สหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมจากกรณีการใช้อาวุธเคมีในยูเครน

สหราชอาณาจักรประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของรัสเซีย 2 ราย และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย 1 แห่ง เมื่อ 7 ก.ค.68 ฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้และจัดหาอาวุธเคมีในยูเครน โดยสั่งอายัดทรัพย์สินและห้ามเดินทางเข้าประเทศต่อนาย Aleksey Rtishchev และนาย Aleksey Rtishchev หัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยป้องกันรังสี เคมี และชีวภาพของกองทัพรัสเซีย เนื่องจากมีบทบาทในการเคลื่อนย้ายและใช้อาวุธเคมีในพื้นที่ความขัดแย้ง นอกจากนี้ ยังมีการคว่ำบาตรสถาบันวิจัยด้านเคมีประยุกต์ของรัสเซียที่จัดหาอาวุธชนิดระเบิดควัน RG-Vo ให้แก่กองทัพรัสเซีย ซึ่งรัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่าได้ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธในสงครามอย่างขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี

อาเซียนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาทะเลจีนใต้ด้วยความรอบคอบ

ในการประชุม รมว.กต.อาเซียนกับ รมว.กต.จีน (Post Ministerial Conferences-PMC) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 10 ก.ค.68 ซึ่งนายหวังอี้ รมว.กต.จีน เข้าร่วม   อาเซียนได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในประเด็นในทะเลจีนให้มีความรอบคอบในการบริหารจัดการสถานการณ์ดังกล่าวที่มีความละเอียดอ่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงผลกระทบต่อความมั่นคงและการค้าโลกในพื้นที่ทะเลจีนใต้ พร้อมกันนี้ ได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะสรุปการเจรจาเกี่ยวกับประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้(Code of Conduct on South China Sea-COC) ที่มีประสิทธิภาพและมีเนื้อหาที่ครอบคลุม ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

รมว.กต. ลาว เวียดนาม กัมพูชา เห็นพ้องสานต่อความร่วมมือ

ผลการพบหารือไตรภาคีระหว่าง รมว.กต.ลาว เวียดนาม และกัมพูชา มี รมว.กต.ลาว เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเช้า นอกรอบการประชุม รมว.กต.อาเซียน ครั้งที่ 58 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 9 ก.ค.68 ทั้งสามฝ่ายกล่าวชื่นชมมิตรภาพ การพัฒนา และความร่วมมือดั้งเดิมระหว่างกลุ่มประเทศอินโดจีน พร้อมกับทบทวนผลการประชุมระหว่าง จนท.ระดับสูง รวมถึงการประชุมสุดยอดผู้นำไตรภาคี เมื่อ ก.พ.และ พ.ค.68 เพื่อนำผลการพูดคุยดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โอกาสนี้ ทั้งสามฝ่ายเห็นพ้องจะสนับสนุนและส่งเสริมข้อริเริ่มร่วมกัน อาทิ การป้องกันประเทศ ความมั่นคง การบูรณาการทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนข่าวสาร การสนับสนุนซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ และคาดหวังว่าทั้งสามฝ่ายจะรักษามิตรภาพเพื่อประโยชน์ของประชาชน

เกาหลีใต้ยึดปฏิบัติตามข้อตกลงค่าใช้จ่ายการป้องกันประเทศกับสหรัฐฯ ฉบับเดิม

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 9 ก.ค.68 อ้างแถลงการณ์ของ กต.เกาหลีใต้ ว่า เกาหลีใต้ยึดถือการปฏิบัติตามข้อตกลง Special Measures Agreement (SMA) กับสหรัฐฯ ฉบับที่ 12 ที่ได้ลงนามเมื่อปี 2567 ซึ่งเป็นข้อตกลงแบ่งปันค่าใช้จ่ายสำหรับกองกำลังสหรัฐฯ ประจำเกาหลีใต้ (United States Forces Korea-USFK) ในการร่วมป้องกันเกาหลีใต้จากภัยคุกคาม ข้อตกลงฉบับดังกล่าวกำหนดให้เกาหลีใต้ต้องแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย 1,520,000 ล้านวอน (ประมาณ 36,089 ล้านบาท) ในปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก 1,400,000 ล้านวอน (ประมาณ 33,240 ล้านบาท) ในปี 2568 ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อ้างเมื่อ 8 ก.ค.68 ว่า เกาหลีใต้ใช้งบประมาณเพียงเล็กน้อยสำหรับการสนับสนุนทางทหารที่สหรัฐฯ มอบให้ และควรเพิ่มงบประมาณสำหรับการป้องกันประเทศของตนเอง

ลาวได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ในอัตราร้อยละ 40

ประกาศอัตราภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ลว.7 ก.ค.68 ถึงผู้นำลาว และอีก 13 ประเทศ รวมถึงไทย โดยสินค้าลาวที่ส่งออกไปสหรัฐฯ จะต้องเสียภาษีร้อยละ 40 มีผลใน 1 ส.ค.68 ลดจากเดิม ร้อยละ 48 แต่ก็ยังจะส่งผลกระทบต่อสินค้าลาวที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่ง เฟอร์นิเจอร์ไม้ รองเท้า สิ่งทอ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และกาแฟคุณภาพสูง ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อชาวอเมริกันหันไปหาแหล่งอื่นทดแทน และทำลายธุรกิจลาวในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้ สหรัฐฯ เตือนลาวว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณาขึ้นอัตราภาษี หากประเทศคู่ค้ามีพฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า หรือมีมาตรการตอบโต้ที่ไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิตไปยังสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการการค้ารูปแบบอื่นในอนาคต

เวียดนามประกาศมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดต่อสินค้าเหล็กจากจีนเป็นเวลา 5 ปี

สนข.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 7 ก.ค.68 ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม ประกาศมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping) ต่อสินค้าที่ผลิตจากจีน ทั้งประเภท เหล็กกล้ารีดแบน เหล็กกล้า เหล็กกล้าผสมม้วนรีดร้อน ที่มีความหนาระหว่าง 1.2-25.4 มม. ความกว้างไม่เกิน 1,880 มม. และมีปริมาณคาร์บอนไม่เกินร้อยละ 0.3 โดยจะเก็บภาษีระหว่างร้อยละ 23.1-27.8 เป็นระยะเวลา 5 ปี จนถึงปี 2573 มีผลบังคับใช้เมื่อ 6 ก.ค.68 เว้นแต่จะมีประกาศยืดเวลา ปรับเปลี่ยน หรือยกเลิกตามกฎระเบียบ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศจากการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ

ตำรวจแคนาดาจับกุมชาวแคนาดาข้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

สนข.บีบีซี รายงานเมื่อ 8  ก.ค. 68 ว่า ตำรวจแคนาดาจับกุมชายชาวแคนาดาจำนวน 4 คน ในจำนวนนี้ เป็นทหารแคนาดาจำนวน   2 คน  ข้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย  โดยผู้ต้องสงสัยกลุ่มดังกล่าวครอบครองวัตถุระเบิด  อาวุธปืน  และกระสุนปืนจำนวนมาก ตั้งแต่ ม.ค.67  และมีแผนยึดพื้นที่ในควิเบก  เมืองหลวงของรัฐควิเบก ตำรวจแคนาดายังระบุว่าผู้ต้องสงสัยในจำนวนนี้สร้างบัญชี Instagram เพื่อชักชวนสมาชิกใหม่ให้เข้าร่วมการต่อต้านรัฐบาลแคนาดา  ทั้งนี้  ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีที่ศาลในเมืองควิเบกใน 15 ก.ค. 68   

กลุ่ม BRICS ออกแถลงการณ์ร่วมเสริมสร้างความร่วมมือประเทศซีกโลกใต้

การประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 17 ระหว่าง 6-7 ก.ค.68 ที่นครริโอเดอจาเนโร บราซิล ที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์ร่วมในหัวข้อ การเสริมสร้างความร่วมมือของประเทศในซีกโลกใต้ เพื่อธรรมาภิบาลที่ครอบคลุมและยั่งยืน โดยมีประเด็นสำคัญ คือ การส่งเสริมพหุภาคีนิยม การปกป้องกฎหมายระหว่างประเทศ การปฏิรูปโครงสร้างการเงินโลก การขจัดความยากจนและโรคภัยจากปัจจัยทางสังคม รวมถึงการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI   กลุ่ม BRICS ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของประเทศกำลังพัฒนาในการกำหนดนโยบายระดับโลก การจัดตั้งกองทุน Tropical Forest Forever Fund เพื่ออนุรักษ์ป่าฝน และการส่งเสริมระบบสุขภาพที่เท่าเทียมและทั่วถึง พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างประเทศภายใต้บริบทโลกที่มีความขัดแย้งและความเหลื่อมล้ำสูง

จีนจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์และระบบไร้คนขับในการผลิตเครื่องบินรบ

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 8 ก.ค.68 อ้างนาย Sun Cong นักวิชาการประจำวิทยาลัยด้านวิศวกรรมของจีน (Chinese Academy of Engineering) และหัวหน้าที่ออกแบบ บ.ขับไล่ J-15 ที่ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบินซานตงของจีนว่า จีนจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ ระบบไร้คนขับ รวมถึงเทคโนโลยีอนาคต มาปรับใช้ในการผลิตและพัฒนาคุณสมบัติต่าง ๆ ของเครื่องบินรบจีนมากขึ้น เช่นเดียวกับการพัฒนาเรือบรรทุกเครื่องบินของจีนในอนาคตที่จะใช้ความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากขึ้น

รมว.กต.อินเดีย ส่งเสริมความสัมพันธ์กับหลายประเทศระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS

เว็บไซต์ Hindustan Times รายงานเมื่อ 8 ก.ค.68 ว่า นายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดีย หารือทวิภาคีนอกรอบการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 17 ระหว่าง 6-7 ก.ค.68 ที่เมืองรีโอเดจาเนโร บราซิล กับ รมว.กต.หลายประเทศ เมื่อ 7 ก.ค.68 ได้แก่ นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย ประเด็นการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เอกสิทธิ์พิเศษ (Special and Privileged Strategic Partnership) ระหว่างกัน นายอับบาส อะราคชี รมว.กต.อิหร่าน ประเด็นพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาค และนาย Juan Ramon de la Fuente รมว.กต.เม็กซิโก ประเด็นการขยายความร่วมมือ เฉพาะอย่างยิ่งด้านสาธารณสุข ดิจิทัล เทคโนโลยี และอวกาศ