ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์จีน-รัสเซีย : เพื่อนที่ทิ้งไปไม่ได้

โลกได้ประสบกับเรื่องที่สาหัสอย่างการระบาดของโควิดในปี 2562 มาแล้ว คงไม่มีใครคาดคิดว่าในระหว่างที่มีการภาวนาให้ผลกระทบจากการระบาดดีขึ้นในปี 2565 นี้ กลับกลายเป็นต้องเผชิญกับวิกฤติครั้งใหม่จากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน สงครามที่เกิดขึ้นในยูเครนทำให้ชาติตะวันตกและอีกหลายประเทศออกมาตรการคว่ำบาตรเพื่อต่อต้านและประณามการกระทำของรัสเซียที่เรียกว่า “ปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร” อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสนใจว่าจีนซึ่งพยายามรักษาภาพลักษณ์อันดีในเวทีโลกกลับมีท่าทีที่แตกต่าง โดยการยืนยันที่จะยังคงสานสัมพันธ์กับรัสเซีย

ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์จีน-รัสเซีย : เพื่อนรัก เพื่อนร้าย

หากจะเอ่ยถึงประเทศคู่ซี้ที่กำลังมาแรงและเป็นที่จับตามอง ณ ขณะนี้ ยังไงก็คงจะหนีไม่พ้นคู่จีนและรัสเซียอย่างแน่นอน จากความสัมพันธ์ที่ยังคงแน่นแฟ้น แม้จะเกิดวิกฤติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนในปัจจุบันก็ตาม แต่อันที่จริง จีนและรัสเซียมีความสัมพันธ์กันอย่างยาวนานตั้งแต่อดีต เนื่องจากการยึดถือค่านิยมที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน หรือการเป็นเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน และแม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะเคยสะดุดหรือมีการระหองระแหงกันบ้าง แต่ในท้ายที่สุด ทั้งสองประเทศก็ต่างจำเป็นที่จะต้องมีกันและกันมากกว่า……… ลงเอยเป็นความสัมพันธ์แบบ “เพื่อนรัก เพื่อนร้าย และเพื่อนที่ทิ้งไปไม่ได้” ในที่สุด เพื่อนรัก ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและรัสเซียมีทั้งช่วงเวลาที่ขึ้นและลง และค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์อันเป็นหนึ่งเดียวกันมาตลอด หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 2534 จีนและรัสเซียเป็น “หุ้นส่วนที่สร้างสรรค์” ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ในปี 2556 อย่างไรก็ตาม หลังจากที่รัสเซียผนวกดินแดนไครเมียเข้ากับตนเองในปี 2557 เพื่อนทางตะวันตกได้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย และเพื่อนชื่อ NATO ก็ได้ระงับทุกความร่วมมือกับรัสเซียทันที ขณะที่เพื่อนทางทิศตะวันออกอย่างจีน ยังเปิดรับการพัฒนาสัมพันธ์กับรัสเซีย ทำให้ทั้งสองมีความใกล้ชิดกันในทุกด้านของความสัมพันธ์ ด้านการเมือง….. เราจะเห็นถึงการร่วมมือทางการเมืองและการทูตระหว่างจีนและรัสเซียเพื่อคานอำนาจตะวันตก โดยเพื่อนรักทั้งสองมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนกัน หรืออย่างน้อยก็ไม่ต่อต้านกันเมื่อมีการลงมติในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) เช่น ในปี 2557 จีนงดออกเสียงในมติของ UNSC ที่ให้การลงประชามติแยกไครเมียจากยูเครนให้เป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซียเป็นโมฆะ…

