มาเลเซียมีเป้าหมายพัฒนาดินแดนสหพันธรัฐเป็นเมืองอัจฉริยะภายในปี 2573

สำนักข่าวแห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 1 ก.พ.66 อ้างสุนทรพจน์ของดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม นรม.มาเลเซีย ในงานวันดินแดนสหพันธรัฐประจำปี 2566 ที่พระราชวังมาเลเซีย กรุงกัวลาลัมเปอร์ ว่า รัฐบาลมาเลเซียมีเป้าหมายจะปรับเปลี่ยนดินแดนสหพันธรัฐ (federal territories) ได้แก่ พื้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ปุตราจายา และลาบวน ให้เป็นเมืองอัจฉริยะภายในปี 2573 ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวคิด Malaysia Madani (Civilized Malaysia) หรือ อารยะประเทศมาเลเซีย ของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เน้นความยั่งยืน และแนวคิดเมืองสีเขียวและเมืองอัจฉริยะ โดยปัจจจุบัน กรมดินแดนสหพันธรัฐมาเลเซียกำหนดวาระการพัฒนาอนาคตให้ยั่งยืน น่าอยู่ และอัจฉริยะแล้ว เช่น การใช้รถโดยสารสาธารณะไฟฟ้าในกรุงกัวลาลัมเปอร์ การทำเมืองนำร่องปล่อยคาร์บอนต่ำในเมืองวังซา มาจู กรุงกัวลาลัมเปอร์ การเพิ่มการติดตั้งกล้องวงจรปิดในกรุงกัวลาลัมเปอร์และปุตราจายา และการติดตั้ง WiFi ในบ้านเรือนของประชาชนและโครงการที่พักอาศัยสาธารณะในลาบวน Credit Pic : thestar.com.my

สิงคโปร์จะนำเข้าพลังงานไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จากมาเลเซียเป็นครั้งแรก

  หนังสือพิมพ์ Straitstimes รายงานเมื่อ 1 ก.พ.66 ว่า สิงคโปร์จะนำเข้าพลังงานไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จากมาเลเซียเป็นครั้งแรก โดยบริษัท YTL PowerSeraya ซึ่งเป็นบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่ของสิงคโปร์ จะนำเข้ากระแสไฟฟ้าจากมาเลเซียผ่านโรงไฟฟ้าก๊าซของ TNB Power Generation ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Tenaga Nasional Berhad (TNB) บริษัทไฟฟ้าแห่งชาติของมาเลเซีย จำนวน 100 เมกะวัตต์ ภายในปลายปี 2566 การประกาศนำเข้าดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังการลงนามข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน โดยมีนาย Tan See Leng รมว.กระทรวงแรงงานของสิงคโปร์ และนาย Tengku Zafrul Tengku Abdul Aziz รมว.กระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ร่วมเป็นสักขีพยานเมื่อ 30 ม.ค.66 โดยปริมาณกระแสไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ จะทดแทนความต้องการไฟฟ้าช่วงสูงสุดของสิงคโปร์ได้ร้อยละ 1.5 ซึ่งเพียงพอสำหรับแจกจ่ายไฟให้กับที่อยู่อาศัยแบบห้องชุด จำนวน 144,000 ห้องต่อปี ทั้งนี้ เมื่อ…

ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ต้อนรับการเยือนของ รมว.กต.สหรัฐฯ

    สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 31 ม.ค.66 ว่าในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ ต้อนรับการเยือนปาเลสไตน์ของนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.กต.สหรัฐฯ และหารือกันในหลายประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ ปัญหาอิสราเอลและปาเลสไตน์ โดยนายบลิงเคน มีถ้อยแถลงคล้ายกับที่เคยกล่าวระหว่างการเยือนอิสราเอลเมื่อ 30 ม.ค.66 คือเรียกร้องให้อิสราเอลและปาเลสไตน์ยุติการใช้ความรุนแรง และย้ำจุดยืนการสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาอิสราเอล-ปาเลสไตน์แบบสองรัฐฯ (two-state solution) ขณะที่ประธานาธิบดีอับบาส เรียกร้องให้อิสราเอลยุติการกระทำเพียงฝ่ายเดียว รวมถึงการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ และย้ำว่าปาเลสไตน์พร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯ และประชาคมระหว่างประเทศในการฟื้นฟูการเจรจาทางการเมืองเพื่อยุติการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ของอิสราเอล และการตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่มีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวง นอกจากนี้ นายบลิงเคน ยังให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนเงินทุนแก่ปาเลสไตน์ผ่านองค์การสหประชาชาติ (UN) อีกจำนวน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเติมจากที่เคยให้คำมั่นว่าจะให้เงินทุนช่วยเหลือจำนวน 890 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสนับสนุนการให้บริการโทรคมนาคมความเร็วสูง 4G แก่ปาเลสไตน์ Credit Pic : aa.com.tr