ไทยปรับมาตรการวีซ่าหลังพบปัญหาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

The Guardian ของสหราชอาณาจักร เผยแพร่บทความกรณีไทยเตรียมปรับลดระยะเวลาฟรีวีซ่า 60 วัน สำหรับพลเมืองมากกว่า 90 ประเทศ โดยอ้างถึงปัญหาอาชญากรรมและพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงมาตรการที่คนไทยจำนวนมากสนับสนุน ในขณะที่รัฐบาลพยายามรักษาสมดุลระหว่างการรักษาความสงบเรียบร้อยกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากไทยพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมาก อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่น่าจะกระทบแผนการท่องเที่ยวเนื่องจากเป็นการท่องเที่ยวระยะสั้น ขณะที่บางส่วนไม่มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงมาตรการวีซ่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง

แรงงานไทย อินเดีย และศรีลังกามีความสำคัญต่ออิสราเอล

CTech ของอิสราเอล เผยแพร่บทความเกี่ยวกับแรงงานต่างชาติในอิสราเอลที่ได้กลายเป็นกำลังสำคัญในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของอิสราเอล เช่น อุตสาหกรรมผลิตอาหาร เกษตรกรรม โรงแรม การขนส่ง การดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากมีประสิทธิภาพการทำงานสูง ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานจากเอเชียมากกว่า 50,000 คน โดยเฉพาะจากไทย อินเดีย และศรีลังกา แต่ยังมีความท้าทายเกี่ยวกับอุปสรรคด้านภาษา การใช้ระยะเวลาฝึกอบรมนาน ต้นทุนในการจัดหาที่พักและการรักษาพยาบาล รวมถึงความไม่ต่อเนื่องในการบริหารจัดการ เนื่องจากสามารถอยู่ในประเทศได้สูงสุดเพียง 5 ปี

นรม.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีอิหร่าน

นางคาทาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับนายมัสอูด ปิซิชกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน เมื่อ 1 มิ.ย.69 โดย นรม.ญี่ปุ่นย้ำจุดยืนของญี่ปุ่นว่า การลดความตึงเครียดของสถานการณ์ด้วยการเจรจาสำคัญที่สุด พร้อมแสดงความคาดหวังให้อิหร่านแสดงความยืดหยุ่นอย่างเต็มที่ และสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกับเรียกร้องให้อิหร่านรับประกันเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับเรือของทุกประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น และประเทศในทวีปเอเชีย ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านได้ชี้แจงท่าทีและการประเมินสถานการณ์ของอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสื่อสารอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การหารือทางโทรศัพท์ระหว่าง นรม.ญี่ปุ่น กับประธานาธิบดีอิหร่านครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สามตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งเมื่อปลาย ก.พ.69

มาเลเซียอยู่ระหว่างพิจารณาจัดซื้อขีปนาวุธโจมตีทางทะเลจากประเทศอื่น

ดาตุ๊ก ซรี โมฮาเม็ด คาเล็ด โนร์ดิน รมว.กห.มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 2 มิ.ย.69 ว่า มาเลเซียอยู่ระหว่างพิจารณาบริษัทผู้ผลิตขีปนาวุธจากอิตาลี ฝรั่งเศส ตุรกี เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ในการจัดหาขีปนาวุธโจมตีทางทะเล (Naval Strike Missile System-NSM) ที่รัฐบาลนอร์เวย์ระงับใบอนุญาตส่งออกเมื่อ 14 พ.ค.69 โดย กห.มาเลเซียจะประเมินความพร้อมในการส่งมอบขีปนาวุธก่อนตัดสินใจลงนามคำสั่งซื้อใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลา 4-5 ปีกว่าบริษัทจะผลิตและส่งมอบ แต่หากบริษัทใดมีสินค้าพร้อมจำหน่าย รัฐบาลอาจพิจารณาสั่งซื้อให้เร็วที่สุด เพื่อให้พร้อมสำหรับการส่งมอบเรือรบ Littoral Combat Ship (LCS) ใน ธ.ค.69

อินเดียส่งออกขีปนาวุธ Brahmos ให้แก่เวียดนาม

ปลัด กห.อินเดีย แถลงข่าวนอกรอบการประชุม Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์ เมื่อ 30 เม.ย.69 ยืนยันอินเดียจะส่งออกขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง Brahmos แก่เวียดนาม ข้อตกลงมีมูลค่ากว่า 6,000 ล้านรูปี (629 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ครอบคลุมการฝึกอบรมและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ ขณะที่อินโดนีเซียยังอยู่ในการเจรจาขั้นตอนสุดท้าย ทั้งนี้ อินเดียส่งออกขีปนาวุธ  Brahmos ให้แก่ฟิลิปปินส์เป็นรายแรกในปี 2567 และชุดที่ 2 ในปี 2568  ทั้งนี้ อินเดียให้ความสำคัญกับสมาชิกอาเซียนในการแบ่งปันเทคโนโลยีชั้นสูง และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในภูมิภาคและนอกภูมิภาคในความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ พื้นที่ทางทะเลที่ปลอดภัย และความร่วมมือด้านนวัตกรรม