ตัวเลขเศรษฐกิจจีนไตรมาส 2 ไม่สดใส: ความน่ากังวลต่อเศรษฐกิจโลกและไทย

สำหรับครั้งนี้อยากชวนทุกคนจับตาสัญญาณน่ากังวลของเศรษฐกิจโลกในอนาคต จากที่ล่าสุดจีนประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product-GDP) ของไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 ออกมา โดยเติบโตเพียงแค่ร้อยละ 0.4 เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ผ่านมา และเรียกได้ว่าเข้าขั้นติดลบคิดเป็นร้อยละ -2.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ที่ตัวเลขนี้น่ากังวลก็เพราะจีนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในกลจักรสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกในยามวิกฤตตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย เศรษฐกิจก็ยังเติบโตอย่างสดใส โดยขยายตัวเกือบร้อยละ 7 ในขณะที่ช่วงเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เศรษฐกิจจีนก็ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องคิดเป็นร้อยละ 6.4 และถือเป็นตลาดบริโภคสำคัญที่ช่วยพยุงมูลค่าทางการค้าระหว่างประเทศ จากกำลังซื้อจำนวนมหาศาลของประชาชนจีน ทำให้เศรษฐกิจโลกในภาพรวมยังคงสามารถเดินหน้าต่อมาได้ แม้การเติบโตจะลดลง อย่างไรก็ตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มประสบปัญหาโดยเฉพาะนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในช่วงต้นปี 2563 เป็นต้นมา ซึ่งในช่วงแรกการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนติดลบอย่างหนัก ก่อนจะกลับมาเป็นบวกอีกครั้งหลังจากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดและปิดประเทศ ถึงกระนั้นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของจีนหลายตัวมีการสวิงไปมาและเริ่มขาดเสถียรภาพอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน รัฐบาลจีนตลอด 2 ปีที่ผ่านมาต้องอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมากเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้น การประกาศตัวเลข GDP ครั้งล่าสุดนี้น่าสนใจมาก เพราะถือว่าต่ำที่สุดในรอบหลายปี โดยนักวิเคราะห์ทั้งในและต่างประเทศต่างมองว่าปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 นี้ลดลงอย่างมาก เป็นผลสำคัญมาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ทั้งปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกาไปจนถึงการระบาดของไวรัสภายในประเทศจนหลายเมืองถูกปิด โดยหนึ่งในเมืองสำคัญก็คือเซี่ยงไฮ้ซึ่งถือเป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของจีน ทั้งในภาคการบริโภค การบริการ และภาคอุตสาหกรรม…

แคนาดาพิจารณาการจัดตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทเทสลา

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อ 9  ส.ค.65  ว่าบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเทสลาของสหรัฐฯ ยื่นหนังสือต่อรัฐบาลรัฐออนแทริโอเพื่อขออนุญาตจัดตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่รัฐบาลรัฐออนแทริโอยังไม่แสดงท่าทีใดๆ ต่อกรณีดังกล่าว ขณะที่นายฟรองซัว ฟิลิป ชองปาญ รมว.นวัตกรรม วิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแคนาดากล่าวก่อนหน้านี้ว่า แคนาดาหารือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการเป็นห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า  ทั้งนี้  บริษัทเทสลาจัดตั้งโรงงานรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ จำนวน 2 แห่ง รวมทั้งโรงงานในเยอรมนีและจีนอย่างละแห่ง   Credits ภาพ : grandprix,beartai

รัฐบาลตอลิบันยืนยันการเสียชีวิตของสมาชิกระดับสูงของกลุ่มก่อการร้าย TTP

เว็บไซต์ Times of India รายงานเมื่อ 9 ส.ค.65 อ้างถ้อยแถลงของรัฐบาลตอลิบันยืนยันการเสียชีวิตของนาย Omar Khalid Khorasani สมาชิกระดับสูงของกลุ่มก่อการร้าย Tehreek-e-Taliban Pakistan (TTP) ซึ่งถูกลอบสังหารระหว่างเดินทางด้วยรถยนต์ พร้อมนาย Mufti Hassan และนาย Hafiz Dawlat Khan ในจังหวัด Paktika  เมื่อ 7 ส.ค.65 อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีฝ่ายใดอ้างความรับผิดชอบเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ นาย Khorasani มีชื่อจริงว่า  นาย Abdul Wali Mohmand เป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของกลุ่ม TTP ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ชายแดนอัฟกานิสถานติดกับปากีสถาน และอยู่ในบัญชีรายชื่อสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายของสหรัฐฯ เมื่อ มี.ค.61 โดยมีรางวัลนำจับเป็นจำนวน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   Credits ภาพ : VOA,Tribune

เสนาธิการทหารบกคนใหม่ของฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญการปราบปรามกลุ่มคอมมิวนิสต์

พ.อ. Medel Aguilar โฆษกกองทัพบกของฟิลิปปินส์ระบุเมื่อ 10 ส.ค.65 ว่า พล.ท. Bartolome Vicente Bacarro เสนาธิการทหารบกของฟิลิปปินส์มีคำสั่งในการประชุมครั้งแรกหลังได้รับการแต่งตั้งว่า ให้เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงเพิ่มการปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มคอมมิวนิสต์ที่ยังเหลืออยู่ในประเทศ ซึ่งมีมากกว่า 2,000 คน เนื่องจากเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ควรจัดการ อย่างไรก็ดี ไม่ได้ระบุห้วงเวลาที่ต้องปราบปรามกลุ่มคอมมิวนิสต์ให้สำเร็จ ขณะที่ในห้วงการดำรงตำแหน่งของ พล.อ. Andres Centino อดีตเสนาธิการทหารบก ได้ปราบปรามกลุ่มคอมมิวนิสต์และผู้ก่อการร้ายจำนวนทั้งสิ้น 1,391 คน ทั้งนี้ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งฟิลิปปินส์ (Communist Party of the Philippines – CPP) และ กองทัพประชาชนใหม่ (New People’s Army-NPA) ถูกขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้ายในฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ สหภาพยุโรป  สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์ โดยคณะกรรมการต่อต้านการก่อการร้ายฟิลิปปินส์ยังเพิ่มให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ  (National Democratic Front – NDF) ซึ่งแยกตัวมาจาก…

