ผู้นำเกาหลีใต้-ไทยเห็นพ้องขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และเร่งรัดจัดทำ CEPA

โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ แถลงเมื่อ 16 ต.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีอี แจ มย็อง ของเกาหลีใต้ ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม.ไทย เป็นครั้งแรก โดยผู้นำเกาหลีใต้ย้ำว่า ไทยเป็นมิตรประเทศดั้งเดิมและเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อาทิ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การเงินดิจิทัล และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งเร่งรัดการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (Comprehensive Economic Partnership Agreement-CEPA) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลไทยที่เคยให้การสนับสนุน โดยส่งทหารเข้าร่วมรบในสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493-2496 ขณะที่ นรม.ไทยได้กล่าวชื่นชมบทบาทของเกาหลีใต้ในการคลี่คลายความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีและในการผลักดันการรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างสองเกาหลี

ไต้หวันสืบสวนบริษัทและพลเมืองไต้หวันที่เชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัท Prince Group

สนข.Focus Taiwan รายงานเมื่อ 16 ต.ค.68 ว่า สำนักงานอัยการเขตไทเปและสำนักงานสอบสวน สังกัด ยธ.ไต้หวัน (Ministry of Justice Investigation Bureau-MJIB) เริ่มสืบสวนบริษัทและพลเมืองไต้หวันที่เชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัท Prince Group ที่ก่อตั้งโดยนายเฉิน จื้อ นักธุรกิจสัญชาติกัมพูชา (สละสัญชาติจีน) หลังจาก กค. สหรัฐฯ กำหนดให้กลุ่มบริษัท Prince Group เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและคว่ำบาตรเป้าหมาย 146 รายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีพลเมืองไต้หวัน 3 คนและบริษัทที่จดทะเบียนในไต้หวัน 9 แห่งรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งกรมสอบสวนคดีอาญาไต้หวันระบุว่าจะประสานขอข้อมูลจากสหรัฐฯ และสืบสวนหากพบชาวไต้หวันฝ่าฝืนกฎหมาย  

UN เผชิญวิกฤติการขาดแคลนงบประมาณส่งผลให้ลดภารกิจสันติภาพทั่วโลก

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations–UN) รายงานเมื่อ 16 ต.ค.68 ว่า UN กำลังเผชิญวิกฤติการขาดแคลนงบประมาณอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภารกิจรักษาสันติภาพทั่วโลก และจำเป็นต้องลดการลาดตระเวน ปิดสำนักงานภาคสนาม รวมถึงส่ง จนท.รักษาสันติภาพ จำนวนมากกลับประเทศ เนื่องจากประเทศสมาชิกชำระเงินสมทบไม่ครบถ้วนและล่าช้า ทำให้งบประมาณที่ได้รับต่ำกว่าที่ UNGA อนุมัติไว้ที่ 5,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN ระบุให้ทุกภารกิจสันติภาพพิจารณาลดรายจ่ายลงร้อยละ 15 ของงบประมาณประจำปี ซึ่งจะส่งผลให้ต้องลดกำลัง จนท.ฝ่ายทหารและพลเรือนลงร้อยละ 25 และอาจกระทบต่อการดำเนินงานในพื้นที่สำคัญ เช่น ดีอาร์คองโก ซูดานใต้ แอฟริกากลาง เลบานอน และที่ราบสูงโกลัน  

สหรัฐฯ ตั้งข้อหาบุคคลและคว่ำบาตรกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องการหลอกลวงทางไซเบอร์ในกัมพูชา

สนข.AP รายงานเมื่อ 15 ต.ค.68 ว่า สหรัฐฯ กำหนดให้กลุ่มบริษัท Prince Holding Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทธุรกิจข้ามชาติขนาดใหญ่ในกัมพูชา และดำเนินธุรกิจหลายสิบแห่งใน 30 ประเทศ เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และประกาศคว่ำบาตรร่วมกับสหราชอาณาจักร  สหรัฐฯ ยังตั้งข้อหานายเฉิน จื้อ (37 ปี/2568 สัญชาติอังกฤษและกัมพูชา) ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group ในข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และฟอกเงิน จากการใช้ความรุนแรงบังคับให้แรงงานปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ สร้างมูลค่าความเสียหายทั่วโลกวันละ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งยังใช้อิทธิพลทางการเมืองติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในประเทศต่าง ๆ  นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังอายัดและยื่นฟ้องริบทรัพย์นายเฉิน มูลค่าประมาณ 127,271 บิตคอยน์ (15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการริบทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ

รัสเซียเตือนสหรัฐฯ กรณียูเครนขอรับการสนับสนุนขีปนาวุธ Tomahawk

สนข.Tass รายงานเมื่อ 15 ต.ค.68 อ้างบทสัมภาษณ์ของนายเซียเกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย ประเด็นความขัดแย้งรัสเซียยูเครน ได้แก่ 1) รัสเซียยังรักษาช่องทางเจรจาและหารือกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด และข้อตกลงหลังการประชุมสุดยอดผู้นำรัสเซีย-สหรัฐฯ เมื่อ 15 ส.ค.68 ที่รัฐอะแลสกา ดังนั้น หากสหรัฐฯ สนับสนุนขีปนาวุธ Tomahawk แก่ยูเครน จะส่งผลให้การเจรจายุติสงครามหยุดชะงักและกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัน 2) รัสเซียได้รับสัญญาณเชิงบวกจากสหรัฐฯ ประเด็นการขยายระยะเวลาของสนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์หรือ New Start 3) รัสเซียยืนยันจะไม่ร่วมมือกับประเทศอื่นเพื่อต่อต้านจีน และ 4) ข้อกล่าวหาของ EU กรณีโดรนรัสเซียลุกล้ำน่านฟ้าของโปแลนด์ไม่เป็นความจริง และรัสเซียไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกล่าวหา EU ว่าพยายามดึงสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับสงคราม

อินเดียตั้งเป้าหมายเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรและขยายตลาดข้าวทั่วโลก

เว็บไซต์ The Hindu Business line รายงานเมื่อ 15 ต.ค.68 ว่า นาย Pralhad Joshi รมว.กระทรวงกิจการผู้บริโภค อาหาร และการจัดสรรภาครัฐ ระบุเป้าหมายเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรและมุ่งขยายตลาดข้าวทั่วโลกภายในปี 2573 โดยจะวางตำแหน่งอินเดียในฐานะผู้นำด้านการส่งออกข้าวของโลกที่เน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และราคาควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศผ่านการมุ่งปฏิรูประบบ Public Distribution System (PDS) ซึ่งอำนวยความสะดวกในการจัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกแก่ผู้ยากไร้ เสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกข้าว และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่เกษตรกร ส่วนการประชุม Bharat International Rice Conference 2025 ระหว่าง 30-31 ต.ค.68 ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย เป็นก้าวสำคัญสู่วิสัยทัศน์ Viksit Bharat 2047 หรือ อินเดียที่พัฒนาแล้วในปี 2590 โดยมีเกษตรกรและผู้บริโภคเป็นหัวใจสำคัญ