สหรัฐฯ คว่ำบาตรเครือข่ายลักลอบค้าน้ำมันและฟอกเงินของอิหร่านที่รัสเซียให้การสนับสนุน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 26 พ.ค.65 ว่า สหรัฐฯ คว่ำบาตรเครือข่ายลักลอบค้าน้ำมันและฟอกเงินของรัสเซียที่สนับสนุน Quds Force ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษในต่างประเทศ สังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolution Guards Corps-IRGC) ของอิหร่าน ที่ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลรัสเซีย บริษัทหลายแห่งของจีน รวมถึงอดีต เจ้าหน้าที่การทูตของอัฟกานิสถาน โดยสนับสนุนเงินทุนให้กลุ่ม Quds Force รวมทั้งกลุ่ม Hezbollah ของเลบานอน ตลอดจนช่วยเหลืออิหร่านสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธตัวแทน ซึ่งสหรัฐฯ จะปิดกั้นการดำเนินธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มดังกล่าวทั้งหมด พร้อมกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า แม้สหรัฐฯ พยายามฟื้นฟูข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน (JCPOA) แต่สหรัฐฯ จะคว่ำบาตรการค้าผิดกฎหมายของอิหร่านอย่างเข้มงวด

สเปนแนะนำวิธีการประหยัดพลังงานเพื่อลดพึ่งพารัสเซีย

สำนักข่าวAFP รายงานเมื่อ 26 พ.ค.65 ว่า รัฐบาลสเปนออกคำแนะนำการการประหยัดพลังงาน โดยมีรายละเอียดสำคัญ อาทิ ให้สถานที่ราชการตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูร้อน (ห้วง มิ.ย.-ก.ย.) ส่วนช่วงฤดูหนาว (ห้วง พ.ย.-ก.พ.) ห้ามตั้งอุณหภูมิเครื่องทำความร้อนสูงกว่า 19 องศาเซลเซียส ให้ข้าราชการพลเรือนทำงานจากที่พัก เพิ่มการใช้พลังงานแสงอาทิตย์อย่างมีประสิทธิภาพ มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลบนหลังคาสถานที่ราชการ รวมทั้งติดตั้งจุดจอดจักรยานในสถานที่ราชการเพื่อกระตุ้นให้ข้าราชการปั่นจักรยานไปทำงานมากขึ้น ทั้งนี้ คำแนะนำดังกล่าวเป็นความพยายามลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียของประเทศยุโรป

สหรัฐฯ เผยแพร่หลักฐานว่า การปิดล้อมทะเลดำของรัสเซียส่งผลกระทบการส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลก

หนังสือพิมพ์ Washington Post รายงานเมื่อ 24 พ.ค.65 อ้างเอกสารของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ที่วิเคราะห์กิจกรรมทางทะเลของกองทัพเรือรัสเซีย บริเวณชายฝั่งยูเครนทางตอนใต้ว่า การที่รัสเซียปิดล้อมและควบคุมเส้นทางการเดินเรือ ในตอนเหนือของทะเลดำทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ที่ขนส่งสินค้าในบริเวณดังกล่าว และทำให้การค้าทางเรือของยูเครนหยุดชะงัก ทั้งนี้ เอกสารข้างต้นเผยแพร่ในห้วงเดียวกับที่ผู้นำทั่วโลกประชุม World Economic Forum ที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อแก้ไขวิกฤตความมั่นคงทางอาหาร ที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าจากยูเครนผ่านทะเลดำมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของโลกอย่างมาก เนื่องจากยูเครนส่งออกข้าวสาลีร้อยละ 10 ของสัดส่วนในตลาดโลก และเส้นทางการส่งออกข้าวสาลีของยูเครนร้อยละ 95 ต้องผ่านทะเลดำ

ฮังการีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเนื่องจากสถานการณ์ยูเครน

นรม. Viktor Orban ของฮังการี ประกาศเมื่อ 24 พ.ค.65 สถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศเป็นเวลา 15 วัน โดยให้เหตุผลว่า สถานการณ์สู้รบในยูเครนเป็นภัยคุกคามต่อฮังการีอย่างต่อเนื่อง กระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคง ทั้งด้านพลังงาน การเงิน เศรษฐกิจ และสังคม และเสี่ยงทำให้โลกเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยการประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากรัฐสภาฮังการีผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลสามารถประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้ หากเกิดการสู้รบหรือภัยพิบัติต่อมนุษยชาติในประเทศเพื่อนบ้าน

ผลสำรวจ Ipsos poll ระบุว่า อาเซียนมองจีนเป็นหุ้นส่วนสำคัญที่สุดในอนาคต

สนข.Kyodo รายงานเมื่อ 26 พ.ค.65 อ้างผลการสำรวจของ Ipsos poll ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ในการสำรวจความคิดเห็นจากสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ (ยกเว้นเมียนมา) พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 48 เลือกจีนเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญที่สุดในอนาคต รองลงมาคือ ญี่ปุ่น (ร้อยละ 43) และสหรัฐฯ (ร้อยละ 41) ต่างจากการผลการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามเลือกญี่ปุ่นมากที่สุด (ร้อยละ 51) รองลงมาคือจีน (ร้อยละ 48) ถือเป็นครั้งแรกที่จีนได้รับคะแนนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 นับตั้งแต่ที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เริ่มสำรวจความเห็นเมื่อปี 2558 ซึ่งสะท้อนได้ถึงความสัมพันธ์ของจีนที่ลึกซึ่งยิ่งขึ้นและอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นในอาเซียนผ่านการทูตวัคซีนของจีน   ทั้งนี้ ผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นการสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-59 ปี จำนวน 2,700 คน เมื่อ ม.ค.65 ทั้งทางออนไลน์และการสัมภาษณ์โดยตร

