ประธานาธิบดีทรัมป์เห็นว่าการเจรจากับสหรัฐฯ เป็นการดำเนินความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อ 20 เม.ย. 68 ว่า การที่ผู้นำประเทศต่าง ๆ และนักธุรกิจชั้นนำขอเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อต่อรองทางการค้า และลดหย่อนภาษี จะเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่ถูกต้องและเป็นมิตรอย่างแท้จริง พร้อมกับเชิญชวนให้นักธุรกิจเข้ามาลงทุนในสหรัฐฯ   ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ระบุถึงการดำเนินการที่เป็นการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษี ได้แก่  (1) การบิดเบือนค่าเงิน (2) การกำหนดภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีศุลกากร และการให้เงินอุดหนุนสินค้าให้กับผู้ผลิตในประเทศ (3) การทุ่มตลาด (4) การให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ผลิตสินค้าในประเทศหรือมาตราการให้เงินอุดหนุนจากภาครัฐอื่น ๆ (5) การตั้งมาตรฐานเพื่อกีดกันสินค้าการเกษตร เช่น การห้ามนำเข้าข้าวโพดตัดต่อพันธุกรรมของสหภาพยุโรป (6) การตั้งมาตรฐานเชิงเทคนิคเพื่อกีดกันสินค้า (7) การปลอมแปลง การละเมิดลิขสิทธิ์ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และ (8) การขนถ่ายสินค้าในแคนาดาและเม็กซิโกเพื่อสวมสิทธิ์และเลี่ยงภาษีศุลกากร

นรม.อินเดียจะพบปะกับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และภริยา

เว็บไซต์ DD News รายงานเมื่อ 21 เม.ย.68 ว่า นายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดีย0tพบปะกับนาย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนาง Usha Vance สตรีหมายเลข 2 (มีเชื้อสายอินเดีย จากรัฐอานธรประเทศ) ระหว่างเยือนอินเดีย 21 – 24 เม.ย.68 เพื่อหารือเกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงของทั้งสองประเทศ โดยคาดว่าจะมีประเด็นภาษีศุลกากร การเข้าถึงตลาดและการเรียกร้องให้เพิ่มการนำเข้ายุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ ทั้งนี้ กต.อินเดียระบุว่าการเยือนครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ทบทวนความคืบหน้าในความสัมพันธ์ทวิภาคีและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับโลกที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

ศธ.มาเลเซียจะเพิ่มหลักสูตรภาษาไทย กัมพูชา และเวียดนาม เป็นวิชาเลือกในโรงเรียน

นางฟาดิลนา ซีเด็ก รมว.ศธ.มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 21 เม.ย.68 ว่า ศธ.มาเลเซียจะเพิ่มหลักสูตรการเรียนภาษาเป็นวิชาเลือกในโรงเรียน ได้แก่ ภาษาไทย กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อเพิ่มความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมกับประเทศอาเซียน ตลอดจนส่งเสริมให้เยาวชนพัฒนาทักษะทางภาษาและปรับตัวให้เข้ากับความหลากหลายทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ มาเลเซียจะปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับแผนงานด้านการศึกษาของอาเซียน เน้นการปรับหลักสูตร การพัฒนาบุคลากรครู และการสร้างเครือข่ายกับสถาบันฝึกอบรมด้านเทคนิคและการอาชีวศึกษา (TVET)

ซอฟต์พาวเวอร์ไทย : เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ และซีรีส์วาย

  นโยบายซอฟต์พาวเวอร์เป็นนโยบายที่รัฐบาลต้องการผลักดันให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยเริ่มผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารด้วยการอบรมเพิ่มทักษะอาชีพให้กับประชาชนผู้สนใจ และเตรียมดำเนินโครงการอบรมโค้ชสอนมวยไทย รวมทั้งได้เตรียมแผนงาน เช่น สื่อบันเทิง งานประเพณี แฟชั่น เพื่อประชาสัมพันธ์ซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทั้งนี้ ดัชนีชี้วัดศักยภาพซอฟต์พาวเวอร์ของโลก “Global Soft Power Index 2025” พบไทยได้คะแนนอยู่ในอันดับที่ 39 ของโลก จากทั้งหมด 193 ประเทศ และเป็นอันดับ 3 ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งสะท้อนว่าไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ “ซีรีส์วาย” …. ของไทยไปได้ไกล สื่อต่างประเทศนำเสนอเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ของไทยหลายด้าน และเห็นตรงกันว่าซอฟต์พาวเวอร์ของไทยที่มีศักยภาพในการเติบโตเป็นเอกลักษณ์ และสร้างมูลค่ามหาศาลให้เศรษฐกิจไทยได้คือ วัฒนธรรมร่วมสมัย (Pop Culture) ประเภทสื่อบันเทิง ได้แก่ ซีรีส์และภาพยนต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ความรักระหว่างเพศเดียวกันที่รู้จักกันดีในชื่อ “ซีรีส์วาย” ทั้งแนวชายรักชาย (Boy’s Love) และหญิงรักหญิง (Girl’s Love) และเพลงป๊อปไทย (T-pop) แม้สื่อบันเทิงดังกล่าวของไทยจะได้รับอิทธิพลมาจากสื่อบันเทิงเกาหลีใต้ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงมายาวนาน แต่สื่อบันเทิงดังกล่าวของไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมซีรีส์วายของไทยสามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดด และกลายเป็นประเทศผู้นำในด้านอุตสาหกรรมซีรีส์วาย โดยมูลค่าตลาดซีรีส์วายของไทยในปี 2568 ประเมินว่าจะมีมูลค่า 4,900 ล้านบาท…