รมว.กห.ประเทศสมาชิกอาเซียนย้ำสิทธิในการเดินเรือภายใต้ UNCLOS

รมว.กห./ผู้แทนของสมาชิกอาเซียน 8 ประเทศ นำโดยนายชาน ชุน ซิง รมว.กห.สิงคโปร์ และนายกิลเบอร์โต เตโอโดโร จูเนียร์ รมว.กห.ฟิลิปปินส์ พบหารือในห้วงการประชุม Shangri-La Dialogue (SLD) ที่สิงคโปร์ เมื่อ 30 พ.ค.69 ยืนยันถึงความสำคัญของกฎหมายและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ gฉพาะอย่างยิ่ง การเดินเรือผ่าน ตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)  รวมทั้งย้ำความสำคัญของ SLD ในฐานะเวทีการประชุมด้านความมั่นคงประจำปี ที่เปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกอาเซียนได้พบปะและแลกเปลี่ยนกับ จนท.ด้านกลาโหมและความมั่นคงจากทั่วโลก พร้อมกันนี้ ได้แลกเปลี่ยนแนวทางที่อาเซียนจะมีส่วนช่วยส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค ตลอดจนการฝึกร่วมระหว่างกองทัพของประเทศในอาเซียนกับภาคีนอกภูมิภาค ภายใต้กรอบการประชุม รมว.กห.อาเซียนกับประเทศคู่เจรจา (ADMM-Plus)

อินเดียให้การต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมา

อินเดียให้การต้อนรับนายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา พร้อมคณะผู้แทนระดับสูงและภาคธุรกิจ ในการเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการระหว่าง 30 พ.ค.-3 มิ.ย.69 โดยเยี่ยมชมวัดมหาโพธิ เมืองพุทธคยา รัฐพิหาร เพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงทางพุทธศาสนาและประชาชนที่มีร่วมกัน และใน 1 มิ.ย.69 พบหารือกับ นรม.นเรนทรา โมดิ ของอินเดีย  เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ และพบปะภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เมืองมุมไบ รัฐมหาราษฏระ ใน 2 มิ.ย.69 ขณะที่ นายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดีย เผยแพร่ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X  ยินดีที่ได้พบหารือกับนายมินอองไลง์ การเยือนอินเดียของนายมินอองไลง์ เป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 10 เม.ย.69

ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เตรียมจัดการฝึกค้นหาและกู้ภัยทางทะเล

นายโคอิซูมิ ชินจิโร รมว.กห.ญี่ปุ่น พบหารือกับนายอัน คยู-แบ็ก รมว.กห.เกาหลีใต้ เมื่อ 30 พ.ค.69 ในห้วงการประชุม IISS Shangri-La Dialogue (SLD) ครั้งที่ 23 ที่สิงคโปร์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกลับมาจัดการฝึกภารกิจค้นหาและกู้ภัยทางทะเลร่วมกันระหว่างกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น (Japan Maritime Self-Defense Force-JMSDF) และ ทร.เกาหลีใต้ ใน 7 มิ.ย.69 ซึ่งจะเป็นการฝึกร่วมกันครั้งแรกนับแต่ปี 2560 ทั้งนี้ รมว.กห.ญี่ปุ่น ย้ำว่าการที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งรวมถึงการเสริมสร้างการป้องปรามผ่านพันธมิตรสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ตลอดจนการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์อื่น ๆ

รัสเซียจะเริ่มสกัดแร่ลิเทียมในภูมิภาคมูร์มันสค์ในปี 2569

นาย Alexander Kozlo รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของรัสเซียให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg International Economic Forum-SPIEF) ระหว่าง 3-6 มิ.ย.69 ว่า รัสเซียมีแผนจะเริ่มสกัดแร่ลิเทียมในปี 2569 ที่แหล่งแร่ Polmostundrovskoye ภูมิภาคมูร์มันสค์ทางตอนเหนือของรัสเซีย เพื่อใช้ประโยชน์จากแหล่งแร่ดังกล่าวในเชิงอุตสาหกรรมเป็นแห่งแรก ทั้งนี้ แหล่งแร่ Polmostundrovskoye ถูกพบครั้งแรกเมื่อปี 2490 ซึ่งมีแร่สำคัญ ได้แก่ ลิเทียม เบริลเลียม ไนโอเบียม และแทนทาลัม

การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน

  The Diplomat ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทย โดยระบุว่า แม้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1/2569 จะขยายตัวร้อยละ 2.8 สูงกว่าคาดการณ์ไว้ แต่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยตลอดทั้งปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก แต่การส่งออกกำลังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่มั่นคงทางการเมือง ขณะที่หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนของไทยยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้รัฐบาลมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