เกาหลีใต้ทดสอบบิน บ.KF-21 เครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือเสียงที่พัฒนาขึ้นเองเป็นครั้งแรก

หนังสือพิมพ์โชซ็อนของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 20 ก.ค.65 ว่า เกาหลีใต้ทดสอบการบินของเครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือเสียง KF-21 หรือ Boramae ครั้งแรกเมื่อ 19 ก.ค.65 โดยเครื่องบินต้นแบบใช้เวลาบินทดสอบระบบการทำงานพื้นฐาน 33 นาที และบรรทุกขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ Meteor ที่ผลิตในยุโรปจำนวน 4 ลูก ทำความเร็วประมาณ 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทั้งนี้ บ.KF-21 ติดตั้งระบบเรดาร์แบบ Electronically scanned array และระบบที่มีการทำงานคล้ายกับ บ.Stealth เกาหลีใต้มีแผนจะทดสอบบินเครื่องบินต้นแบบ KF-21 จำนวน 6 ลำ ทั้งหมด 2,200 เที่ยวภายในปี 2569 อนึ่ง เกาหลีใต้จะต้องจัดสรรงบประมาณ 8.8 ล้านล้านวอน หรือ 6,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 เหรียญสหรัฐ = 1,312 วอน) สำหรับการพัฒนาขั้นแรก และอีก 700,000 ล้านวอน…

ศาลอินโดนีเซียยกคำร้องการใช้กัญชาเพื่อการรักษาทางการแพทย์

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 20 ก.ค.65 ว่า ศาลรัฐธรรมนูญของอินโดนีเซียมีมติยกคำร้องที่ขอให้มีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายยาเสพติด เพื่อให้สามารถใช้กัญชาในการรักษาทางการแพทย์ โดยคำวินิจฉัยของศาล ระบุว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยอย่างละเอียดและน่าเชื่อถือเพียงพอสอดรับกับคำร้องดังกล่าว อย่างไรก็ดี ศาลได้เรียกร้องไปยังรัฐบาลอินโดนีเซีย ให้ดำเนินการศึกษาการใช้กัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการสาธารณสุขทันที ซึ่งรัฐสภาของอินโดนีเซียตอบรับว่าจะมีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ คำร้องขอผ่อนคลายเพื่อใช้กัญชาทางการแพทย์เกิดขึ้นหลังจากสตรี 3 คน ซึ่งมีบุตรที่มีภาวะสมองพิการ ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2560 โดยอ้างเหตุผลว่า การไม่อนุญาตให้ประชาชนมีสิทธิใช้ยาเสพติดเนื่องจากเหตุผลทางการแพทย์ ถือเป็นการละเมิดสิทธิพลเมืองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้บุคคลมีสิทธิเข้าถึงบริการสุขภาพ และได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขณะที่สำนักงานยาเสพติดแห่งชาติของอินโดนีเซีย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการผลักดันให้ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์อย่างถูกกฎหมายว่า แนวทางดังกล่าวจะทำให้อินโดนีเซียกลายเป็นแหล่งดึงดูดผู้ลักลอบค้ายาเสพติด และทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันอินโดนีเซียกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 ตามกฎหมายยาเสพติดปี 2552 และยังคงไม่อนุญาตให้ประชาชนบริโภคกัญชา รวมถึงการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์

อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ สร้างกระแสให้เกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

นาย Nasser Kanani โฆษก กต.อิหร่าน แถลงเมื่อ 17 ก.ค.65 ตอบโต้ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ ที่กล่าวว่า อิหร่านดำเนินกิจกรรมที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council -GCC) และประเทศอาหรับในตะวันออกลาง หรือ GCC+3 Summit ซึ่งมีผู้นำบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จอร์แดน อียิปต์ และอิรัก เข้าร่วมประชุมกับประธานาธิบดีไบเดน ที่เมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย เมื่อ 16 ก.ค.65 โดยระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าว ไร้เหตุผลและไม่สามารถยอมรับได้ พร้อมแถลงตอบโต้ที่ประชุม GCC+3 Summit ที่ออกแถลงการณ์ร่วม มีเนื้อหาย้ำถึงความพยายามทางการฑูตเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และเรียกร้องให้เพิ่มขีดความสามารถในการป้องปรามภัยคุกคามจากอากาศยานไร้คนขับของอิหร่านที่เพิ่มขึ้น โดยระบุว่า เป็นข้อกล่าวหาเท็จและใช้กระแสหวาดกลัวอิหร่าน (Iranophobia) ปลุกปั่นให้เกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ นาย Kanani ระบุด้วยว่า สหรัฐฯ…

นรม.มองโกเลียระบุว่าจีนกับรัสเซียจะสร้างท่อส่งก๊าซ “Power of Siberia2” ในปี 2567

สำนักข่าว Financial Times รายงานอ้างการสัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรี Oyun-Erdene Luvsannamsrai ของมองโกเลีย เมื่อ 18 ก.ค. 65 ว่า มองโกเลียคาดว่ารัสเซียจะเริ่มสร้างท่อส่งก๊าซ “Power of Siberia2” ผ่านมองโกเลีย ไปยังจีนในปี 2567 ซึ่งมีระยะทาง 2,600 กิโลเมตร และสามารถขนส่งก๊าซ 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี คาดว่าเริ่มใช้บริการได้จริงในปี 2573 เนื่องจากรัสเซียต้องการเปลี่ยนช่องทางการส่งก๊าซจากยุโรปไปยังเอเชียและได้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการนี้เสร็จสิ้นแล้ว ส่งผลให้มองโกเลียจะได้รับค่าธรรมเนียมการขนส่ง เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของมองโกเลียจากนโยบายปิดพรมแดนของจีน นายกรัฐมนตรี Oyun-Erdene Luvsannamsrai ยังคาดว่าเศรษฐกิจมองโกเลียจะขยายตัวขึ้น จากเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าเส้นทางใหม่มองโกเลีย-จีน ส่วนการส่งออกทองแดงคาดว่าจะขยายตัวขึ้นในเร็วๆ นี้  เนื่องจากมองโกเลียได้พัฒนาเหมืองแร่ทองแดงขนาดใหญ่ในทะเลทรายโกบี ส่วนโครงการเหมือง Oyu Toigoi ซึ่งเป็นแหล่งดึงดูดการลงทุนต่างประเทศขนาดใหญ่ของมองโกเลียจะเริ่มการผลิตในครึ่งแรกของปี 2566

สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ จะพบหารือกับสตรีหมายเลข 1 ของยูเครนที่ วอชิงตัน ดี.ซี.

เว็บไซต์ The Hill รายงานเมื่อ 18 ก.ค.65 ว่า นางจิล ไบเดน สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ จะต้อนรับและพบหารือกับนาง Olena Zelenska สตรีหมายเลข 1 ของยูเครน ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยจะเป็นการพบหารือครั้งที่ 2 หลังจากนางไบเดนเยือนยูเครนเมื่อ พ.ค.65 ทั้งนี้ การพบหารือดังกล่าวมีขึ้นในห้วงที่สตรีหมายเลข 1 ของยูเครนเยือนสหรัฐฯ โดยได้พบหารือกับ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แล้ว และมีกำหนดการพบกับสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ ต่อไป