กลุ่มฮะมาสเรียกร้องให้จัดการประท้วงและปิดล้อม สอท.อิสราเอลและสหรัฐฯ ทั่วโลก

สนข. Press TV ของทางการอิหร่าน รายงานเมื่อ 18 มี.ค.68 ว่า กลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาออกแถลงการณ์เมื่อวันเดียวกัน เรียกร้องให้โลกอาหรับ-มุสลิม รวมถึงประชาชนทั่วโลกเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่และปิดล้อม สอท.อิสราเอลและสหรัฐฯ ทั่วโลก เพื่อตอบโต้การกลับมาปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา รวมทั้งกดดันให้อิสราเอลยุติการรุกรานและใช้ความรุนแรงในฉนวนกาซา หลังจากอิสราเอลโจมตีทางอากาศหลายสิบครั้งทั่วฉนวนกาซาเมื่อช่วงเช้ามืดของวันเดียวกัน และสหรัฐฯ รับทราบถึงปฏิบัติการนี้ล่วงหน้า นอกจากนี้ กลุ่มฮะมาสยังสนับสนุนให้ผู้ประท้วงแสดงสัญลักษณ์ธงปาเลสไตน์และระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา อย่างไรก็ดี กลุ่มฮะมาสไม่ได้ระบุห้วงเวลาที่ควรจัดการชุมนุมประท้วงตามที่ทางกลุ่มเรียกร้อง

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และยูเครนหารือกันทางโทรศัพท์ในเชิงบวก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่านทาง Truth Social เมื่อ 19 มี.ค.68 ว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกว่า 1 ชม.ในวันเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องจากการหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียเมื่อ 18 มี.ค.68  เพื่อให้ความต้องการของทั้งสองฝ่ายสอดคล้องกันและเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ขณะที่ สนข.BBC อ้างผู้นำยูเครนว่า การหารือกับผู้นำสหรัฐฯ เป็นไปในทางบวกอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะบริหารจัดการโรงฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียที่กองทัพรัสเซียควบคุมตั้งแต่ มี.ค.65  การยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระบบราง และท่าเรือ สามารถดำเนินการได้โดยเร็วและเป็นการเริ่มต้นของการเจรจาข้อตกลงหยุดยิง และเชื่อว่าการผลักดันของสหรัฐฯ และความร่วมมือกับยูเครน จะทำให้สันติภาพบรรลุผลอย่างยั่งยืนได้ในปี 2568 นอกจากนี้ นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ แถลงในวันเดียวกันเกี่ยวกับการหารือระหว่างผู้นำสองประเทศว่า สหรัฐฯ จะจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศให้ยูเครนเพิ่ม กับทั้งจะแบ่งปันข้อมูลระหว่างกองทัพในห้วงที่สถานการณ์สู้รบกำลังเปลี่ยนแปลง และคณะทำงานด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องจะประชุมหารือกันที่ซาอุดีอาระเบียในเร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับการหยุดยิงในเขตทะเลดำ ซึ่งอาจเป็นก้าวแรกของการยุติสงครามโดยสมบูรณ์

เวียดนามขอให้สหรัฐฯ เพิ่มการลงทุนและความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน

สนข.Vietnam News รายงานเมื่อ 18 มี.ค.68 ถึงการพบหารือระหว่างนายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นรม.เวียดนาม กับนาย Charles James Boyd Bowman ผอ.Trump Organisation’s Việt Nam Project ที่กรุงฮานอยในวันเดียวกัน โดย นรม.เวียดนามขอให้สหรัฐฯ เพิ่มการลงทุนในประเทศ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักธุรกิจทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เวียดนามเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงหวังให้สหรัฐฯ บังคับใช้นโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงของเวียดนามไปยังสหรัฐฯ ทั้งนี้ เมื่อปี 2567 Trump Organisation’s Việt Nam Project ประกาศแผนจะลงทุนโครงการนันทนาการครบวงจรใน จ.ฮึงเงียน ทางตอนเหนือของเวียดนาม รวมมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประธานวุฒิสภากัมพูชาพบหารือกับกงสุลกิตติมศักดิ์เพื่อขยายความร่วมมือ

นสพ.Khmer Times รายงานเมื่อ 19 มี.ค.68 อ้างผลการประชุมร่วมระหว่างสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและรักษาการประมุขรัฐกัมพูชา กับนาย Salah Essa กงสุลกิตติมศักดิ์แห่งสาธารณรัฐไซปรัส ประจำกัมพูชา และคณะกงสุลกิตติมศักดิ์อีก 10 ประเทศ ณ ห้องประชุมสำนักงานวุฒิสภา ราชธานีพนมเปญ เมื่อ 18 มี.ค.68 โดยสมเด็จฯ ฮุน เซน ย้ำว่ากัมพูชามุ่งมั่นสานต่อความสัมพันธ์ และความร่วมมือด้านการทูต เศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยว และขอให้ทั้ง 11 ประเทศสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร/ทรัพยากรมนุษย์ของกัมพูชา ด้านนาย Salah Essa กล่าวชื่นชมการพัฒนากัมพูชาภายใต้การนำของสมเด็จฯ ฮุน เซน ต่อเนื่องมาถึงสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา พร้อมให้คำมั่นจะส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน

