ญี่ปุ่นจำหน่ายข้าวสำรองในคลังครั้งที่ 2

เว็บไซต์ nippon.com รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนายเอโต ทาคุ รมว.กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ของญี่ปุ่นว่า กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง เปิดจำหน่ายข้าวสำรองในคลังเป็นครั้งที่ 2 ปริมาณ 70,336 ตัน ด้วยวิธีประกวดราคา ระหว่าง 26-28 เม.ย.68 โดยคาดหวังให้การจำหน่ายข้าวดังกล่าวช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนข้าวและราคาข้าวที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ การประกวดราคาครั้งนี้มีผู้ชนะการเสนอราคา 4 ราย ซื้อข้าวไปในราคาเฉลี่ย 20,722 เยน (ประมาณ 4,700 บาท) ต่อ 60 กก. ทั้งนี้ ญี่ปุ่นจำหน่ายข้าวสำรองในคลังแล้วทั้งสิ้น 212,132 ตัน โดยเปิดจำหน่ายครั้งแรก ปริมาณ 141,796 ตัน เมื่อ มี.ค.68

คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน จัดประชุมสุดยอดไตรภาคีและลงนามสนธิสัญญาเปิดพรมแดน

สนข. UZA รายงานเมื่อ 31 มี.ค. 68 ว่าประธานาธิบดีซาดีร์ จาปารอฟ ของคีร์กีซสถาน ประธานาธิบดีชาฟคาต มีร์ซิโยเยฟของอุซเบกิสถาน และประธานาธิบดีเอมอมาลี เราะห์มาน ของทาจิกิสถาน เข้าร่วมการประชุมสุดยอดไตรภาคี ที่เมือง Khujand ทาจิกิสถาน โดยหารือประเด็นพรมแดน พร้อมทั้งระบุถึงความสำเร็จทางของสนธิสัญญาพรมแดนระหว่างคีร์กีซสถาน-ทาจิกิสถานในเชิงการทูต รวมถึงหารือเกี่ยวกับการประชุมสุดเอเชียกลาง-EU ห้วง 3-4 เม.ย.68 การประชุมเอเชียกลาง-ประเทศอ่าวอาหรับห้วง พ.ค.68 และการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียกลางครั้งที่ 7 ห้วง ก.ย.68 ภายหลังการหารือ ผู้นำทั้งสามลงนามสนธิสัญญาเปิดสามเหลี่ยมพรมแดนคีร์กีซสถาน-ทาจิกิสถาน-อุซเบกิสถาน สาระสำคัญเกี่ยวกับการเสริมสร้างความมั่นคงบริเวณชายแดน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน และการลงทุนร่วมกันในอุตสาหกรรมพลังงาน  ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่า สนธิสัญญาเปิดสามเหลี่ยมพรมแดนของสามประเทศ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์กลุ่มประเทศเอเชียกลางที่เป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาคและเชื่อมั่นว่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

กัมพูชา-อินเดีย หารือแนวทางขยายความร่วมมือด้าน กห.

สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 อ้างผลการพบหารือระหว่าง พล.อ.เตีย เซยฮา รอง นรม.และ รมว.กห.กัมพูชา กับนาย Vanlalvawna Bawitlung ออท.อินเดียประจำกัมพูชา ในวันเดียวกัน ย้ำคำมั่นการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้านคการป้องกัน และส่งเสริมความร่วมมือในด้านดังกล่าว โดยฝ่ายกัมพูชาชื่นชมอินเดียที่สนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถการป้องกันประเทศ โดยเฉพาะการฝึกอบรมกำลังพลของกองทัพแห่งชาติกัมพูชา ส่วนฝ่ายอินเดียกล่าวว่ากัมพูชาเป็นหุ้นส่วนสำคัญในนโยบายปฏิบัติการตะวันออก (Act East Policy)  เฉพาะอย่างยิ่งจากการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำทหารระดับสูง พร้อมกับระบุว่า อินเดียจะจัดตั้ง สนง.กห.ภายใน สอท.อินเดีย/ราชธานีพนมเปญ และอยู่ระหว่างการแต่งตั้ง ผชท.ทหาร เพื่ออำนวยความสะดวกและประสานงานความร่วมมือด้าน กห.ที่ใกล้ชิด ซึ่ง พล.อ.เตีย เซยฮา เห็นชอบการจัดตั้ง สนง.ดังกล่าว

จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 อ้างแถลงการณ์ของสำนักงานกิจการต่างประเทศของจีนในฮ่องกง และ สอท.จีน/สหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจและประณามกรณี กต.สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อ 31 มี.ค.68 อ้าง Hong Kong Policy Act ด้วยการคว่ำบาตร จนท.รัฐ ของจีนและฮ่องกง รวม 6 ราย ในความผิดฐานบ่อนทำลายสิทธิและอำนาจปกครองตนเองของฮ่องกง  สอท.จีน/สหรัฐฯ เรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพข้อเท็จจริงว่าฮ่องกงกำลังเข้าสู่ขั้นตอนของการพัฒนาแล้วจากการคุ้มครองทางกฎหมายที่เข้มงวด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลงทุนและพัฒนาของจีน รวมทั้งเรียกร้องให้ยุติการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง และจีนจะกำหนดมาตรการเพื่อตอบโต้มาตรการของสหรัฐฯ

