ข้าวไทยได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ

Nikkei Asia ของญี่ปุ่น เผยแพร่บทความเกี่ยวกับผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยสัญญาณเริ่มปรากฎในไทยที่มีปริมาณฝนลดลงจากปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกข้าว โดยภาวะแล้งจากปรากฎการณ์เอลนีโญยังส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกข้าวและอ้อยของอินเดีย และผลผลิตโกโก้ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก นอกจากนี้ อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการทำประมงในภูมิภาคอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานอาหารโลก

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของกัมพูชาขยายตัว

รายงานของธนาคารชาติกัมพูชา (NBC) ระบุว่าห้วง ม.ค.-มิ.ย.69 เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของกัมพูชา มีมูลค่า 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 ร้อยละ 18.5 แม้เผชิญภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงกรณีพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทย สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นว่าการเมืองและเศรษฐกิจกัมพูชามีเสถียรภาพ สำหรับ FDI ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเงิน   ส่วนอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ภาคการเงิน ที่ขยายตัวมากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมพลังงาน และโรงงานผลิต   ขณะที่ FDI บางภาคส่วนปรับลดลง ได้แก่ ภาคการเกษตร อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรมและสถานบริการ

มาเลเซียเริ่มคัดกรองและเตรียมส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา

ดาตุ๊ก ซรี ไซฟุดดิน นาซุตียน อิสมาอิล รมว.กระทรวงความมั่นคงภายในมาเลเซีย แถลงเมื่อ 30 ก.ค.69 ว่า เตรียมส่งตัวชาวเมียนมากลับประเทศ หลังจากรัฐบาลเมียนมาตกลงรับตัวกลับ โดยกระทรวงฯ และกำลังคัดกรองผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ผ่านระบบลงทะเบียนเอกสารผู้ลี้ภัย (Refugee Registration Document System-DPP) ซึ่งประกอบด้วยหลายขั้นตอน ได้แก่ การติดตาม ระบุตัวตน ตรวจสอบความปลอดภัย และการพิจารณาสถานะของแต่ละบุคคล ก่อนออกเอกสารยืนยันเมื่อสิ้นสุดกระบวนการ เพื่อคัดกรองบุคคลที่จะได้สถานะผู้ลี้ภัย หรือส่งกลับประเทศ ปัจจุบัน มาเลเซียควบคุมตัวผู้หลบหนีเข้าเมืองประมาณ 22,000 คน ในศูนย์กักกัน 19 แห่ง ทั่วประเทศ ในจำนวนดังกล่าวมีชาวเมียนมาประมาณ 4,000 คน ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ซึ่งจะถูกย้ายให้ไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวแห่งเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการทั้งระบบ

เวียดนามต้อนรับเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-73 ของสหรัฐฯ เทียบท่าที่นครดานัง

สนข.VGP ของทางการเวียดนาม รายงานเมื่อ 30 ก.ค.69 ว่าเมื่อวันเดียวกัน ทร.ภทร.3 จนท.กต. กห. กรมกิจการต่างประเทศนครดานัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเวียดนาม ให้การต้อนรับ ทร.สหรัฐฯ ที่นำเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George Washington (CVN-73) เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือ Tien Sa นครดานัง เป้าหมายส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ รวมทั้งการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ทั้งด้านวัฒนธรรม กีฬา การแลกเปลี่ยนด้านภาษา

UN ระบุโลกกำลังเผชิญสัญญาณเตือนภัยด้านสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง

นายไซมอน สตีล เลขาธิการบริหารกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ระบุเมื่อ 28 ก.ค.69 ว่า โลกกำลังเผชิญสัญญาณเตือนภัยด้านสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง เช่น ไฟป่าครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสและสเปน คลื่นความร้อนรุนแรงในยุโรป แอฟริกาเหนือ และญี่ปุ่น รวมถึงพายุร้ายในชิลี กำลังสร้างความสูญเสียต่อชีวิต เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานในระดับวิกฤต พร้อมย้ำว่ามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่า ภาวะโลกร้อนซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ เป็นสาเหตุที่ทำให้คลื่นความร้อน น้ำท่วม และพายุรุนแรงเกิดบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น ดังนั้น ประชาคมโลกจำเป็นต้องเร่งลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ขยายการใช้พลังงานหมุนเวียน ปกป้องป่าไม้ และเพิ่มการสนับสนุนประเทศที่เปราะบาง เพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงอย่างเร่งด่วน

รัสเซียตั้งข้อหาผู้ก่อตั้ง Telegram ว่าอำนวยความสะดวกในการก่อการร้าย

หน่วยข่าวกรองรัสเซีย (FSB) ระบุเมื่อ 29 ก.ค.69 ว่า FSB ตั้งข้อหานาย Pavel Durov ผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ Telegram ว่าอำนวยความสะดวกในการก่อการร้ายและออกหมายจับระหว่างประเทศ   FSB อ้างว่า Telegram ล้มเหลวในการสกัดกั้นเนื้อหาที่ทางการยูเครน รวมถึงกลุ่มผู้ก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรงใช้ในการเตรียมการก่อวินาศกรรม สังหารหมู่ และการฉ้อโกงทางไซเบอร์ในรัสเซีย อย่างไรก็ดี นาย Durov ซึ่งปัจจุบันพำนักอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฝ่ายบริหารของ Telegram ยังไม่แสดงท่าทีต่อการตั้งข้อหาดังกล่าว

วุฒิสภาสหรัฐฯ รับรองนายเจย์ เคลย์ตันให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.DNI

วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติเมื่อ 28 ก.ค.69 รับรองนายเจย์ เคลย์ตัน อดีตอัยการประจำเขตนิวยอร์กใต้ ดำรงตำแหน่ง ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติ (DNI) คนใหม่อย่างเป็นทางการด้วยมติ 51 ต่อ 47 เสียง  นายเคลย์ตันต้องเร่งผลักดันการต่ออายุกฎหมายสอดแนมและการดักฟังข้อมูลข่าวกรองต่างประเทศ (FISA Section 702) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญด้านความมั่นคงที่สิ้นสุดการบังคับใช้ตั้งแต่ 12 มิ.ย.69  รวมทั้งฟื้นฟูเสถียรภาพและความเชื่อมั่นใน DNI กลับคืนมาหลังจากนายบิล พัลเต อดีตรักษาการ ผอ.DNI  ได้ปรับลดจำนวนบุคลากรลง ร้อยละ 30

ไทยยุติโครงการแลนด์บริดจ์เพราะไม่คุ้มค่าและมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

The Diplomat ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความกรณีไทยยุติโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ จากความยุ่งยากในการขนถ่ายสินค้าที่อาจล่าช้ากว่าเส้นทางเดิม รวมทั้งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง และเผชิญกับกระแสการคัดค้านจากภาคประชาชนที่กังวลเรื่องทุนต่างชาติ โดยรัฐบาลจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปสู่การยกระดับท่าเรือระนองให้ทันสมัยและเชื่อมต่อกับระบบราง เพื่อเป็นประตูสู่มหาสมุทรอินเดีย อย่างไรก็ดี  การยกระดับท่าเรือดังกล่าวจะเป็นก้าวแรกที่นำไปสู่การหยิบยกโครงการแลนด์บริดจ์กลับมาอีกครั้งในอนาคต  อย่างไรก็ดี การประกาศยุติโครงการแลนด์บริดจ์ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากไทยประชาสัมพันธ์โครงการอย่างมาก รวมถึงโครงการเมกะโปรเจกต์อื่น ๆ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และสนามบินอันดามันใน จ.พังงา ต่างเผชิญกับอุปสรรคเช่นเดียวกัน

เศรษฐกิจอาเซียน+3 จะขยายตัวร้อยละ 4.1 ในปี 2569 จากปัจจัยสนับสนุนด้าน AI

สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office-AMRO) เผยแพร่รายงานประเมินเศรษฐกิจ ไตรมาส 3/2569 เมื่อ 27 ก.ค.69 ว่า เศรษฐกิจของอาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) จะขยายตัวที่ร้อยละ 4.1 (เพิ่มจากการคาดการณ์ เมื่อ มิ.ย.69 ที่ร้อยละ 4) และจะชะลอลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 4.0 ในปี 2570 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะลดลง ปัจจัยสนับสนุนมาจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคเทคโนโลยีในภูมิภาค โดยเฉพาะอุปสงค์ด้านเซมิคอนดักเตอร์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประกอบกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ปรับตัวลดลง การใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ยังคงแข็งแกร่ง การลงทุนที่มีความยืดหยุ่น  ส่วนผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานและวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม ยังอยู่ในระดับต่ำ  อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจของภูมิภาคยังเผชิญความไม่แน่นอน  ได้แก่ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ใน ตอ.กลาง ความผันผวนของตลาดการเงินโลก การกีดกันทางการค้า รวมถึงความเสี่ยงต่อการชะลอตัวของภาคเทคโนโลยีโลก

เอเปคเสริมสร้างความร่วมมือด้านข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

การประชุม APEC Data for Growth High-Level Roundtable ที่นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน จีน เมื่อ 25 ก.ค.69 หารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยได้รับรองแถลงการณ์ประธาน ได้แก่ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากข้อมูล การส่งเสริมนวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา และการกระชับความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเขตเศรษฐกิจสมาชิก นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้สมาชิกเอเปคร่วมกันหารือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และส่งเสริมความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งส่งเสริมความเชื่อมั่น ความมั่นคงปลอดภัย และความสามารถในการทำงานร่วมกันในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก