กองทัพเมียนมาวางทุ่นระเบิดในรัฐคะยา ใกล้ชายแดนไทย

สำนักข่าว AP อ้างรายงานของ Amnesty International (AI) เมื่อ 20 ก.ค.​ 65 ว่า กองทัพเมียนมากำลังก่ออาชญากรรมสงคราม ด้วยการวางทุ่นระเบิดขนาดใหญ่รอบหมู่บ้านในรัฐคะยาใกล้ชายแดนไทย โดยทหารเมียนมาวางทุ่นระเบิดบนถนน ทุ่งนา และโบสถ์ ในหมู่บ้านกว่า 20 แห่ง ซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตจากการเหยียบทุ่นระเบิดแล้วอย่างน้อย 20 คน และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ข้อมูลของ AI สอดคล้องกับข้อมูลของกลุ่มสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยง (Karenni Human Rights Group) ที่ระบุเมื่อต้น ก.ค.65 ว่า กองทัพเมียนมาติดตั้งทุ่นระเบิดในหลายพื้นที่ของรัฐคะยา ทั้งนี้ การใช้ทุ่นระเบิดมีขึ้นในห้วงที่กองทัพเมียนมาต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธชาติพันธ์กะเหรี่ยงเข้มข้นขึ้น หลังจากการเกิดรัฐประหารเมื่อ ก.พ. 64 อย่างไรก็ตาม ประชาคมระหว่างประเทศเผชิญความท้าทายในการกดดันเมียนมาประเด็นดังกล่าว เนื่องจากเมียนมาไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Anti-Personnel Mine Ban Convention) จึงยังมีการใช้ทุ่นระเบิดเพื่อปฏิบัติการทางการทหาร

ผู้นำรัสเซีย อิหร่าน และตุรเคีย หารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์

สำนักข่าว Global Times รายงานเมื่อ 19 ก.ค. 65 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เยือนกรุงเตหะราน อิหร่าน เพื่อหารือกับประธานาธิบดีอิหร่าน และประธานาธิบดีตุรเคีย ทั้งในแบบทวิภาคีและไตรภาคี โดยผู้นำทั้งสามจะกระชับความสัมพันธ์ในด้านพลังงาน การขนส่ง การค้า และการพัฒนา รวมถึงการส่งออกธัญพืชของยูเครน ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน และส่งผลให้ทั่วโลกเผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร อนึ่ง การเยือนอิหร่านครั้งนี้ เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งที่สองของประธานาธิบดีปูติน ตั้งแต่บุกยูเครน ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาคมระหว่างประเทศอย่างมาก เนื่องจากประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ เพิ่งเสร็จสิ้นการเยือนตะวันออกกลางเมื่อกลาง ก.ค.65 ส่งผลให้การเยือนของประธานาธิบดีปูติน ครั้งนี้ เหมือนเป็นการตอบโต้สหรัฐฯ ที่พยายามจะขยายอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลาง

จีนเตือนว่าจะใช้มาตรการที่เด็ดขาดหากประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 20 ก.ค. 65 ว่า นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า จีนจะใช้มาตรการที่เด็ดขาดเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน หากนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน และสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผลลัพธ์ที่จะตามมา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก สำนักข่าว Financial Times รายงานว่า นางเปโลซีจะเยือนไต้หวันใน ส.ค.65 ทั้งนี้ ไต้หวันเผชิญแรงกดดันจากจีนเพิ่มขึ้น และเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ สนับสนุนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สมาชิกพรรคเดโมแครตบางส่วนห่วงกังวลและมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับความเหมาะสมในการเยือนไต้หวันของนางเปโลซี เนื่องจากอาจทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนทวีความตึงเครียด