ข้อเสนอแนะต่อนโยบายรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทย

ประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) หมายถึงมีสัดส่วนผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) มากกว่าชนชั้นวัยแรงงาน ทำให้โครงสร้างประชากรไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะกลุ่มวัยแรงงานมีจำนวนน้อยกว่ากลุ่มคนที่ต้องการการดูแล เพราะนอกจาก Aging Society จะหมายถึงการมีประชาชนเป็นวัยชรามากขึ้นแล้ว ยังมีอัตราการเกิดที่ต่ำลงด้วย รูปแบบการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรนี้เกิดขึ้นทั่วโลก แต่ภูมิภาคเอเชียต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างรวดเร็วฉับพลัน ปรากฏการณ์นี้จึงเป็นความท้าทายสำคัญ จนนักวิชาการในต่างประเทศเรียกการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อความมั่นคงโลกนี้ว่า “Silver Tsunami” หรือคลื่นสึนามิสีเงิน.. สภาวะดังกล่าวทำให้ทางสังคมไทยเสี่ยงเผชิญแรงกดดันจากปัญหาแรงงาน เศรษฐกิจ การพัฒนาสวัสดิการสังคมและโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ได้เตรียมการสร้างระบบเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในประเทศที่มีระบบรัฐสวัสดิการ เช่น สวีเดน ญี่ปุ่น หรือเยอรมนี ที่มีกฎหมายรวมทั้งนโยบายดูแลผู้สูงวัยครอบคลุมในด้านของสุขภาพ การเงิน และอยู่อาศัย เช่น ญี่ปุ่นออกกฎหมายชื่อ “Kaigo Hoken Seido” ตั้งแต่ปี 2540 ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้กลไกภาษีรับมือกับสังคมผู้สูงอายุประมาณ 35 ล้านคน โดยประชากรอายุครบ 40-64 ปี จะต้องเสียภาษีรายเดือนในอัตรา ร้อยละ1.6 เพื่อสมทบกองทุนที่จะจ่ายเบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ ภาษีรายเดือนนี้จะสมทบกับภาษีอื่น ๆ ในท้องถิ่นอีกร้อยละ…

เวียดนามขอให้เกาหลีใต้ร่วมพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเหนือ-ใต้

สนข.Vietnam Investment Review รายงานเมื่อ 22 พ.ค.68 ผลการหารือระหว่างนายเจ่น เฮือง มิญ รมว.ก่อสร้างเวียดนาม กับ นาย Choi Youngsam ออท.เกาหลีใต้ ณ กรุงฮานอย ออท.เกาหลีตอบรับข้อเสนอขอเวียดนามว่าเอกชนเกาหลีใต้สนใจจะร่วมลงทุน และพร้อมที่จะร่วมมือเพื่อพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเหนือ-ใต้ของเวียดนาม ทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการถ่ายโอนเทคโนโลยีการขนส่งทางราง รวมทั้งสนใจที่จะร่วมพัฒนาชุมชนเมืองอัจฉริยะ เฉพะอย่างยิ่งการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของเวียดนามให้ทันสมัย

เนปาลเพิ่มมาตรการรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มสนับสนุนระบอบกษัตริย์

เว็บไซต์ นสพ.The Kathmandu Post ของเนปาล รายงานเมื่อ 23 พ.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Prithvi Subba Gurung รมว.การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศของเนปาลว่า รัฐบาลได้เพิ่มมาตรการ รปภ. การรวบรวมข่าวกรอง และการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้สนับสนุนระบอบกษัตริย์และรัฐฮินดู เพื่อเตรียมรับมือกับการชุมนุมใหญ่ใน 29 พ.ค.68  นาย Prithvi ย้ำว่าการเคลื่อนไหวจะต้องเป็นไปภายใต้กรอบของกฎหมาย ทั้งนี้ กลุ่มดังกล่าวได้ก่อเหตุจลาจลในเมือง Tinkune เมื่อ 28 มี.ค.68 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 ราย

อาเซียนจะหารือประเด็นความขัดแย้งในเมียนมา

นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียนiระบุว่า อาเซียนจะจัดการประชุม 2 ครั้ง เพื่อหารือประเด็นเมียนมา ที่มาเลเซีย ก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน ระหว่าง 26-27 พ.ค.68  องค์ประชุมครั้งแรก ได้แก่ ประเทศประธานอาเซียนปัจจุบัน อดีต และในปี 2569 ได้แก่ มาเลเซีย ลาว และฟิลิปปินส์ ส่วนการประชุมครั้งที่ 2 จะเป็นการประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เลขาธิการอาเซียนย้ำว่าการแก้ไขปัญหาในเมียนมาจะต้องใช้เวลาและยึดมั่นในกระบวนการสันติภาพ และหากลดระดับความรุนแรงและเปิดการเจรจาระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้จะเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ ส่วนปัญหาพิพาทในทะเลจีนใต้ อาเซียนและจีนมุ่งมั่นจัดทำร่างประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 และย้ำความสำคัญของการลดระดับความตึงเครียดและหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด ขณะที่ การรับติมอร์-เลสเต เป็นสมาชิกลำดับที่ 11 มีความคืบหน้าที่ดี