เมียนมามีสถิติเหยื่อจากทุ่นระเบิดมากที่สุดในโลก

องค์กรรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อการห้ามทุ่นระเบิด (International Campaign to Ban Landmines-ICBL) ซึ่งเผยแพร่รายงาน Landmine Monitor เมื่อ 20 พ.ย.67 ว่า เมียนมามีเหยื่อจากทุ่นระเบิดมากที่สุดในโลก โดยเมื่อปี 2566 พบว่า มีคนในเมียนมาเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดและเศษวัตถุระเบิด จำนวน 1,003 คน (ไม่ระบุยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ )  กองทัพเมียนมาและกองกำลังกลุ่มต่อต้านใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเพิ่มขึ้นมากในช่วงหลังเหตุรัฐประหารเมื่อปี 2564 เป้าหมายคือ โครงสร้างพื้นฐาน เช่น เสาส่งสัญญาณโทรคมนาคม และท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ขณะที่เมื่อปี 2566 มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดทั่วโลก อย่างน้อย 5,757 คน ซึ่งรองจากเมียนมาคือ ซีเรีย 933 คน อัฟกานิสถาน 651 คน และยูเครน 580 คน

ประธานาธิบดีของรัสเซียแถลงเตรียมตอบโต้ยูเครนและประเทศตะวันตก

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ เมื่อ ๒๑ พ.ย.๖๗  (ประมาณ ๒๐.๐๐ น. ตามเวลาท้องถิ่น)  ระบุว่า สงครามยูเครนกำลังถูกยกระดับเป็นสงครามโลก หลังจากที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรอนุมัติให้ กห.ยูเครน สามารถใช้อาวุธที่ได้รับการสนับสนุนโจมตียังดินแดนรัสเซีย นอกจากนี้  ประธานาธิบดีรัสเซียยังย้ำแนวทางตอบโต้ด้วยการใช้ขีปนาวุธ Oreshnik ซึ่งเป็นขีปนาวุธระยะกลางรุ่นใหม่ที่มีความเร็วเหนือเสียง และจะยกระดับการโจมตีมากขึ้น แต่พลเรือนจะได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า

กลุ่มก่อการร้ายซุ่มโจมตีผู้แสวงบุญชาวชีอะฮ์ในปากีสถานเสียชีวิตกว่า 40 คน

เว็บไซต์ สนข.Khaama Press ของอัฟกานิสถาน รายงานอ้างแถลงการณ์ของ จนท.ตำรวจปากีสถานเมื่อ 21 พ.ย.67 ว่า ผู้แสวงบุญชาวชีอะฮ์ถูกกลุ่มก่อการร้ายซุ่มโจมตีในเขต Kurram ระหว่างเดินทางจากเมือง Parachinar จ.Khyber Pakhtunkhwa ไปเมืองเปชวาร์ ปากีสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 42 คน และบาดเจ็บ 14 คน ผู้นำระดับสูงของปากีสถานหลายคน รวมถึงประธานาธิบดี Asif Ali Zardari นาย Shehbaz Sharif นรม. และ นาย Mohsin Naqvi รมว.มท. ได้ออกมาประณามการโจมตีครั้งนี้อย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีกลุ่มก่อการร้ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