มาเลเซียรายงานผลการปราบปรามขบวนการค้าสิ่งผิดกฎหมายบริเวณชายแดน

ดาโต๊ะ อาร์มีซัน โมฮาหมัด อาลี รัฐมนตรีการค้าภายในและค่าครองชีพของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 1 ก.ย.67 ว่า ผลการปราบปรามขบวนการค้าน้ำมันและสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ภายใต้ปฏิบัติการ Tiris 3.0 ระหว่าง 1 ม.ค.-28 ส.ค.67 ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย สามารถจับกุมผู้กระทำผิด 496 ราย จากทั้งหมด 2,005 เคส ตรวจยึดของกลางได้กว่า 80.11 ล้านริงกิต (ประมาณ 632.53 ล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นเชื้อเพลิงดีเซล 95 (RON95) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) มันพืชบรรจุถุง 1 กิโลกรัม น้ำตาลทรายขาวบรรจุถึง 1 กิโลกรัม และเอกสารทางการเงินเท็จ

ยูเครนคว่ำบาตรบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนรัสเซีย

ประธานาธิบดีโวโลดีมี เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยผ่าน Telegram เมื่อ 1 ก.ย.67 ว่า การลงนามมาตรการคว่ำบาตรบุคคลและองค์กร จำนวน 150 ราย ที่สนับสนุนหรือดำเนินงานเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมการบินรัสเซีย และมาตรการคว่ำบาตรปัจเจกบุคคลที่สนับสนุนรัสเซียนั้น ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของมาตรการฯ ต่อสาธารณะบนเว็บไซต์ประธานาธิบดียูเครน ทั้งนี้ คำสั่งประธานาธิบดียูเครนฉบับล่าสุดที่ประกาศบนเว็บไซต์ฯ คือ คำสั่งปลด พล.อ.ท.Mykola Oleshchuk ออกจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองทัพอากาศยูเครน เมื่อ 30 ส.ค.67 หลังจากเครื่องบินขับไล่ F-16 ได้รับมอบจากสหรัฐฯ ประสบเหตุตก จำนวน 1 ลำ

สหรัฐฯ ร่วมกับอิรักปฏิบัติการโจมตีกลุ่ม IS ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ทะเลทรายทาง ตต.ของอิรัก

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command-CENTCOM) ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงเมื่อ 30 ส.ค.67 ว่า กองกำลังสหรัฐฯ ในอิรักและกองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลอิรัก ร่วมปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินและโจมตีทางอากาศ ในพื้นที่ทะเลทราย จ.อัลอันบาร์ ทางภาคตะวันตกของอิรัก ติดชายแดนซีเรีย ตั้งแต่ 29 ส.ค.67 เพื่อปราบปรามสมาชิกกลุ่ม Islamic State (IS) เฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกระดับแกนนำที่ทำหน้าที่วางแผนและโจมตีพลเรือนอิรัก รวมถึงพลเมืองอเมริกันและพันธมิตรในและนอกภูมิภาค ผลการปฏิบัติการสามารถสังหารสมาชิกระดับปฏิบัติการของกลุ่ม IS ได้ 15 คน มีทหารอเมริกันบาดเจ็บ 7 นาย ทำลายที่ซ่อนอาวุธ ระเบิดมือและเข็มขัดติดตั้งระเบิดจำนวนมาก สิ่งอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ ตรวจยึดเอกสารระบุตัวตน และอุปกรณ์สื่อสารได้จำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ CENTCOM ของสหรัฐฯ ประเมินเมื่อ ก.ค.67 ว่ากลุ่ม IS ที่ยังหลงเหลือในอิรักและซีเรีย พยายามฟื้นฟูกลุ่มขึ้นใหม่ เนื่องจากพบเหตุโจมตีในอิรักและซีเรียที่กลุ่ม IS อยู่เบื้องหลัง ในหว้ง 6 เดือนแรกของปี 2567 รวม…

ชาวอิสราเอลชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮะมาส

 The Jerusalem Post รายงานเมื่อ 1 ก.ย.67 ว่า Hostages and Missing Families Forum ซึ่งเป็นองค์กรที่ก่อตั้งโดยครอบครัวตัวประกันชาวอิสราเอล จัดชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงเทลอาวีฟ เมื่อห้วงค่ำวันเดียวกัน เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันกับกลุ่มฮะมาส ก่อนที่ตัวประกันจะถูกสังหารเพิ่มอีก โดยมีชาวอิสราเอลเข้าร่วมชุมนุมประมาณ 300,000 คน นอกจากนี้ ชาวอิสราเอลในเมืองเยรูซาเลมรวมตัวชุมนุมหลายพันคน บริเวณหน้ารัฐสภาอิสราเอลซึ่งมีการประชุมคณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงแห่งชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลยอมรับข้อตกลงปล่อยตัวประกันในทันที ขณะที่สหภาพแรงงานและครู ภาคเอกชนและหน่วยงานท้องถิ่นอิสราเอลบางส่วนแสดงการสนับสนุนการชุมนุมประท้วง โดยสหภาพแรงงานประกาศหยุดงานทั่วประเทศ ใน 2 ก.ย.67 เช่น ท่าอากาศยานนานาชาติ Ben-Gurion จะปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนเทศบาลท้องถิ่นและหน่วยงานส่วนภูมิภาคอิสราเอลบางส่วนจะปิดทำการใน 2 ก.ย.67 เพื่อให้พนักงานและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วง ทั้งนี้ การชุมนุมครั้งนี้มีขึ้นหลังจากกองกำลังป้องกันอิสราเอล  ประกาศเมื่อ 31 ส.ค.67 ว่าพบร่างตัวประกัน 6 ราย เป็นชาย 4 ราย อายุ 23-33 ปี…

อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอินโดนีเซีย-แอฟริกาครั้งที่ 2

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมอินโดนีเซีย-แอฟริกา (Indonesia Africa Forum-IAF) ครั้งที่ 2 และการประชุมระดับสูงเพื่อความเป็นหุ้นส่วนระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย  ที่บาหลี ระหว่าง 1-3 ก.ย.67 ย้ำหลักในการพัฒนาโลกอย่างเท่าเทียมและครอบคลุม มุ่งเน้นความเป็นอยู่ที่ดีของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งประกอบด้วยหลักสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1) การพัฒนาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน จัดลำดับความสำคัญในการพัฒนาระดับประเทศและภูมิภาค รวมถึงวาระการพัฒนาแอฟริกาปี 2606 2) อินโดนีเซียจะมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการแก้ปัญหาระดับโลก ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประเทศกำลังพัฒนา และเชื่อมโยงโลกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 3) อินโดนีเซียยินดีร่วมมือกับทุกฝ่าย เฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแอฟริกา เพื่อสนับสนุนวาระการพัฒนาโลก 4) การทำงานร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการเผชิญความท้าทาย ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย คาดว่าการประชุม IAF จะผลักดันให้อินโดนีเซียและประเทศในแอฟริกาบรรลุข้อตกลงการค้าและการลงทุนมูลค่า 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตเพื่อเปิดทางสู่โอกาสสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และการลงทุนที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน