อินโดนีเซียเตรียมเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงถึงร้อยละ 200

สำนักข่าว Tempo รายงานเมื่อ 1 ก.ค.67 อ้างการเปิดของนาย Zulkifli Hasan รัฐมนตรีพาณิชย์ของอินโดนีเซียว่า รัฐบาลเตรียมปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นร้อยละ 100 ถึงร้อยละ 200 เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ฯ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาอุปทานสินค้าล้นเกินและสินค้าล้นตลาด จึงหลั่งไหลเข้ามาที่อินโดนีเซียจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถส่งไปยังตลาดตะวันตกได้ เช่น เสื้อผ้า เหล็ก สิ่งทอ โดยมาตรการของอินโดนีเซียมุ่งปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) และมีลักษณะเดียวกับมาตรการของสหรัฐฯ ที่กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าเซรามิกหรือเสื้อผ้าจากจีนที่ร้อยละ 200

ผู้นำแอฟริกาใต้แต่งตั้ง ครม.ชุดใหม่

นายไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ประกาศรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ จำนวน 32 ตำแหน่ง เมื่อ 30 มิ.ย.67 โดยสัดส่วนคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1) พรรค African National Congress (ANC) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้รับแต่งตั้ง 20 ตำแหน่ง และครองตำแหน่งสำคัญในการบริหาร เช่น นายพอล มาชาไทล์ เป็นรองประธานาธิบดี (สมัยที่ 2) นายเอโนช โกดงวานา เป็นรัฐมนตรีคลัง นายแองจี้ มอตเชกา เป็นรัฐมนตรีกลาโหม ขณะที่ นายโรนัลด์ ลาโมลา ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ แทน นางนาลีดี ปันดอร์ 2) พรรค Democratic Alliance (DA) ได้รับแต่งตั้ง 6 ตำแหน่ง โดยนายจอห์น…

อินเดียยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยวสำหรับไทยและมาเลเซีย

สำนักข่าว The Sun รายงานเมื่อ 29 มิ.ย.67 อ้างกระทรวงการต่างประเทศไทย ที่ระบุว่า อินเดียประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยว (e-Tourist visa) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทย โดยมีผลบังคับใช้ระหว่าง 1 ก.ค.-31 ธ.ค.67 ตามมาตรการดังกล่าว นักท่องเที่ยวไทยสามารถพำนักในอินเดียได้ 30 วัน และเดินทางเข้า-ออกได้ 2 ครั้ง โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา แต่ยังต้องยื่นขอรับการตรวจลงตราประเภท e-Tourist visa ล่วงหน้าทางเว็บไซต์ของอินเดีย ขณะเดียวกัน อินเดียยกเว้นค่าธรรมเนียม e-Tourist visa สำหรับนักท่องเที่ยวมาเลเซียด้วยเช่นกัน โดยมีผลบังคับใช้ระหว่าง 1 ก.ค.67-30 มิ.ย.68 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากไทยและมาเลเซีย

พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีสมาชิกปัจจุบันรวม 99.185 ล้านคน

สำนักข่าว Global Times รายงานอ้างข้อมูลจากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเมื่อ 30 มิ.ย.67 ว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.) มีจำนวนสมาชิกทั้งหมด 99.185 ล้านคน (ข้อมูลเมื่อสิ้นปี 2566) เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกใหม่เมื่อปี 2566 จำนวน 2.408 ล้านคน ซึ่งจบการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุปริญญาขึ้นไปร้อยละ 53 (1.28 ล้านคน) และร้อยละ 82.4 มีอายุ 35 ปีหรือต่ำกว่า (1.983 ล้านคน) สมาชิกส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มชาวนาและผู้ใช้แรงงาน คิดเป็นร้อยละ 33 ของสมาชิกทั้งหมด ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประชาชนผ่านองค์กรพรรคในระดับรากหญ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาองค์กรให้ก้าวหน้าในอนาคต เพราะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาที่แท้จริงที่ประชาชนประสบอยู่

ประธานาธิบดีจีนจะเข้าร่วมการประชุม SCO และเยือนกลุ่มประเทศในเอเชียกลาง

กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงเมื่อ 30 มิ.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเข้าร่วมการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization-SCO) ครั้งที่ 24 ที่กรุงอัสตานา คาซัคสถาน ระหว่าง 3-4 ก.ค.67 ซึ่งจีนจะรับตำแหน่งประธานหมุนเวียนของ SCO ครั้งต่อไป จากนั้นจะเยือนคาซัคสถานและทาจิกิสถานอย่างเป็นทางการ โดยนักวิจัยและนักวิเคราะห์อาวุโสของจีนให้ความเห็นว่า ห้วงเวลาการจัดประชุม SCO สอดคล้องกับห้วงที่สถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง การปิดล้อมและการเผชิญหน้าเข้มข้นขึ้น เป็นการส่งสัญญาณถึงประเทศตะวันตกให้รับฟังความเห็นที่แตกต่างจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ทั้งยังสะท้อนถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประเทศสมาชิก SCO รวมถึงการนำเสนอแนวทางใหม่เพื่อรับมือกับความท้าทายและความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้น ส่วนการเยือนคาซัคสถานและทาจิกิสถานเป็นการย้ำถึงการให้ความสำคัญทางการทูตต่อประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งภูมิภาคเอเชียกลางเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญภายใต้ข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) ซึ่งคาดว่าการเยือนของผู้นำจีนครั้งนี้จะมีการลงนามข้อตกลงในโครงการเชื่อมต่อด้านโครงสร้างพื้นฐานระหว่างจีนกับเอเชียกลางมากขึ้น รวมถึงการก่อสร้างเส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศทรานส์แคสเปียน (Trans-Caspian International Transport Route-TITR) หรือ Middle Corridor ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะช่วยให้ประหยัดต้นทุนการขนส่งระหว่างจีนกับยุโรปมากที่สุด

ฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วยุโรปยกระดับการเฝ้าระวังเหตุโจมตีจากกลุ่มก่อการร้าย

สำนักข่าว Fox News รายงานเมื่อ 30 มิ.ย.67 ว่า ฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วยุโรป ยกระดับการเฝ้าระวังเหตุโจมตีจากกลุ่มก่อการร้าย เป็น “Force Protection Charlie” ที่หมายถึงกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้รับข่าวกรองที่เชื่อถือได้ แจ้งเตือนว่ากลุ่มก่อการร้ายอาจก่อเหตุโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในยุโรป โดยคาดว่าอาจเกิดเหตุโจมตีในสัปดาห์หน้า ซึ่งฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วยุโรปเพิ่มความเข้มงวดอย่างยิ่งกับมาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูงและยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ รวมถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และสิ่งอำนวยความสะดวกในยุโรป ทั้งในเยอรมนี อิตาลี โรมาเนีย และบัลแกเรีย