บราซิลเตรียมส่งออกข้าวโพดและถั่วเหลืองแก่จีนเพิ่มขึ้น

กระทรวงเกษตรบราซิลแถลงเมื่อ 23  พ.ค.65  ว่าการพบหารือระหว่างผู้แทนของกระทรวงเกษตรบราซิลกับผู้แทนกระทรวงพาณิชย์จีนนั้น บราซิลมีแผนส่งออกข้าวโพดแก่จีนเพิ่มขึ้น  และอาจเจรจาส่งออกถั่วเหลืองกับโปรตีนถั่วเหลืองไปตลาดจีนต่อไปในมิ.ย. 65 นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายลงนามข้อตกลงด้านภาษีเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการทำธุรกิจ ความร่วมมือทางการค้าและเกษตรกรรม การลงทุนเทคโนโลยีพลังงานทดแทน รวมทั้งเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล วิทยาศาสตร์ และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

การค้าต่างประเทศที่ไม่ใช่น้ำมันของ UAE ห้วง ม.ค.-มี.ค.65 มีมูลค่าถึง 13,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เว็บไซต์ นสพ.The National News รายงานเมื่อ 26 พ.ค.65 อ้างข้อมูลของศูนย์การแข่งขันและสถิติแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates – UAE) ว่า การค้าต่างประเทศที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-oil) ของ UAE ห้วง ม.ค.-มี.ค.65 มีมูลค่ารวมสูงถึง 499,970 ล้านดิรฮัม (ประมาณ 13,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2564 โดยสินค้าอันดับต้น ๆ คือ ทองคำที่มีมูลค่าการค้าประมาณร้อยละ 17 ของการค้าทั้งหมด รองลงมาเป็นเพชร โทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสาร ขณะเดียวกันห้วง ม.ค.-มี.ค.65 จีนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของ UAE โดยมีมูลค่าการค้าทวิภาคีอยู่ที่ 57,000 ล้านดิรฮัม รองลงมาคือ อินเดีย และซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ เชค มุฮัมมัด บิน รอชิด อาลมักตูม เจ้าผู้ครองรัฐดูไบ…

สิงคโปร์จัดอันดับการประเมินความปลอดภัยเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์

สิงคโปร์เปิดตัวโครงการจัดอันดับความปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ การประเมินความปลอดภัยของตลาดการค้าออนไลน์ตามมาตรการต่อต้านการหลอกลวง ซึ่งโครงการดังกล่าวได้จัดระดับคะแนนความปลอดภัยของร้านค้าออนไลน์ที่ 1 – 5 คะแน

สหภาพยุโรปผลักดันกฎความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มงวดขึ้น

ประเทศในสหภาพยุโรปเห็นพ้องที่จะผลักดันกฎความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มงวดขึ้นสำหรับบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ การขนส่ง การเงิน ผู้ให้บริการดิจิทัล และผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์จากแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐและผู้ประสงค์ร้ายอื่น ๆ 

ว่าที่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนใหม่ จะตามรอยดูเตอร์เตหรือไม่?

นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ (บอง บอง) ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ จะเข้ารับตำแหน่ง ถัดจากประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตใน 30 มิถุนายน 2565 นี้ ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่า บอง บองจะดำเนินนโยบายต่างประเทศ เหมือนหรือต่าง จากดูเตอร์เต เพราะนโยบายต่างประเทศของฟิลิปปินส์จะเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาทะเลจีนใต้โดยตรง และการแข่งขันอิทธิพลจีนกับสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมาก ตลอดระยะเวลา 6 ปี ดูเตอร์เตพยายามใกล้ชิดจีนมากขึ้น ในช่วง 6 เดือนแรกที่ดำรงตำแหน่งใหม่ๆ ดูเตอร์เตได้เดินทางไปเยือนจีน และกลับมาพร้อมเงินกู้และความช่วยเหลือจากจีน 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน Build! Build! Build! แต่ความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์-จีน ก็มีอุปสรรคอยู่บ้าง เมื่อโครงการดังกล่าวกลับไม่มีความคืบหน้ามากนัก แม้จีนจะเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ แต่ในแง่ของการลงทุนจากต่างประเทศ จีนยังคงเป็นรองประเทศอื่น เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นที่มีมูลค่าการลงทุน 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐระหว่างปี 2562-2564 สหภาพยุโรปอยู่ที่ 657 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สหรัฐฯ อยู่ที่ 607 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนจีนอยู่ที่ 496 ล้านดอลลาร์สหรัฐ…