ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกังวลอย่างยิ่งต่อการยุบพรรคก้าวไกล

นาย Volker Türk ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ เมื่อ 8 ส.ค.67 แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีศาลรัฐธรรมนูญไทย มีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลเนื่องจากมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจากการเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พร้อมสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี โดยนาย Volker Türk ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการบั่นทอนกระบวนการประชาธิปไตยและจำกัดสิทธิทางการเมือง รวมถึงไม่สอดคล้องกับพันธกรณีของไทยภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) นาย Volker Türk ยังระบุด้วยว่า พรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่สนับสนุนการปฏิรูปกฎหมายอย่างสันติ ไม่ควรต้องเผชิญกับบทลงโทษดังกล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเคารพสิทธิในการแสดงออก และยุติการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพื่อกดขี่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งนี้ การส่งเสริมความหลากหลายทางความคิดเป็นพื้นฐานของการปกป้องสิทธิมนุษยชน และจะนำไปสู่การบรรลุการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างสันติ

สถาบันคลังสมองของฟิลิปปินส์ชี้ว่าการฝึกร่วมระหว่างฟิลิปปินส์และเวียดนาม เป็นการส่งสัญญาณถึงจีน

สำนักข่าว Inquirer รายงานเมื่อ 9 ส.ค.67 ว่า เรือ BRP Gabriela Silang ของหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ (Philippine Coast Guard-PCG) และเรือตรวจการณ์ CSB หมายเลข 8002 ของหน่วยยามฝั่งเวียดนาม (Vietnam Coast Guard-VCG) ฝึกปฏิบัติการใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ในห้วงการฝึกซ้อมทวิภาคีครั้งแรก ระหว่าง 5-9 ส.ค.67 บริเวณใกล้กับเกาะ Corregidor ของฟิลิปปินส์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการป้องกันอัคคีภัยและการระเบิด ทั้งนี้ ดร. Chester Cabalza ประธานสถาบันการพัฒนาระหว่างประเทศและความร่วมมือด้านความมั่นคง (International Development and Security Cooperation) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองของฟิลิปปินส์ ระบุว่าการฝึกซ้อมดังกล่าว เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนของทั้งสองประเทศถึงจีนในประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้

ญี่ปุ่นสนับสนุนสหรัฐฯ อียิปต์ และกาตาร์ ในการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งในฉนวนกาซา

นางคามิกาวะ โยโกะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 9 ส.ค.67 ว่า ญี่ปุ่นสนับสนุนการแสดงบทบาททางการทูตของสหรัฐฯ อียิปต์ และกาตาร์ ในการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งในฉนวนกาซา ตามแถลงการณ์ร่วมของผู้นำสามประเทศที่เสนอเป็นผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส และขอให้ทั้งสองฝ่ายพิจารณาเข้าร่วมการหารือเป็นการเร่งด่วนใน 15 ส.ค.67 ที่กรุงโดฮา กาตาร์ หรือกรุงไคโร อียิปต์ เพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันทั้งหมดตามกรอบข้อตกลงที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสนอเมื่อ 31 พ.ค.67 และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) รับรองเมื่อ 10 มิ.ย.67 ตามข้อมติ UNSC ที่ 2735 โดยญี่ปุ่นเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้โอกาสดังกล่าวในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง พร้อมย้ำว่าจะร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางทางการทูตอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้มีการปล่อยตัวประกัน การแก้ไขสถานการณ์ด้านมนุษยธรรม การป้องกันการเพิ่มความตึงเครียดของสถานการณ์ และการระงับข้อพิพาทโดยเร็ว

อินเดียจัดตั้งคณะกรรมาธิการติดตามสถานการณ์บริเวณพรมแดนระหว่างอินเดียกับบังกลาเทศ

เว็บไซต์ The Economic Times รายงานเมื่อ 9 ส.ค.67 ว่า นายอามิต ซาห์ รัฐมนตรีมหาดไทยอินเดียประกาศจัดตั้งคณะกรรมาธิการติดตามสถานการณ์บริเวณพรมแดนระหว่างอินเดียกับบังกลาเทศ สำหรับเป็นช่องทางประสานงานกับรัฐบาลรักษาการของบังกลาเทศ เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของชาวอินเดียและชาวฮินดูซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในบังกลาเทศ จากการที่กระแสต่อต้านชาวฮินดูในบังกลาเทศรุนแรงขึ้น คณะกรรมาธิการดังกล่าวประกอบด้วยผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ กองกำลังความมั่นคงชายแดน (Border Security Force-BSF) กองกำลังภาคตะวันออก กองทัพบกอินเดีย จเรตำรวจ และกรมการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานชายแดน กระทรวงมหาดไทยอินเดีย นอกจากนี้ สถานการณ์ความไม่สงบในบังกลาเทศและกระแสต่อต้านชาวฮินดูทำให้มีชาวบังกลาเทศหลบหนีข้ามพรมแดนเข้ามาในอินเดียมากกว่า 500 คน