อินเดียยกเลิกคำสั่งติดตั้งแอปความปลอดภัยไซเบอร์บนสมาร์ทโฟน

อินเดียยกเลิกคำสั่งให้ผู้ผลิตและจำหน่ายสมาร์ทโฟน ติดตั้งแอปพลิเคชัน Sanchar Saathi ของรัฐบาล เพื่อปกป้องผู้้ใช้งานจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน

ไทยกับคาซัคสถานลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  สนข.Kazinform รายงานเมื่อ 4 ธ.ค.68 ว่า ประธานคณะกรรมาธิการสำนักส่งเสริมการพัฒนาระหว่างประเทศคาซัคสถาน (Kazakhstan Agency of International Development -KazAID) นำคณะผู้แทนเข้าร่วมการประชุมผู้นำโครงการความร่วมมือไตรภาคี Asia-Pacific Regional Directors Forum for South-South and Triangular Cooperation หรือ SSC&TrC ครั้งที่ 7  ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาจัดโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ที่กรุงเทพฯ โดยไทยและคาซัคสถานแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความร่วมมือในอนาคต และประเด็นที่แต่ละฝ่ายให้ความสำคัญ นอกจากนี้ KazAID และกรมความร่วมมือระหว่างประเทศของไทย (TICA) ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และตกลงร่วมมือกันดำเนินโครงการพัฒนาในประเทศระหว่างกันรวมถึงกับประเทศสมาชิกอื่นใน SSC&TrC เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างประเทศและการฝึกอบรมบุคลากร

กลุ่มฮะมาสส่งมอบร่างตัวประกันชาวไทยแก่อิสราเอล

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในกรุงเทลอาวีฟ อิสราเอลเปิดเผยผลการพิสูจน์อัตลักษณ์ของร่างผู้เสียชีวิตที่ได้รับมอบจากกลุ่มฮะมาสและกลุ่ม Palestinian Islamic Jihad (PIJ) เมื่อ 3 ธ.ค.68 ซึ่งเป็นร่างของนายสุทธิศักดิ์ รินทลักษ์ แรงงานชาวไทย อายุ 43 ปี ที่ถูกกลุ่มติดอาวุธสังหารบริเวณนิคมเกษตร Be’eri ทางใต้ของอิสราเอล และถูกนำร่างเข้าไปยังฉนวนกาซาตั้งแต่ 7 ต.ค.66 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษก กต. แถลงเมื่อ 4 ธ.ค.68 ว่า สอท.ไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งส่งร่างนายสุทธิศักด์กลับไทย เพื่อมอบให้ครอบครัวนำไปประกอบพิธีทางศาสนาโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การส่งคืนร่างของนายสุทธิศักดิ์ ทำให้ตัวประกันชาวไทยทั้งหมด 31 รายที่อยู่ในฉนวนกาซา ได้รับการปล่อยตัวครบหมดแล้ว โดยเป็นการปล่อยตัวขณะยังมีชีวิตอยู่ 28 ราย และเป็นร่างผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย

การเลิกจ้างงานในสหรัฐฯ สูงถึง 1.17 ล้านตำแหน่ง

สนข.CNBC รายงานอ้าง Challenger, Gray & Christmas บริษัทจัดหางานชั้นนำของสหรัฐฯ เมื่อ 4 ธ.ค.68 ว่า การเลิกจ้างงานในสหรัฐฯ ห้วง พ.ย.68 มีจำนวน 71,321 ตำแหน่ง ลดลงจากห้วง ต.ค.68 แต่การเลิกจ้างในห้วง ม.ค.-พ.ย.68 สูงถึง 1.17 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากห้วงเดียวกันของปี 2567 ถึงร้อยละ 54 และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ปี 2563 โดยมีปัจจัยจากสภาพเศรษฐกิจและการตลาดที่ซบเซา ทั้งจากความกังวลจากมาตรการภาษีศุลกากร และการนำเทคโนโลยี AI ทดแทนแรงงานมนุษย์