ตาม…

2 วิธีฝ่าแล้ง : เก็บน้ำและคลุมดิน

ขณะที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง แสงแดดที่แผดเผาหน้าดินแห้งผากแตกระแหง น้ำในคลองในหนองแห้งลงจนเกษตรกรในหลายพื้นที่มีความกังวลว่าจะมีน้ำเพียงพอต่อการทำการเกษตรในช่วงหน้าแล้งนี้ไหม โดยเฉพาะการทำนาที่กำลังจะต้องเร่งทำในช่วงเดือนพฤษภาคม (นาปี) แม้จะมีระบบชลประทาน แต่พื้นที่เกษตรอีก 80% ที่อยู่นอกระบบชลประทาน ยังคงต้องพึ่งน้ำฝนหรือน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติอยู่ดี จากปลายฝนเดือนตุลาคม ถือเป็นแหล่งน้ำมวลสุดท้ายก่อนที่จะกลับเข้าสู่ฤดูหนาวและต่อด้วยฤดูร้อนอันยาวนาน 6 -8 เดือน การเก็บน้ำจากแหล่งน้ำฝนนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แต่เกษตรกรจะกลัวการเสียพื้นที่เพาะปลูกเพื่อขุดบ่อเก็บน้ำ เพราะทำผลผลิตลดลงตามไปด้วย รายได้ก็ลดลง ต้นทุนในการขุดหนองน้ำก็เป็นถือเป็นปัจจัยสำคัญ รวมถึงสภาพดินและตำแหน่งที่ตั้งบ่อน้ำที่ต้องเอื้อต่อการเก็บน้ำด้วย มิฉะนั้นบ่อน้ำที่ขุดไปก็อาจจะกลายเป็นบ่อลม เสมือนภาชนะว่างเปล่าที่ไม่มีน้ำมาเติมเต็ม เมื่อการเติมเต็มน้ำในบ่อไม่สามารถอาศัยแค่น้ำฝนเพียงอย่างเดียว เกษตรกรจึงต้องใช้วิธีการรวบรวมน้ำจากที่ราบทั้งหมดมาลงหนองน้ำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะควบคุมทิศทางการไหลของน้ำได้ ดังนั้น เมื่อพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ฝนตกลงเป็นที่ราบหรือผืนดินที่ไม่สามารถกักน้ำไว้ได้เหมือนหนองน้ำ เราจึงต้องเก็บน้ำเหล่านั้นให้ได้ ด้วยการ “ซับน้ำไว้ในดิน” ดินมีศักยภาพในการดูดซับน้ำไว้ในดินอยู่แล้ว จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพของดิน คือ ดินเหนียว ดินร่วม และดินทราย มีความสามารถในการซับน้ำมาก-น้อยตามลำดับ แต่เกษตรกรสามารถเสริมความสามารถในการซับด้วยการปลูกต้นไม้ เราทราบดีกันอยู่แล้วว่า “พื้นที่ป่า” สามารถซับน้ำได้เยอะกว่าพื้นที่โล่งกว้าง โดยเฉพาะป่าที่มีต้นไม้ใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ จนเป็นแหล่งต้นน้ำที่มีน้ำผุดออกจากตาน้ำอย่างสม่ำเสมอ นั่นเพราะระบบรากไม้ที่แทรกอยู่ในดินที่ทำให้น้ำสามารถไหลลงไปใต้ดินตามระบบรากไม้เหล่านี้ ก็จะเก็บน้ำได้มากขึ้น กล่าวคือ เมื่อต้นไม้สูงเท่าไหร่ รากจะลึกลงไปในดินเท่านั้น น้ำก็จะลงไปใต้ดินมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีระบบรากไม้หลายชั้น มีต้นไม้ตั้งแต่ระดับเตี้ยจนไปถึงสูงซ้อนกัน ก็จะมีรากที่ซับน้ำตั้งแต่ผิวดินส่งต่อไปถึงระดับดินที่ลึกลงไปได้ และต้นไม้ก็จะนำน้ำใต้ดินนั้นมาใช้ได้ตลอดทั้งปี ในลักษณะของป่าไม้ไม่ผลัดใบ…

มุ่งสู่อนาคต : เมื่อ “ระยะทาง” ไม่มีความหมายอีกต่อไปเมื่อมี “การเคลื่อนย้ายอนุภาค”

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากการสื่อสารทางเดียวด้วยจดหมาย…..พัฒนาไปเป็นการตอบโต้กันอย่างรวดเร็ว (real time) ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต จนในที่สุด….เรากำลังจะก้าวเข้าสู่โลกเสมือน (metaverse) ราวกับว่าเรื่องราวในนวนิยายวิทยาศาสตร์กำลังเข้าใกล้ความเป็นจริงขึ้นทุกที!! การเปลี่ยนแปลงที่กระทบทุกวงการไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารไร้พรมแดนผ่านอินเทอร์เน็ต คริปโตเคอเรนซีที่เขย่าความมั่นคงของวงการการเงิน หรือแม้กระทั้งปฎิกิริยาฟิวชันกับพลังงาน และในอนาคต สิ่งที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุดอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ “การเปลี่ยนแปลงทางด้านคมนาคม” “คมนาคม” คือ การขนส่งวัตถุดิบ สินค้าและทรัพยากรจากแหล่งหนึ่งไปยังอีกแหล่งหนึ่งที่มีความต้องการ เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการมาเนิ่นนานตั้งแต่อดีต ตั้งแต่การอพยพย้ายถิ่นฐานเพื่อหาถิ่นที่อยู่ การเดินทางสำรวจทวีปใหม่ ๆ ด้วยเรือสำเภา และการส่งสินค้าผ่านเครื่องบิน ส่วนในโลกไร้พรมแดนปัจจุบัน ธุรกิจการขนส่งสินค้าเติบโตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่มูลค่าจากการขนส่งเพิ่มขึ้นกว่า 20% อย่างต่อเนื่อง รูปแบบการคมนาคมจึงได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงในปัจจุบันที่ “ไฮเปอร์ลูป” สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 1,235 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ก็ยังเป็นการขนส่งด้วยพาหนะด้วยความเร็วสูงขึ้นเท่านั้น ไม่แตกต่างไปจากการส่งจดหมายหรือข้อความในอดีต แต่สิ่งที่จะพลิกหน้าการคมนาคมขนส่งในอนาคตได้มากที่สุด นั่นคือ “การเคลื่อนย้ายอนุภาค” เมื่อข้อมูลในจดหมายถูกแปลงเป็นรหัส และส่งผ่านคลื่นไปยังคอมพิวเตอร์แสดงผลบนหน้าจอมือถือให้ผู้รับอ่านอย่างง่ายดาย นั่นทำให้เกิดข้อมูลถูกคัดลอกจากที่หนึ่งไปสร้างไว้อีกที่หนึ่ง เป็นการสร้างไฟล์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ …แนวคิดการสื่อสารดังกล่าวอาจนำมาใช้พัฒนาการขนส่งสินค้าได้เช่นกัน !! โดยปกติ สินค้าขนาดใหญ่จะขนส่งง่ายขึ้นเมื่อถูกแยกส่วนประกอบเป็นชิ้นเล็ก ๆ หลายชิ้น…

สหรัฐฯปิดเว็บไซต์ที่ซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกขโมย

สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ร่วมแถลงผลการจับกุมและปิดโดเมน (domain) ที่อนุญาตให้ซื้อขายแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกขโมยจากการละเมิดโดยอาชญากรทางไซเบอร์ และให้บริการโจมตีเป้าหมายให้ไม่สามารถให้บริการได้ (Distributed Denial of Service : DDoS) จำนวน 3 โดเมน

FBI ปิดกั้นการโจมตีทางไซเบอร์จากอิหร่านมุ่งเป้าโรงพยาบาลเด็กในบอสตัน

ายคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (FBI) ระบุว่า ได้ดำเนินการขัดขวางการโจมตีทางไซเบอร์ของกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่าน โดยได้มุ่งเป้าโจมตีไปยังโรงพยาบาลเด็กขนาด 400 เตียง