ปากีสถานขยายเวลาส่งตัวผู้อพยพชาวอัฟกันกลับประเทศถึงช่วงเทศกาล Eid al-Fitr

เว็บไซต์ สนข.The Khamaa Press ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 ว่า ปากีสถานขยายกำหนดการส่งตัวผู้อพยพชาวอัฟกันกลับประเทศ จากเดิม 31 มี.ค.68 เป็นภายใน 10 เม.ย.68 เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล Eid al-Fitr ซึ่งเป็นวันหยุดสำคัญทางศาสนา  เพื่อให้สามารถดำเนินการส่งตัวกลับได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ดี สถานการณ์โดยรวมของผู้อพยพชาวอัฟกันในปากีสถานยังคงตึงเครียดและไม่แน่นอน หลังจากตำรวจปากีสถานควบคุมตัวผู้ลี้ภัยและนักเคลื่อนไหวชาวอัฟกัน เมื่อ 30 มี.ค.68 ทั้งนี้ ปากีสถานยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการจัดการผู้อพยพชาวอัฟกันในช่วงขยายเวลาดังกล่าว ส่งผลให้เกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัย

อิสราเอลยื่นข้อเสนอขยายเวลาหยุดยิงในกาซาเพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกัน

สนข. Reuters และ นสพ. Jerusalem Post รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของ จนท.อิสราเอลว่า อิสราเอลได้ยื่นข้อเสนอไปยังกลุ่มฮะมาสผ่านประเทศผู้ไกล่เกลี่ย (ข้อเสนอของอียิปต์ที่กำหนดให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันจำนวน 5 คน รวมถึงนาย Edan Alexander ตัวประกันที่ถือสัญชาติอิสราเอลและสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการหยุดยิงในฉนวนกาซา) โดยอิสราเอลแก้ไขข้อเสนอดังกล่าวเป็นการขยายเวลาการหยุดยิงประมาณ 40-50 วัน เพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 10 คน รวมถึงนาย Alexander ซึ่งเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของตัวประกันที่คาดว่ายังมีชีวิตอยู่ทั้งหมด 24 คน และการส่งคืนร่างตัวประกันจำนวนครึ่งหนึ่งของจำนวนตัวประกันที่คาดว่าเสียชีวิตแล้วทั้งหมด 35 คน นอกจากนี้ อิสราเอลยังเรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสรายงานข้อมูลและสถานะของตัวประกันที่เหลืออยู่ รวมถึงจะมีการเจรจาเกี่ยวกับสถานการณ์หลังข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดและเงื่อนไขในการยุติสงครามในห้วงการหยุดยิงครั้งใหม่นี้

มาตรการภาษีตอบโต้ที่สหรัฐฯ จะประกาศใช้ใน 2 เม.ย.68 จะครอบคลุมทุกประเทศ

สนข.รอยเตอร์ส รายงานอ้างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า มาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ที่สหรัฐฯ จะประกาศบังคับใช้ใน 2 เม.ย.68 จะมีผลกับทุกประเทศ ไม่เฉพาะแค่ 10 -15 ประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ  โดยเห็นว่ามาตรการภาษีเป็นวิธีปกป้องเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาดการค้าโลก และเป็นการต่อรองเพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีกว่า อย่างไรก็ดี สงครามการค้าที่เป็นผลจากการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ สร้างความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพการค้าโลกและสภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ

ยุโรปไม่ยกเลิกนโยบาย DEI ตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ

สนข.Politico EU รายงานเมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า ภาครัฐและภาคเอกชนในยุโรปวิจารณ์ข้อเรียกร้องของ กต.สหรัฐฯ ที่ให้บริษัทต่าง ๆ ในฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และเบลเยียม ยกเลิกนโยบายความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion – DEI) พร้อมขู่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยฝรั่งเศสประณามการกระทำดังกล่าวว่า เป็นการแทรกแซงกิจการภายใน ขณะที่นาง Aurore Bergé รมว.กระทรวงความเท่าเทียมทางเพศของฝรั่งเศสยืนยันว่า ธุรกิจต่าง ๆ จะยังคงส่งเสริมความก้าวหน้าทางสังคมต่อไป เช่นเดียวกับนายแจน จัมบอน รอง นรม.เบลเยียมที่เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการไม่เลือกปฏิบัติของยุโรป ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องจากสหรัฐฯ รวมถึงนโยบายภาษีที่จะประกาศใน 2 เม.ย.68 ยังอาจทำให้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกทวีความรุนแรงขึ้น

นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับ รมว.กห.สหรัฐฯ

เว็บไซต์ สนง.นรม.ญี่ปุ่น รายงานเมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า นายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับ นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ เมื่อวันเดียวกัน ที่กรุงโตเกียว ในโอกาสเยือนญี่ปุ่น  นรม.ญี่ปุ่นยินดีต่อการเยือนในครั้งนี้ และพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อสร้างภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่รุนแรงขึ้น นอกจากนี้  ได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศระหว่างกัน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการยับยั้งและตอบโต้ อาทิ การยกระดับการบังคับบัญชาและการควบคุมของกองกำลังญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ การเสริมสร้างกองกำลังญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ในหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น การส่งเสริมความร่วมมือด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ และการเสริมสร้างเครือข่ายของประเทศที่มีแนวคิดเดียวกัน