สหรัฐฯ จะหารือกับกัมพูชาประเด็นความมั่นคง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ  เผยแพร่กำหนดการเยือนกัมพูชาของนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 2 ส.ค.65 โดยระบุว่านายบลิงเคนจะพบหารือกับผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาในประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ ได้แก่ การคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ การปกป้องสิทธิเด็กและเยาวชน วิกฤตการณ์ในเมียนมา สถานการณ์ด้านความมั่นคงสาธารณสุข วิกฤตโลกร้อน การประณามรัสเซียกรณียูเครน และเน้นย้ำให้กัมพูชาสนับสนุนความเป็นหุ้นส่วนที่ครอบคลุมระหว่างสหรัฐฯ กับอาเซียน (U.S.-ASEAN Comprehensive Strategic Partnership) นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีกับกัมพูชา และจะหยิบยกประเด็นที่สหรัฐฯ กังวลขึ้นหารือกับกัมพูชาอย่างตรงไปตรงมา ได้แก่ กรณีจีนใช้ท่าเรือเรียมในกัมพูชา ปัญหาสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และสิทธิแรงงาน

เกาหลีเหนือประณามการเยือนไต้หวันของ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 3 ส.ค.65 อ้าง สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือว่า กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐฯ กรณีนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวันเมื่อ 2 ส.ค.65 โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือระบุว่า การเยือนดังกล่าวละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน รวมถึงสร้างความกังวลต่อประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวแสดงถึงการบั่นทอนสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคที่มาจากการแทรกแซงกิจการภายใน และการยั่วยุทางการเมืองและการทหารของสหรัฐฯ นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือยังย้ำการเคารพนโยบายจีนเดียวและสนับสนุนจีนในการปกป้องอธิปไตย

รมว.กต.อาเซียน จะหารือกรณีการเยือนไต้หวันของประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 3 ส.ค.65 อ้างถ้อยแถลงของ Dr. Kong Phok โฆษกการประชุม รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 55 ว่า วาระการประชุครั้งนี้ ตลอดจนประเด็นหลักของการหารือ จะมีหัวข้อเกี่ยวข้องกับประเด็นระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่ง รัฐมนตรีต่างประเทศของ อาเซียน จะใช้โอกาสนี้ในการหารือและหาจุดร่วมกรณีที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวัน เพื่อให้อาเซียนสามารถมีส่วนในการประสานงาน ตลอดจนแสดงความเห็นเกี่ยวกับการทำให้สถานการณ์ในไต้หวันมีเสถียรภาพ ไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง และความตึงเครียดทางการเมืองของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

กองทัพจีนฝึกซ้อมกองกำลังและยุทโธปกรณ์รอบเกาะไต้หวัน หลังจากประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานเมื่อ 2 ส.ค.65 ว่า กองทัพจีนจะฝึกซ้อมปฏิบัติการร่วมทางอากาศและทางน้ำ ครอบคลุมพื้นที่น่านน้ำและน่านฟ้าทางเหนือ ตะวันตกเฉียงเหนือ และตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน และการฝึกใช้กระสุนจริงใน 6 พื้นที่รอบเกาะไต้หวันระหว่าง 4-7 ส.ค.65 รวมทั้งฝึกซ้อมยิงขีปนาวุธไปทางตะวันออกของไต้หวัน หลังนางแนนซี เพโลซี  ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน เมื่อ 2 ส.ค.65 นอกจากนี้ นายเซี่ย เฟิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนเรียกตัวนายนิโคลัส เบิร์นส เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/จีน เข้าพบเพื่อประท้วงการเยือนไต้หวันครั้งนี้ของนางเพโลซี และคณะกรรมาธิการสภาประชาชนแห่งชาติ สำนักงานกิจการไต้หวันแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน กระทรวงกลาโหม  รวมทั้งคณะกรรมาธิการสภาที่ปรึกษาทางการเมือง ต่างออกแถลงการณ์ประณามการเยือนดังกล่าวว่า จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ อย่างรุนแรง

มาแล้วทูตอเมริกาคนใหม่ : รักกันไว้เถิด

ชื่อเรื่องอาจไม่เร้าใจ และใครจะรักกับใคร และทูตอเมริกาคนใหม่มาแล้วอย่างไร เกี่ยวข้องกับความรักอย่างไร …. คำถามตามกันมาติด ๆ ขออนุญาตพูดคุยกันพอเจ็บ ๆ คัน ๆ กันในเรื่องความรักระหว่างเรากับอเมริกาที่ความสัมพันธ์มีมายาวนานกว่าร้อยปี นาย Robert F Godec เตรียมตัวจะมาเป็นทูตอเมริกาคนใหม่ประจำกรุงเทพฯ หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า เอกอัครราชทูต แต่ก่อนมาถึงไทย ทางอเมริกาก็มีหลักมีเกณฑ์ว่า ต้องไปชี้แจง หรือบอกเล่ากับคณะกรรมาธิการด้านต่างประเทศของวุฒิสภาก่อนว่า จะมาทำอะไรที่ไทยที่จะทำให้ความสัมพันธ์ที่มีกันอยู่อย่างแน่นแฟ้น ให้โชติช่วงต่อไป และรักกันตลอดไป หากทางวุฒิสภาถูกใจ ก็จะลงคะแนนเสียงให้ผ่านมาไทยได้ ซึ่งนาย Godec ก็ไม่น่าจะพลาด และหลังจากนั้นก็เป็นกระบวนการทางฝ่ายไทยในการดำเนินการต่อไป จากการที่ได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ และตาม ๆ อ่าน ข้อมูลที่นาย Godec ชี้แจงกับทางอเมริกาเมื่อ 13 กรกฎาคม 2565 ก็ดูดีนะ ภาพก็ออกมาเป็นบวก ๆ ดูจะเข้าใจความรักอันแน่นแฟ้นระหว่างเรากับอเมริกาดี และก็บอกว่าจะมาส่งเสริมให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ซึ่งต่อไปนี้ รัฐบาล ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาชน…

สหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายต่อไต้หวัน

สำนักข่าวบลูมเบอร์กรายงานเมื่อ 2 ส.ค.65 อ้างท่าทีโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายต่อไต้หวัน รวมทั้งไม่ต้องการขัดแย้งกับจีน แม้มีรายงานว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ มีกำหนดการเยือนไต้หวัน โดยจะถึงท่าอากาศยาน Songshanใน 2 ส.ค.65 เวลา 22.20 น. และกำหนดจะพบกับประธานาธิบดีไต้หวัน  พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนลดระดับท่าทีแข็งกร้าวต่อการเยือนดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการเยือนครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของนางเพโลซี

ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนสิงคโปร์

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อ 1 ส.ค.65 ว่า นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนสิงคโปร์เป็นระยะเวลา 2 วัน เพื่อพบหารือกับผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสิงคโปร์ ประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคีและการเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าจะเพิ่มความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน แก้ไขวิกฤตโลกร้อน การส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งเพิ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ผ่านกรอบ Indo-Pacific Economic Framework (IPEF) พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนมุมมองประเด็นรัสเซีย-ยูเครน และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งปัจจุบันตึงเครียดขึ้นจากกรณีที่นางเพโลซีอาจเยือนไต้หวัน

รัสเซียเพิ่มประเด็นการขยายอิทธิพลทางทหารของเนโตเป็นภัยคุกคามด้านความปลอดภัย

สำนักข่าว Tass, Sputnik และ RT รายงานเมื่อ 31 ก.ค.65 อ้างเว็บไซต์ข้อมูลทางกฎหมายรัฐบาลรัสเซียว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ลงนามในกฤษฎีกาเกี่ยวกับหลักนิยมกองทัพเรือใหม่ พ.ศ. 2565 ที่ปรับปรุงจากฉบับปี 2558 โดยให้ความสำคัญกับ 1) ภัยคุกคามจากเนโต หากติดตั้งยุทโธปกรณ์ทางทหารใกล้พรมแดนรัสเซีย และการฝึกซ้อมทางทหารที่ติดกับรัสเซีย 2) ผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปกป้องพรมแดนทางทะเลของรัสเซีย การพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเรือในภาคตะวันไกลของรัสเซีย เฉพาะอย่างยิ่งเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นสูงสำหรับกองทัพเรือ และ 3) สถานะมหาอำนาจทางทะเล เฉพาะอย่างยิ่งน่านน้ำอาร์กติก ทะเลดำ อาซอฟ เมดิเตอร์เรเนียน แบริง บอลติก แคสเปียน และโอค็อตสค์ ซึ่งรวมถึงช่องแคบคูริล ซึ่งจะยิ่งทำให้ความขัดแย้งรัสเซีย-ประเทศตะวันตก-ประเทศไม่เป็นมิตร ทวีความตึงเครียดขึ้น กฎหมายที่ปรับปรุงฉบับใหม่นี้ ยังเพิ่มบทบัญญัติ 10 ข้อเกี่ยวกับภัยคุกคามแห่งชาติ เน้นโจมตีสหรัฐฯ และพันธมิตร ที่มุ่งครอบงำประเทศตามแนวชายฝั่ง รวมถึงกดดันทางเศรษฐกิจ การเมือง กฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนสกัดกั้นรัสเซียไม่ให้เข้าถึงทรัพยากรทางทะเลและเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญ นอกจากนี้ ในกฎหมายนี้ยังระบุถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากการก่อการร้ายสากล การละเมิดลิขสิทธิ์…

สหรัฐฯ อ้างความสำเร็จในการสังหารผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ในอัฟกานิสถาน

หนัสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อ 1 ส.ค.65 อ้างท่าทีประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ว่า สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการใช้โดรนสังหาร Ayman al-Zawahiri ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ ในคาบูล อัฟกานิสถาน โดยเป็นปฏิบัติการที่สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency-CIA ) สนับสนุนด้านการข่าวกรองและยืนยันตำแหน่งที่อยู่ของเป้าหมาย ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการใช้โดรนโจมตีสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายในอัฟกานิสถานครั้งแรก หลังจากสหรัฐฯ ถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถานเมื่อปี 2564