EU และสหราชอาณาจักรบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับสถานะของยิบรอลตาร์ภายหลัง Brexit

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 11 มิ.ย.68 ว่าสหภาพยุโรป (EU) และสหราชอาณาจักรบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับสถานะของยิบรอลตาร์ภายหลัง Brexit ซึ่งช่วยผ่อนคลายการควบคุมชายแดนและยุติความไม่แน่นอนทางการเมือง นับตั้งแต่การลงประชามติของสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2559 เพื่อออกจาก EU ข้อตกลงนี้อนุญาตให้ชาวยิบรอลตาร์และพลเมืองสเปนสามารถข้ามพรมแดนได้โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน แทนการใช้หนังสือเดินทาง ขณะที่ผู้โดยสารขาเข้าที่สนามบินยิบรอลตาร์จะต้องผ่านการตรวจร่วมกันโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของยิบรอลตาร์และสเปน ซึ่งมีรูปแบบคล้ายกับระบบตรวจคนเข้าเมืองของฝรั่งเศสที่สถานีรถไฟ St. Pancras ในลอนดอน ซึ่งเป็นจุดที่ให้บริการรถไฟยูโรสตาร์เชื่อมต่อระหว่างสหราชอาณาจักรกับแผ่นดินใหญ่ของทวีปยุโรป ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดความล่าช้าสำหรับแรงงานข้ามพรมแดนประมาณ 15,000 คนต่อวัน และหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบหนังสือเดินทางที่ยุ่งยาก เจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายกล่าวชื่นชมข้อตกลงนี้ว่าเป็นทางออกที่เป็นรูปธรรมและมีเสถียรภาพ ซึ่งช่วยคุ้มครองอธิปไตยของอังกฤษ สนับสนุนเศรษฐกิจของยิบรอลตาร์ และส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

อิสราเอลโจมตีทางอากาศต่อที่ตั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงเมื่อ 13 มิ.ย.68 ว่า อิสราเอลโจมตีอิหร่านภายใต้ชื่อรหัสปฏิบัติการ Operation Rising Lion เพื่อลดทอนศักยภาพทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน และยืนยันจะปฏิบัติการต่อไปจนกว่าจะจัดการภัยคุกคามได้สำเร็จ เป้าหมาย คือ 1) โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่เมือง Natanz 2) นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำที่มีส่วนร่วมในโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน และ 3) โครงการขีปนาวุธของอิหร่าน   นรม.เนทันยาฮูอ้างว่าอิหร่านกำลังวางแผนทำลายอิสราเอล หลังจากที่ล้มเหลวในการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลางให้ทำสงครามตัวแทนปิดล้อมอิสราเอล รวมถึงเหตุการณ์โจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 แต่ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อปกป้องอิสราเอลเท่านั้น แต่เป็นการปกป้องประเทศอาหรับอื่น ๆ จากอิหร่านด้วย  การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประชาชนอิหร่าน แต่เพื่อโจมตีระบอบการปกครองของอิหร่าน 

เวียดนามและออสเตรเลีย สร้างศูนย์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์

สนข.VGP ของทางการเวียดนาม รายงานเมื่อ 12 มิ.ย.68 ว่า นาย Bui The Duy รมช.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเวียดนาม กับนาย Gillian Bird ออท.ออสเตรเลีย ณ กรุงฮานอย ร่วมเป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างศูนย์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์เวียดนาม-ออสเตรเลีย ในกรุงฮานอย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันเทคโนโลยีด้านไปรษณีย์และโทรคมนาคมเวียดนามกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ (UTS) และรัฐบาลออสเตรเลียให้งบสนับสนุนการก่อสร้าง 2.1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ศูนย์ดังกล่าวจะเป็นพื้นที่การวิจัย พัฒนา และการวางนโยบายด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกิดใหม่ เพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต 5G/6G ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์

ลาวเตรียมส่งออกข้าวไปบรูไนและบังกลาเทศ

  นสพ. Vientiane Times ภาคภาษาลาว รายงานเมื่อ 12 มิ.ย.68 ว่า รัฐบาลลาวร่วมมือกับเอกชนท้องถิ่นเตรียมส่งออกข้าวไปยังบรูไนซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการทดลองส่งออกทั้งข้าว กาแฟ และผลไม้อบแห้ง รวม 50 ตัน นอกจากนี้ บังกลาเทศยังสนใจสั่งซื้อข้าวจากลาวจำนวน 200,000 ตัน ซึ่งอยู่ระหว่างการลงนามสัญญา คาดว่าจะดำเนินการได้ในห้วง มิ.ย.-ก.ค.68 ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าเกษตรไปตลาดต่างประเทศของลาวสะท้อนให้เห็นความพยายามและผลสำเร็จของรัฐบาลทั้งการส่งเสริมการผลิต และเจรจาเปิดตลาดกับคู่ค้า ปัจจุบันลาวส่งออกสินค้าเกษตรไปยังจีน เวียดนาม และไทย และตั้งแต่ ม.ค.-พ.ค.68  มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตร รวม  977 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ญี่ปุ่นเตรียมจัดประมูลข้าวนำเข้าปลอดภาษีเร็วขึ้นกว่าปกติ

