รัสเซียจัดการซ้อมรบร่วมทางทะเลครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ Ocean 2024

กระทรวงกลาโหมรัสเซียจัดการซ้อมรบร่วมทางทะเลครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ Ocean-2024 ระหว่าง 10-16 ก.ย.67 ในพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิก อาร์กติก ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเลแคสเปียน และทะเลบอลติก โดยใช้เรือรบ เรือดำน้ำ และเรือสนับสนุนมากกว่า 400 ลำ เครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์กว่า 120 ลำจากกองทัพเรือและกองทัพอากาศรัสเซีย ยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์พิเศษรวม 7,000 รายการ และมีกำลังพลเข้าร่วมมากกว่า 90,000 นาย สำหรับการซ้อมรบครั้งนี้จะเป็นการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสามทศวรรษ เพื่อประเมินความพร้อมของกองทัพเรือรัสเซียในการบัญชาการหน่วยงานในทุกภาคส่วนให้เป็นหนึ่งเดียว สร้างความพร้อมรับมือกับภารกิจพิเศษ ฝึกใช้อาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหารที่มีความแม่นยำสูงและทันสมัย ​​นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายในการเพิ่มความร่วมมือกับกองทัพเรือของประเทศพันธมิตรในการปฏิบัติภารกิจร่วมทางทะเล

ตำรวจแคนาดาจับกุมพลเมืองปากีสถานข้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

มาร์ค มิลเลอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงผู้อพยพของแคนาดาแถลงเมื่อ 10 ก.ย.67 ยืนยันว่ากรณีตำรวจแคนาดาจับกุมนายมุฮัมหมัด ชาเซบ ข่าน หรือชาเซบ จาดูน ชาวปากีสถาน อายุ 20 ปี ข้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเมื่อ 4 ก.ย.67 บริเวณรัฐควิเบกนั้น นายข่านได้รับการตรวจลงตราหนังสือเดินทางประเภทนักศึกษาก่อนเดินทางเข้าแคนาดาเมื่อ 24 มิ.ย. 66 และพยายามเดินทางเข้าสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายก่อเหตุโจมตีสถานที่สำคัญของชาวยิวในเมืองบรุกลิน ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ นายข่านอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีที่ศาลนิวยอร์กของสหรัฐฯ

จีนเสนอแนวทางความร่วมมือเพื่อความมั่นคงระดับโลกในการประชุม Global Public Security

สำนักข่าว Global Times รายงานเมื่อ 10 ก.ย.67 ว่า นายหวัง เสี่ยวหง รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน (Ministry of Public Security-MPS) แสดงปาฐกถาต่อที่ประชุม Global Public Security Cooperation Forum ที่เมืองเหลียนหยุนกัง มณฑลเจียงซูของจีน เมื่อ 9 ก.ย.67 เสนอประเด็นความร่วมมือเพื่อรักษาความมั่นคงโลก ได้แก่ การเพิ่มความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดนและการก่อการร้ายทั่วโลก การสร้างโลกไซเบอร์ที่สันติ ปลอดภัย เปิดกว้าง และการจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยนายหวังระบุด้วยว่า จีนมีแผนฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมายของประเทศที่สนใจประมาณ 3,000 นาย ซึ่งประเทศที่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ 19 ประเทศจากทั้งหมด 122 ประเทศ ตอบรับเข้าร่วมการฝึกในปี 2568 แล้ว

2030 จุดเปลี่ยนโลก

           หลายประเทศวางแผนพัฒนาประเทศสำหรับอนาคต 10-20 ปี แต่ในอนาคตอันใกล้อีก 6 ปี นั่นคือ ปี ค.ศ.2030 เป็นอนาคตอันใกล้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ เกิดขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของมนุษยชาติต่อไปอีก โดยจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยี การเงิน การคมนาคมขนส่ง การแพทย์ และสิ่งแวดล้อม บทความนี้จะชวนไปดูรายละเอียดว่า จุดเปลี่ยนเหล่านั้นกำลังก้าวเดินไปยังทิศทางใด และจะส่งผลกระทบอะไรต่อมนุษยชาติ? จุดเปลี่ยนแรก ด้านเทคโนโลยี การพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์หรือ (Artificial Intelligence – AI) ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปัจจุบันเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ทุกๆ ด้านเปลี่ยนแปลงไป อุปกรณ์หลายๆ ชนิดจะมีสมองกลเพื่อปฎิสัมพันธ์กับมนุษย์ รับคำสั่งจากมนุษย์ วิเคราะห์ข้อมูล และเรียนรู้จากมนุษย์ และด้วยอัตราการพัฒนาความฉลาดของ AI คาดว่าอีก 5 ปี AI จะฉลาดเท่ามนุษย์ และฉลาดกว่ามนุษย์ 10,000 เท่าใน 10 ปี และด้วยความฉลาดนี้ AI จะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ให้ำแนะนำ มากกว่าที่จะเป็นเครื่องมือให้กับมนุษย์ ความเปลี่ยนแปลงที่ 2…

เกษตรช่วยป่า ป่าช่วยเศรษฐกิจ เศรษฐกิจช่วยโลก

             ต้นสัก ต้นตะเคียน ต้นพะยูง มะฮอกกะนี ต้นมะค่า ชื่อไม้ยืนต้นเหล่านี้เป็นที่นิยมในการเพาะปลูกเป็น “ไม้เกษียณ” หรือหมายถึง ต้นไม้ที่ปลูกเพื่อเตรียมขายซุง เป็นรายได้หลังเกษียณ เสมือนการลงทุนในระยะยาวบนที่ดิน ดีกว่าปล่อยให้ที่ดินว่าง…… เป็นการสร้างมูลค่าที่ดินไปด้วย ไม่แตกต่างจากการขายบ้านพร้อมที่ดิน แต่เป็นการขายบ้านพร้อมสวนที่เป็นทรัพย์สิน ดังนั้น “การปลูกป่า” จึงเป็นกิจกรรมที่นิยมกันมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี ปัจจุบันการปลูกป่าเพื่อสร้างรายได้สามารถทำได้หลายทาง ทั้งจากผลผลิตโดยตรงจากการขายเนื้อไม้ การเพาะกล้าไม้จากเมล็ดหรือกิ่งชำ ทำปุ๋ยจากเศษใบไม้ รวมถึงการขายคาร์บอนด์เครดิต (carbon credit) ซึ่งมีแนวโน้มอุปสงค์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะธุรกิจทุกประเภทต้องให้ความร่วมมือในการลดคาร์บอนที่ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยมีป่าทำหน้าที่ดูดซับคาร์บอนไว้ จากกระบวนการสังเคราะห์แสงตามธรรมชาติ ทำให้มีแนวคิดในการปลูกป่าคาร์บอนตั้งแต่ปี 2537 ในพิธีสารโตเกียว สอดคล้องกับการตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าของไทยให้ได้ 55% ของพื้นที่ประเทศในปี 2580 ซึ่งต้องปลูกป่าเพิ่มขึ้นอีก 360,000 ไร่ จึงจะได้ตามเป้าหมาย …………การเพิ่มพื้นที่ป่าในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การประกาศเขตอนุรักษ์หรือเขตอุทยาน แต่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐที่มีที่ดินอยู่ 57.5% ของที่ดินในประเทศ กับความต้องการซื้อคาร์บอนจากภาคเอกชนที่จะเป็นงบประมาณสนับสนุนการปลูกและดูแลรักษาป่า…

บังกลาเทศแสดงเจตจำนงเข้าร่วมเป็นคู่เจรจาเฉพาะสาขาของอาเซียน

สำนักข่าวแห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 9 ก.ย.67 อ้างการเปิดเผยของนาย Md Shameem Ahsan เอกอัครราชทูตบังกลาเทศประจำมาเลเซียว่า บังกลาเทศแสดงเจตจำนงที่จะเข้าร่วมเป็นคู่เจรจาเฉพาะสาขาของอาเซียน (Sectoral Dialogue Partner) เพื่อเพิ่มการเชื่อมโยงทางการค้าและการลงทุนกับประเทศในอาเซียน พร้อมกับยกระดับบทบาทที่สำคัญของสมาคมกลุ่มความร่วมมือแห่งภูมิภาคเอเชียใต้ (SAARC) ที่จะช่วยเสริมสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกับอาเซียน นอกจากนี้ ยังระบุว่า นาย Muhammad Yunus ผู้นำรัฐบาลรักษาการของบังกลาเทศ ได้เชิญนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซีย เยือนบังกลาเทศในห้วงปลายปี 2567

UN กังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาที่มีแนวโน้มเลวร้ายลง

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) รายงานเมื่อ 9 ก.ย.67 ว่าในวันเดียวกันนาย Nicholas Koumjian หัวหน้าคณะกลไกการสืบสวนอิสระเพื่อเมียนมาของ UN (Independent Investigative Mechanism for Myanmar-IIMM) แถลงในการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน UN สมัยที่ 57 แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาที่มีแนวโน้มเลวร้ายลง ส่งผลให้พลเรือนรวมทั้งเด็กและสตรีมีครรภ์เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมาบริเวณตอนเหนือของรัฐฉาน เมื่อห้วงต้น ก.ย.67 ขณะที่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่เผชิญกับสภาวะไร้ที่อยู่อาศัย จากการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองทัพอาระกัน ทั้งนี้ นาย Nicholas Koumjian ระบุด้วยว่า IIMM จะสืบสวนและรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับอาชญากรรมระหว่างประเทศและการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศในเมียนมา เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด

พณ.จีนจะอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนแบบถือหุ้นทั้งหมดได้

China Daily รายงานเมื่อ 9 ก.ย.67 อ้างประกาศกระทรวงพาณิชย์จีน เมื่อ 8 ก.ย.67 ว่า ทางการจีนจะอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนแบบถือหุ้นทั้งหมดได้ใน 9 พื้นที่ ได้แก่ กรุงปักกิ่ง เมืองเทียนสิน นครเซี่ยงไฮ้ เมืองนานกิงในมณฑลเจียงซู เมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน เมืองกว่างโจวและเมืองเซินเจิ้นในมณฑลกวางตุ้ง และมณฑลไห่หนาน โดยโรงพยาบาลในพื้นที่นำร่องกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลกวางตุ้ง และมณฑลไห่หนาน จะได้รับอนุญาตให้ทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านสเต็มเซลล์ การตรวจพันธุกรรมและการรักษา รวมถึงสิทธิในการจดลิขสิทธิ์ทางการตลาดและการผลิตในจีนหากสินค้าที่ผลิตจากผลงานวิจัยได้รับการอนุมัติ โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการบริการทางการแพทย์คุณภาพสูงและความต้องการด้านการสาธารณสุขของประชาชน ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้เปิดโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านแพทย์แผนจีน โดยคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติร่วมกับสำนักงานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์แห่งชาติจะประกาศข้อกำหนด เงื่อนไขเฉพาะ และขั้นตอนการเปิดธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในจีนสำหรับนักลงทุนต่างชาติในระยะต่อไป

อิหร่านยอมรับว่าจัดหาอาวุธให้รัสเซียแลกกับสินค้าเกษตรและธัญพืช

นาย Ahmad Bakhshayesh Ardestani คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน (สภาที่ปรึกษาอิสลาม) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอิหร่าน เมื่อ 7 ก.ย.67 ยอมรับว่าอิหร่านให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่รัสเซีย ด้วยการจัดหาขีปนาวุธพิสัยใกล้และโดรนทางทหารให้รัสเซีย แลกกับสินค้าเกษตรและธัญพืช ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี และข้าวโพด ของรัสเซีย โดยไม่กังวลว่าจะถูกสหรัฐฯ และชาติตะวันตก เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรมากขึ้นอีก เพราะการคว่ำบาตรที่ผ่านมาไม่มีผลยับยั้งอิหร่านไม่ให้ส่งอาวุธไปสนับสนุนกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน และกองกำลังติดอาวุธพลเรือนชาวชีอะฮ์ในอิรักได้ ถ้อยแถลงดังกล่าวขัดแย้งกับท่าทีของคณะผู้แทนถาวรอิหร่านประจำสหประชาชาติ (UN) ที่ปฏิเสธรายงานของ the Wall Street Journal ซึ่งอ้างข้อมูลของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และยุโรปว่า อิหร่านจัดหาและส่งมอบขีปนาวุธพิสัยใกล้ให้รัสเซียใช้โจมตียูเครน อีกทั้งไม่สอดคล้องกับการแถลงของนาย Nasser Kanaani โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ที่ระบุว่า อิหร่านไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่ความร่วมมือทางทหารระหว่างอิหร่านกับรัสเซีย มีมาก่อนสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะเริ่มต้น

กองทัพกัมพูชาและฟิลิปปินส์กระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 9 ก.ย.67 ว่า พล.อ.วงษ์ ปิเซน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา พบหารือกับ พล.อ.Romeo Brawner Jr. ผู้บัญชาการทหารสูงสุดฟิลิปปินส์ ที่กัมพูชา เมื่อ 8 ก.ย.67 โดยกัมพูชากล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ทวิภาคีที่พัฒนาหลังจากกองทัพทั้งสองประเทศลงนามร่างขอบเขตความร่วมมือระหว่างกันเมื่อ ม.ค.66 พร้อมกับขอบคุณกองทัพฟิลิปปินส์ที่ให้ความช่วยเหลือด้านการฝึกอบรมบุคลากรแก่กองทัพกัมพูชา อาทิ หลักสูตรกระโดดร่ม ศิลปะการต่อสู้ โอกาสนี้กัมพูชาร้องขอให้กองทัพฟิลิปปินส์ยังคงสานต่อความร่วมมือที่เป็นมิตร โดยการแลกเปลี่ยนข่าวสารเพื่อป้องกันอาชญากรรมข้ามแดน อาทิ ค้ามนุษย์ อาวุธ ยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ การต่อต้านการก่อการร้าย ความร่วมมือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ รวมถึงการฝึกร่วมทางทหาร ขณะที่ฟิลิปปินส์ให้คำมั่นว่าจะยังคงสนับสนุนความร่วมมือกับกัมพูชาด้านการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนการเยือนทุกระดับ การต่อต้านอาชญากรรมข้ามแดนและการก่อการร้าย