ไทยและเวียดนามส่งเสริมความร่วมมือด้านการทหาร และความมั่นคง

สนข.Vietnam News รายงานเมื่อ 19 มี.ค.68 ถึงการพบหารือระหว่าง พล.ท.ฮว่าง ซวน เจี๋ยน รมช.กห.เวียดนาม กับ พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัด กห.ไทยในการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านความมั่นคง (Defence Policy Dialogue-DPD) ไทย-เวียดนาม ครั้งที่ 6 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 18 มี.ค.68 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคง อาทิ การแลกเปลี่ยนการเยือน การศึกษาและฝึกอบรม (ไซเบอร์และการวิจัยเชิงนโยบาย) ความมั่นคงทางทะเล การแพทย์ทหาร การจัดการชายแดน และการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมทั้งสนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียน การแก้ปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคอย่างสันติ และการเคารพกฎระเบียบระหว่างประเทศ

เวเนซุเอลาแจ้งเตือนพลเมืองในการเดินทางไปสหรัฐฯ

กต.เวเนซุเอลาแถลงเมื่อ 17 มี.ค.68 เตือนพลเมืองให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางไปสหรัฐฯ  จากการใช้มาตรการส่งกลับผู้อพยพที่เข้มงวดและการใช้ความรุนแรงต่อชาวเวเนซุเอลา เช่น  กักขังโดยไม่มีเหตุผล  ยึดทรัพย์สินและเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน ชาวเวเนซุเอลาจำนวนหลายพันคนชุมนุมประท้วงในกรุงการากัสเพื่อแสดงความไม่พอใจกรณีสหรัฐฯ  ส่งกลับผู้อพยพไปยังเรือนจำในเอลซัลวาดอร์ โดยชาวเวเนซุเอลาที่ถูกส่งไปยังเรือนจำไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่มอาชญากร Tren de Aragua ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์  ทรัมป์  กล่าวอ้าง

ทปษ.ด้านความมั่นคงของอินเดียพบกับ ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ

เว็บไซต์ The Times of India รายงานเมื่อ 17 มี.ค.68 ว่า นายอาจิต โดวาล ทปษ.ด้านความมั่นคงของอินเดีย และนางตุลซี แกบบาร์ด ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ พบหารือนอกรอบการประชุม Raisina Dialogue ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย เมื่อ 16 มี.ค.68 โดยการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและความร่วมมือด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นในทิศทางเดียวกับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอินเดียกับสหรัฐฯ   อาทิ การต่อต้านการก่อการร้าย ภัยคุกคามทางเทคโนโลยี การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ผู้อพยพ และความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก รวมทั้งสถานการณ์ระดับโลก อาทิ สงครามรัสเซีย – ยูเครน และปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ลาวคาดว่าจีนจะเป็นคู่ค้ารายสำคัญของลาว

นสพ.เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 18 มี.ค.68 อ้างผลการประชุมประจำปีของคณะกรรมาธิการความร่วมมือลาว-จีน ซึ่งมีนายเพ็ด พมพิทัก รมว.แผนการและการลงทุนลาว เป็นประธานเมื่อ 14 มี.ค.68 ว่า การค้าลาว-จีนขยายตัวต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเปิดให้บริการขนส่งสินค้าทางรางระหว่างกัน โดยการค้าเพิ่มจาก 5,680 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2565 เป็น 7,090 และ 8,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2566 และ 2567 ตามลำดับ และคาดว่าจีนจะกลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของลาวในเร็ววัน สำหรับปี 2567 ลาวส่งออก 4,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากจีน 3,680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.4 และ 9.8 ตามลำดับ ด้านการลงทุน ตั้งแต่ปี 2532 จีนลงทุนในลาว 927 โครงการ มูลค่ามากกว่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงาน เหมืองแร่ การบริการ และการเกษตร…

ธุรกิจ SME มาเลเซียเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะ

สนข.The New Straits Times รายงานบทสัมภาษณ์นาย Yeoh Seng Hooi เลขาธิการสมาคมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) มาเลเซีย เมื่อ 18 มี.ค.68 ว่า ปัจจุบัน SME ในมาเลเซียประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะและกึ่งทักษะ เนื่องจากระหว่างปี 2563-66 เยาวชนกว่า 500,000 คน ไม่ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นการจำกัดโอกาสทางการศึกษา และการประกอบอาชีพในอนาคต นอกจากนี้ ค่าแรงของผู้จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาอยู่ที่ 1,982 ริงกิต (ประมาณ 15,000 บาท) ซึ่งต่างจากผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรที่ 3,707 ริงกิต (ประมาณ 28,000 บาท) แต่กลับไม่จูงใจให้มีการศึกษาต่อในระดับสูง  ภาครัฐควรมีมาตรการรับมือกับปัญหาดังกล่าว อาทิ จัดหาแรงงานทักษะให้แก่ธุรกิจ SME สนับสนุนทุนฝึกอบรมแก่แรงงาน  ควรเร่งพัฒนาแรงงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

อินโดนีเซียจะส่งออกทุเรียนแช่แข็งไปจีนในปี 2568

สนข.CNA รายงานเมื่อ 18 มี.ค.68 ว่า อินโดนีเซียจะส่งออกทุเรียนแช่แข็งไปจีนภายในปี 2568 หลังจากสองฝ่ายสามารถสรุปข้อตกลงอย่างเป็นทางการ จากปัจจุบันอินโดนีเซียต้องส่งออกทุเรียนแช่แข็งไปจีนผ่านไทย เป้าหมายของอินโดนีเซียดังกล่าวจะทำให้ลดต้นทุนและระยะเวลาการขนส่งทางเรือจากแหล่งผลิตในซูลาเวสี จากหนึ่งเดือนเหลือหนึ่งสัปดาห์ และเพิ่มปริมาณการส่งออก ทั้งนี้ อินโดนีเซียต้องการมีส่วนแบ่งในตลาดทุเรียนจีน ซึ่งมีมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่จีนส่งเสริมการทูตทุเรียน โดยให้คำมั่นกับประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ตอ.ต. ในการนำเข้าทุเรียนมากขึ้น