ข้อความของนาย Shinjiro Koizumi รมว.กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ผ่านช่องทาง X เมื่อ 12 มิ.ย.68 ระบุว่า ญี่ปุ่นจะจัดประมูลข้าวนำเข้าจากต่างประเทศ (ปลอดภาษี) ใน มิ.ย.68 ซึ่งเร็วกว่าปกติที่มักจัดประมูลใน ก.ย.ของทุกปี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ราคาข้าวในประเทศสูงขึ้น โดยข้าวจะถูกจัดส่่งไปยังญี่ปุ่น ภายใน ก.ย.68 จากปกติใน ธ.ค.68 ทั้งนี้ ญี่ปุ่นนำเข้าข้าวจากต่างประเทศแบบปลอดภาษีภายใต้กรอบการเข้าถึงขั้นต่ำ (Minimum access) ตามข้อตกลงกับองค์การการค้าโลก (WTO) ได้ จำนวน 770,000 ตันต่อปี ในจำนวนนี้เป็นข้าวสำหรับการบริโภค จำนวน 100,000 ตันต่อปี

จีนวางแผนสร้างเส้นทางมรดกแห่งชาติตามเส้นทางสายไหม

สนข.ซินหัวของจีน รายงานเมื่อ 10 มิ.ย.68 อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายเหอ เสี้ยวจู่ หัวหน้าสำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวประจำมณฑลกานซู่ว่า จีนวางแผนสร้างเส้นทางมรดกแห่งชาติเส้นทางแรกตามเส้นทางระเบียงเหอซี ซึ่งเป็นเส้นทางวัฒนธรรมที่เป็นมรดกโลกของมณฑลกานซู่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน โดยเน้นถึงการคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากมรดกแห่งชาติ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาแม่แบบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ทั้งนี้ จะใช้งบประมาณก่อสร้างเส้นทางมรดกดังกล่าว 610 ล้านหยวน (ประมาณ 30,000 ล้านบาท)

จีนผลิตเครื่องบินรุ่น AG600 จำนวนมาก

สนข.ซินหัวของจีน รายงานเมื่อ 11 มิ.ย.68 ว่า บริษัทอุตสาหกรรมการบินแห่งประเทศจีน (Aviation Industry Corporation of China-AVIC ) ประสบความสำเร็จในการผลิตเครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกรุ่น AG600 คุนหลง (Kunlong) จำนวนมาก หลังจากได้รับการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีนด้านคุณภาพของระบบที่เป็นไปตามมาตรฐานการเดินอากาศ ทั้งนี้ เครื่องบินรุ่นดังกล่าว มีความสามารถด้านการบรรเทาสาธารณภัย และปฏิบัติภารกิจบังคับใช้กฏหมายทางทะเล

ญี่ปุ่นเดินหน้ารับมือการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเงินดิจิทัล

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 11 มิ.ย.68 ว่า จนท. ธนาคารกลางญี่ปุ่นเรียกร้องให้มีการใช้สกุลเงินดิจิทัล ซึ่งอาจเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมไร้เงินสด โดยปัจจุบันอัตราส่วนการชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสดในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 42.8  เมื่อปี 2567 จากร้อยละ 13.2 เมื่อปี 2553 ซึ่งเกินเป้าหมายที่รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายไว้ที่ร้อยละ 40

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 11 มิ.ย.68 ว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้น เนื่องจากตลาดประเมินผลความไม่แน่นอนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ แม้การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะเป็นเชิงบวก นอกจากนี้ ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งสหรัฐฯกำลังอพยพ จนท. สอท. ออกจากอิรัก ขณะที่อุปสงค์น้ำมันจากจีนอ่อนลง และการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC+ เพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude) ส่งมอบล่วงหน้าปิดที่ 69.77 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (West Texas Intermediate-WTI) ของสหรัฐฯ ส่งมอบล่วงหน้าลดลงปิดที่ 68.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  

เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเสนอให้เปลี่ยนกลยุทธ์ในการทำงาน

เว็บไซต์ สนข. Vietnamplus เมื่อ 11 มิ.ย.68 รายงานว่า นายโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ของเวียดนามเสนอให้เปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อพัฒนาประเทศ โดยเน้นความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของงานด้านข้อมูลข่าวสาร การให้ความรู้ และการระดมมวลชน รวมถึงระบุว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างพรรคกับประชาชน และกองทัพ ทั้งนี้ บุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องเป็นแบบอย่างที่ดี มีทักษะรอบด้าน สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ละทิ้งรากฐานของพรรค และแนวคิดของประธานโฮจิมินห์