มาเลเซีย-เวียดนามส่งเสริมการค้าและการลงทุนสินค้า

สนข.Vietnamnews รายงานเมื่อ 19 ก.ย.68 ว่า นายริชาร์ด คอร์ ประธานหอการค้ามาเลเซีย-เวียดนาม (MVCC) ได้ให้การต้อนรับนาย เจิ่น ฮง ฮา รอง นรม.เวียดนาม ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่รัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 46 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยได้หารือด้านการส่งเสริมการค้าและลงทุน โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์เวียดนามได้รับการรับรองตราฮาลาลจากหน่วยงานฮาลาลของมาเลเซีย เพื่อขยายตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลของเวียดนามไปทั่วโลก ขณะที่ รอง นรม.เวียดนามยังเชิญชวนให้บริษัทมาเลเซียไปลงทุนในเวียดนาม เช่น พลังงาน อสังหาริมทรัพย์  ดิจิทัล  เศรษฐกิจสีเขียว  โทรคมนาคม การศึกษา และสุขภาพ ขณะที่มาเลเซียหวังจะเห็นบริษัทเวียดนามเข้ามาลงทุนในภาคส่วนต่างๆ มากขึ้น เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ ศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการแปรรูปอาหาร

UNSC ล้มเหลวในการออกข้อมติหยุดยิงในฉนวนกาซา

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดการประชุมเมื่อ 18 ก.ย.68 เพื่อพิจารณาร่างข้อมติเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา ซึ่งเสนอโดยสมาชิกไม่ถาวร UNSC 10 ประเทศ ได้แก่ แอลจีเรีย เดนมาร์ก กรีซ กายอานา ปากีสถาน ปานามา เกาหลีใต้ เซียร์ราลีโอน สโลวีเนีย และโซมาเลีย สาระสำคัญคือให้หยุดยิงในฉนวนกาซาทันที ปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด และให้อิสราเอลยกเลิกข้อจำกัดในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยมีสมาชิก UNSC เห็นชอบร่างข้อมติดังกล่าว 14 ประเทศจากทั้งหมด 15 ประเทศ แต่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสมาชิกถาวร UNSC ใช้สิทธิยับยั้ง ส่งผลให้ร่างข้อมติไม่ผ่านการรับรอง ซึ่งสหรัฐฯ ชี้แจงว่าการหยุดยิงจะเปิดโอกาสให้กลุ่มฮะมาสสามารถกลับมาผนึกกำลังได้อีกครั้ง และย้ำว่าวิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาเป็นผลมาจากการกระทำของฮะมาสไม่ใช่อิสราเอล การใช้สิทธิ Veto ของสหรัฐฯ ครั้งนี้ ส่งผลให้สมาชิก UNSC หลายประเทศแสดงความไม่พอใจ ขณะที่จีนกล่าวโจมตีสหรัฐฯ ว่าใช้อำนาจในทางมิชอบ ด้านรัสเซียระบุว่า สถานการณ์ในฉนวนกาซาจะไม่ดีขึ้นตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงไม่เปลี่ยนมุมมอง ทั้งนี้ การประชุม UNSC เพื่อพิจารณาร่างข้อมติเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา…

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะพิจารณาการอุทธรณ์ใช้มาตรการภาษีตอบโต้

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะเปิดการพิจารณาการยื่นอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ กรณีที่ศาลอุทธรณ์ออกคำสั่งระงับการใช้อำนาจของประธานาธิบดีและฝ่ายบริหารในการบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ภายใต้อำนาจรัฐบัญญัติทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในสภาวะฉุกเฉิน (International Emergency Economic Powers Act – IEEPA) เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใน 5 พ.ย.68  โดยมาตรการภาษีศุลกากรดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ในระหว่างรอการพิจารณาคดี  และหากศาลศสูงสุดตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ จะส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 50 อยู่ที่ร้อยละ 16.3  และสหรัฐฯ อาจจะต้องจ่ายเงินที่เก็บจากมาตรการภาษีคืนหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะไม่เชื่อมเคเบิลใต้น้ำกับอุปกรณ์จากจีน

ในทุกวินาที ระบบเคเบิลใต้น้ำมีความสำคัญต่อความมั่นคงของโลก โดยข้อมูลด้านการสื่อสารทางโทรคมนาคม และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ร้อยละ 95  ส่งผ่านระบบสายไฟเบอร์ออฟติก (Fiber Optic Cable) หรือสายใยแก้วนําแสงใต้น้ำ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งน่าจะมีอย่างน้อยมีทั้งหมด 450 เส้น และมีความยาวทั่วโลกประมาณ 1.4 ล้านกิโลเมตร หากสาย หรือระบบเคเบิลใต้น้ำถูกควบคุม ก่อวินาศกรรม  ดักฟัง เผชิญกับภัยธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุทางเรือ โดยไม่ต้องสงสัยประเทศที่ควบคุมได้ก็จะเป็นเจ้าแห่งข้อมูล หรือมีข้อมูลเป็นอาวุธในการต่อรองระหว่างประเทศ รวมทั้งใช้เพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งของตนเอง ขณะที่ความอ่อนแอจากการถูกวินาศกรรม หรือการถูกจารกรรมข้อมูลก็เป็นจุดอ่อนสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของประเทศเป้าหมาย ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องการสื่อสารผ่านเคเบิลใต้น้ำ เพราะร้อยละ 99 ของการเชื่อมต่อกับต่างประเทศใช้ระบบสายเคเบิลใต้น้ำ หรืออาจกล่าวได้ว่าญี่ปุ่นพึ่งพาเคเบิลใต้น้ำถึงร้อยละ 99 ของการสื่อสารระหว่างประเทศ เช่น กับสหรัฐฯ ออสเตรเลีย ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรัสเซีย เป็นต้น บริษัทญี่ปุ่นด้านนี้ เช่น  บริษัท Nippon Telegraph and Telephone (NTT) บริษัท KDDI Corporation…