เกาหลีใต้ยึดปฏิบัติตามข้อตกลงค่าใช้จ่ายการป้องกันประเทศกับสหรัฐฯ ฉบับเดิม

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 9 ก.ค.68 อ้างแถลงการณ์ของ กต.เกาหลีใต้ ว่า เกาหลีใต้ยึดถือการปฏิบัติตามข้อตกลง Special Measures Agreement (SMA) กับสหรัฐฯ ฉบับที่ 12 ที่ได้ลงนามเมื่อปี 2567 ซึ่งเป็นข้อตกลงแบ่งปันค่าใช้จ่ายสำหรับกองกำลังสหรัฐฯ ประจำเกาหลีใต้ (United States Forces Korea-USFK) ในการร่วมป้องกันเกาหลีใต้จากภัยคุกคาม ข้อตกลงฉบับดังกล่าวกำหนดให้เกาหลีใต้ต้องแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย 1,520,000 ล้านวอน (ประมาณ 36,089 ล้านบาท) ในปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก 1,400,000 ล้านวอน (ประมาณ 33,240 ล้านบาท) ในปี 2568 ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อ้างเมื่อ 8 ก.ค.68 ว่า เกาหลีใต้ใช้งบประมาณเพียงเล็กน้อยสำหรับการสนับสนุนทางทหารที่สหรัฐฯ มอบให้ และควรเพิ่มงบประมาณสำหรับการป้องกันประเทศของตนเอง

ลาวได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ในอัตราร้อยละ 40

ประกาศอัตราภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ลว.7 ก.ค.68 ถึงผู้นำลาว และอีก 13 ประเทศ รวมถึงไทย โดยสินค้าลาวที่ส่งออกไปสหรัฐฯ จะต้องเสียภาษีร้อยละ 40 มีผลใน 1 ส.ค.68 ลดจากเดิม ร้อยละ 48 แต่ก็ยังจะส่งผลกระทบต่อสินค้าลาวที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่ง เฟอร์นิเจอร์ไม้ รองเท้า สิ่งทอ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และกาแฟคุณภาพสูง ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อชาวอเมริกันหันไปหาแหล่งอื่นทดแทน และทำลายธุรกิจลาวในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้ สหรัฐฯ เตือนลาวว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณาขึ้นอัตราภาษี หากประเทศคู่ค้ามีพฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า หรือมีมาตรการตอบโต้ที่ไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิตไปยังสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการการค้ารูปแบบอื่นในอนาคต

เวียดนามประกาศมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดต่อสินค้าเหล็กจากจีนเป็นเวลา 5 ปี

สนข.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 7 ก.ค.68 ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม ประกาศมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping) ต่อสินค้าที่ผลิตจากจีน ทั้งประเภท เหล็กกล้ารีดแบน เหล็กกล้า เหล็กกล้าผสมม้วนรีดร้อน ที่มีความหนาระหว่าง 1.2-25.4 มม. ความกว้างไม่เกิน 1,880 มม. และมีปริมาณคาร์บอนไม่เกินร้อยละ 0.3 โดยจะเก็บภาษีระหว่างร้อยละ 23.1-27.8 เป็นระยะเวลา 5 ปี จนถึงปี 2573 มีผลบังคับใช้เมื่อ 6 ก.ค.68 เว้นแต่จะมีประกาศยืดเวลา ปรับเปลี่ยน หรือยกเลิกตามกฎระเบียบ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศจากการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ

ตำรวจแคนาดาจับกุมชาวแคนาดาข้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

สนข.บีบีซี รายงานเมื่อ 8  ก.ค. 68 ว่า ตำรวจแคนาดาจับกุมชายชาวแคนาดาจำนวน 4 คน ในจำนวนนี้ เป็นทหารแคนาดาจำนวน   2 คน  ข้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย  โดยผู้ต้องสงสัยกลุ่มดังกล่าวครอบครองวัตถุระเบิด  อาวุธปืน  และกระสุนปืนจำนวนมาก ตั้งแต่ ม.ค.67  และมีแผนยึดพื้นที่ในควิเบก  เมืองหลวงของรัฐควิเบก ตำรวจแคนาดายังระบุว่าผู้ต้องสงสัยในจำนวนนี้สร้างบัญชี Instagram เพื่อชักชวนสมาชิกใหม่ให้เข้าร่วมการต่อต้านรัฐบาลแคนาดา  ทั้งนี้  ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีที่ศาลในเมืองควิเบกใน 15 ก.ค. 68   

กลุ่ม BRICS ออกแถลงการณ์ร่วมเสริมสร้างความร่วมมือประเทศซีกโลกใต้

การประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 17 ระหว่าง 6-7 ก.ค.68 ที่นครริโอเดอจาเนโร บราซิล ที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์ร่วมในหัวข้อ การเสริมสร้างความร่วมมือของประเทศในซีกโลกใต้ เพื่อธรรมาภิบาลที่ครอบคลุมและยั่งยืน โดยมีประเด็นสำคัญ คือ การส่งเสริมพหุภาคีนิยม การปกป้องกฎหมายระหว่างประเทศ การปฏิรูปโครงสร้างการเงินโลก การขจัดความยากจนและโรคภัยจากปัจจัยทางสังคม รวมถึงการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI   กลุ่ม BRICS ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของประเทศกำลังพัฒนาในการกำหนดนโยบายระดับโลก การจัดตั้งกองทุน Tropical Forest Forever Fund เพื่ออนุรักษ์ป่าฝน และการส่งเสริมระบบสุขภาพที่เท่าเทียมและทั่วถึง พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างประเทศภายใต้บริบทโลกที่มีความขัดแย้งและความเหลื่อมล้ำสูง

จีนจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์และระบบไร้คนขับในการผลิตเครื่องบินรบ

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 8 ก.ค.68 อ้างนาย Sun Cong นักวิชาการประจำวิทยาลัยด้านวิศวกรรมของจีน (Chinese Academy of Engineering) และหัวหน้าที่ออกแบบ บ.ขับไล่ J-15 ที่ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบินซานตงของจีนว่า จีนจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ ระบบไร้คนขับ รวมถึงเทคโนโลยีอนาคต มาปรับใช้ในการผลิตและพัฒนาคุณสมบัติต่าง ๆ ของเครื่องบินรบจีนมากขึ้น เช่นเดียวกับการพัฒนาเรือบรรทุกเครื่องบินของจีนในอนาคตที่จะใช้ความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากขึ้น

รมว.กต.อินเดีย ส่งเสริมความสัมพันธ์กับหลายประเทศระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS

เว็บไซต์ Hindustan Times รายงานเมื่อ 8 ก.ค.68 ว่า นายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดีย หารือทวิภาคีนอกรอบการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 17 ระหว่าง 6-7 ก.ค.68 ที่เมืองรีโอเดจาเนโร บราซิล กับ รมว.กต.หลายประเทศ เมื่อ 7 ก.ค.68 ได้แก่ นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย ประเด็นการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เอกสิทธิ์พิเศษ (Special and Privileged Strategic Partnership) ระหว่างกัน นายอับบาส อะราคชี รมว.กต.อิหร่าน ประเด็นพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาค และนาย Juan Ramon de la Fuente รมว.กต.เม็กซิโก ประเด็นการขยายความร่วมมือ เฉพาะอย่างยิ่งด้านสาธารณสุข ดิจิทัล เทคโนโลยี และอวกาศ

นรม.อิสราเอลเสนอชื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

 นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เปิดเผยระหว่างการพบหารือและรับประทานอาหารมื้อเย็นกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 7 ก.ค.68 ว่า ได้ส่งหนังสือเสนอชื่อประธานาธิบดีทรัมป์เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2569 แก่คณะกรรมการรางวัลโนเบล พร้อมทั้งนำสำเนาหนังสือดังกล่าวมอบแก่ประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อยกย่องความพยายามยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่าไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน พร้อมทั้งขอบคุณและยกย่องว่าเป็นหนังสือที่มีความหมายมาก  ทั้งนี้ นรม.เนทันยาฮูเป็นผู้นำคนล่าสุดที่เสนอชื่อประธานาธิบดีทรัมป์เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ หลังจากก่อนหน้านี้ รัฐบาลปากีสถานมีมติเมื่อ มิ.ย.68 เสนอชื่อประธานาธิบดีทรัมป์เข้าชิงรางวัลดังกล่าว เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ ช่วยให้ปากีสถานสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอินเดีย

จีนจะฝึกอบรมเสริมทักษะให้แรงงานในชนบทเพื่อเพิ่มโอกาสในการหางาน

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 7 ก.ค.68 ว่า จีนประกาศแผนการฝึกอบรมเสริมทักษะให้แก่แรงงานในเขตชนบท เพื่อเพิ่มโอกาสในการหางานและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ  โดยจีนจะชี้แนะแรงงานชนบทเกี่ยวกับความต้องการจ้างงาน เฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงในชนบทและแรงงานยากจน เพื่อหางานทำในภาคการบริการครัวเรือน ซึ่งจีนคาดหวังว่าแผนการดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงอุปทานและคุณภาพของแรงงาน รวมถึงตอบสนองความต้องการของนายจ้างได้ดีขึ้น ปัจจุบันมีชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานจากชนบทไปยังเขตเมืองประมาณ 300 ล้านคน โดย 100 ล้านคนในจำนวนดังกล่าวกำลังเข้าสู่วัยเกษียณในอีก 10 ปีข้างหน้า

เอเปคเตรียมจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสครั้งที่ 3 (SOM3) ประจำปี 2568 ที่เมืองอินชอน

นสพ.Korea Times ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 8 ก.ค.68 ว่า การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ 3 (APEC Third Senior Officials’ Meeting-SOM3 ประจำปี 2568 ที่เมืองอินชอน เกาหลีใต้ ระหว่าง 26 ก.ค.-15 ส.ค.68 จะหารือหลายประเด็น  อาทิ การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน ความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ การเติบโตทางเศรษฐกิจ  การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ความมั่นคงด้านอาหาร รวมถึงการต่อต้านการทุจริตและความโปร่งใสในกรอบเอเปค  การประชุมดังกล่าว จะมีผู้แทนจาก 21 ประเทศ และเขตเศรษฐกิจเข้าร่วม และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 5,000 คน