กองทัพไต้หวันเตรียมฝึกซ้อมยิงกระสุนจริงระหว่าง 9-11 ส.ค.65

สำนักข่าว Taiwan News รายงานเมื่อ 8 ส.ค.65 ว่า กองทัพไต้หวันเตรียมฝึกซ้อมยิงกระสุนจริงในพื้นที่ผิงตง ทางตอนใต้ของไต้หวัน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสู้รบระหว่าง 9-11 ส.ค.65 โดยจะมีกองบัญชาการปืนใหญ่ที่ 43 กองพลทหารราบที่ 333 กองบัญชาการป้องกันตนเองไถตงและฮังเหลียน และกองกำลังรักษาชายฝั่งของไต้หวันเข้าร่วมการฝึกซ้อมดังกล่าวด้วย   Credits ภาพ : VOA,Today

ธนาคารกลางออสเตรเลียจะวิจัยและทดลองใช้สกุลเงินดิจิทัลที่ควบคุมโดยธนาคารกลาง (CBDC)

สื่อมวลชนออสเตรเลียรายงานเมื่อ 9 ส.ค.65 ว่า ธนาคารกลางออสเตรเลียร่วมกับ Digital Finance Cooperative Research Centre ของออสเตรเลีย จะออกสกุลเงินดิจิทัลที่ควบคุมโดยธนาคารกลาง (Central Bank Digital Currency-CBDC) สำหรับทดลองใช้ในโครงการวิจัยระยะเวลา 1 ปี  โดยมุ่งศึกษาวัตถุประสงค์ในการใช้งานของผู้ใช้เงินและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เพื่อประเมินอนาคตของ CBDC โดยจะทดลองใช้ในวงจำกัดเฉพาะกับภาคอุตสาหกรรมที่สนใจเข้าร่วมการพัฒนา CBDC เพื่อใช้ในบริการชำระเงินเท่านั้น

บริษัทต่างชาติในไต้หวันเตรียมแผนรับมือการปิดล้อมเกาะไต้หวัน

หนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานเมื่อ 9 ส.ค.65 ว่า ประธานสภาธุรกิจสหรัฐฯ-ไต้หวันระบุว่า บริษัทต่างชาติส่วนใหญ่ติดตามสถานการณ์ในช่องแคบไต้หวันอย่างใกล้ชิดและเตรียมแผนเคลื่อนย้ายห่วงโซ่อุปทาน สินทรัพย์และพนักงาน หากไต้หวันถูกปิดล้อม เนื่องจากกังวลว่าความขัดแย้งในช่องแคบไต้หวันอาจลุกลามเช่นเดียวกับสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน แม้ยังไม่มีบริษัทต่างชาติในไต้หวันถอนการลงทุนออกไปก็ตาม ทั้งนี้ ห้วง ม.ค.-เม.ย.65 บริษัทต่างชาติลงทุนในไต้หวัน 729 โครงการ มูลค่า 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากช่วงเดียวกันของปี 2564

FBI วิตกว่าจะเกิดเหตุก่อการร้ายในมาตุภูมิสหรัฐฯ

ผู้อำนวยการสอบสวนกลางสหรัฐฯ (Federal Bureau Investigation-FBI) ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ฝ่ายกิจการยุติธรรม วุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อ 4 ส.ค.65 ว่า สหรัฐฯ ขาดข้อมูลข่าวกรองที่เพียงพอต่อการประเมินภัยคุกคามจากกลุ่มก่อการร้าย เฉพาะอย่างยิ่งจากผู้ก่อการร้ายในอัฟกานิสถานที่เพิ่มความเคลื่อนไหวมากขึ้น หลังจากสหรัฐฯ ถอนทหารออกจากพื้นที่ ทำให้ปัจจุบัน สหรัฐฯ เสี่ยงเผชิญเหตุก่อการร้ายในมาตุภูมิจากผู้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน ทั้งกลุ่มอัลกออิดะห์ และกลุ่ม ISIS-K  พร้อมกันนี้ ผอ.FBI ยืนยันว่าจะปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่เพื่อต่อต้านการก่อการร้ายต่อไป   Credits ภาพ : CNN,Al Drago/Bloomberg