เอกวาดอร์เตือนภัยและ รปภ.ขั้นสูงสุด ว่าอาจมีการก่อเหตุก่อการร้ายในประเทศ

เว็บไซต์ นสพ. The Brussels Times รายงานเมื่อ 20 เม.ย.68 อ้าง มท.เอกวาดอร์ ออกแถลงการณ์เมื่อ 19 เม.ย.68 ยกระดับการเตือนภัยและ รปภ.ขั้นสูงสุด หลังการรั่วไหลของรายงานข่าวกรองของกองทัพเอกวาดอร์ว่า ผู้ก่อการร้ายและองค์กรอาชญากรรม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองที่แพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีเอกวาดอร์ รอบสอง เมื่อ 13 เม.ย.68 อาจก่อเหตุก่อการร้ายและจลาจลในประเทศ โดยมุ่งสร้างสถานการณ์เพื่อจะลอบสังหารประธานาธิบดีดาเนียล โนบัว จากพรรค Accion Democratica Nacional (มีแนวคิดฝ่ายขวา–กลาง) ที่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเอกวาดอร์เป็นสมัยที่สอง รวมถึง ครม. และ จนท.รัฐบาล รายงานข่าวกรองที่รั่วไหลระบุว่า ตรวจพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนรับจ้างจากเม็กซิโกและประเทศอื่น ๆ เริ่มเดินทางไปยังเอกวาดอร์แล้ว อย่างไรก็ดี กต.เม็กซิโกออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าอาชญากรจากเม็กซิโกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางแผนลอบสังหารประธานาธิบดีโนบัว ของเอกวาดอร์  

ราคาน้ำมับดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 21 เม.ย.68 ว่า ในวันเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบเมื่อเปิดตลาดลดลงมากกว่าร้อยละ 1.5 และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อประเทศคู่ค้าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจ ทำให้ความต้องการน้ำมันดิบชะลอตัว นอกจากนี้ ความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับ อิหร่านเมื่อ 19 เม.ย.68 อาจนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาดโลก รวมถึง กลุ่ม OPEC+ จะคงแผนการขยายกำลังการผลิตน้ำมันดิบต่อเนื่องใน พ.ค.68 ตามเดิมที่ 411,000 บาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ หลังจากปิดตลาดล่าสุด เมื่อ 17 เม.ย.68 ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอน อยู่ที่ 66.86 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 1.10 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์ก อยู่ที่ 63.57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 1.11 ดอลลาร์สหรัฐ

ประธานาธิบดีทรัมป์เห็นว่าการเจรจากับสหรัฐฯ เป็นการดำเนินความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อ 20 เม.ย. 68 ว่า การที่ผู้นำประเทศต่าง ๆ และนักธุรกิจชั้นนำขอเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อต่อรองทางการค้า และลดหย่อนภาษี จะเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่ถูกต้องและเป็นมิตรอย่างแท้จริง พร้อมกับเชิญชวนให้นักธุรกิจเข้ามาลงทุนในสหรัฐฯ   ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ระบุถึงการดำเนินการที่เป็นการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษี ได้แก่  (1) การบิดเบือนค่าเงิน (2) การกำหนดภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีศุลกากร และการให้เงินอุดหนุนสินค้าให้กับผู้ผลิตในประเทศ (3) การทุ่มตลาด (4) การให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ผลิตสินค้าในประเทศหรือมาตราการให้เงินอุดหนุนจากภาครัฐอื่น ๆ (5) การตั้งมาตรฐานเพื่อกีดกันสินค้าการเกษตร เช่น การห้ามนำเข้าข้าวโพดตัดต่อพันธุกรรมของสหภาพยุโรป (6) การตั้งมาตรฐานเชิงเทคนิคเพื่อกีดกันสินค้า (7) การปลอมแปลง การละเมิดลิขสิทธิ์ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และ (8) การขนถ่ายสินค้าในแคนาดาและเม็กซิโกเพื่อสวมสิทธิ์และเลี่ยงภาษีศุลกากร

นรม.อินเดียจะพบปะกับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และภริยา

เว็บไซต์ DD News รายงานเมื่อ 21 เม.ย.68 ว่า นายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดีย0tพบปะกับนาย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนาง Usha Vance สตรีหมายเลข 2 (มีเชื้อสายอินเดีย จากรัฐอานธรประเทศ) ระหว่างเยือนอินเดีย 21 – 24 เม.ย.68 เพื่อหารือเกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงของทั้งสองประเทศ โดยคาดว่าจะมีประเด็นภาษีศุลกากร การเข้าถึงตลาดและการเรียกร้องให้เพิ่มการนำเข้ายุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ ทั้งนี้ กต.อินเดียระบุว่าการเยือนครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ทบทวนความคืบหน้าในความสัมพันธ์ทวิภาคีและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับโลกที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

ศธ.มาเลเซียจะเพิ่มหลักสูตรภาษาไทย กัมพูชา และเวียดนาม เป็นวิชาเลือกในโรงเรียน

นางฟาดิลนา ซีเด็ก รมว.ศธ.มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 21 เม.ย.68 ว่า ศธ.มาเลเซียจะเพิ่มหลักสูตรการเรียนภาษาเป็นวิชาเลือกในโรงเรียน ได้แก่ ภาษาไทย กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อเพิ่มความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมกับประเทศอาเซียน ตลอดจนส่งเสริมให้เยาวชนพัฒนาทักษะทางภาษาและปรับตัวให้เข้ากับความหลากหลายทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ มาเลเซียจะปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับแผนงานด้านการศึกษาของอาเซียน เน้นการปรับหลักสูตร การพัฒนาบุคลากรครู และการสร้างเครือข่ายกับสถาบันฝึกอบรมด้านเทคนิคและการอาชีวศึกษา (TVET)

ซอฟต์พาวเวอร์ไทย : เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ และซีรีส์วาย

  นโยบายซอฟต์พาวเวอร์เป็นนโยบายที่รัฐบาลต้องการผลักดันให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยเริ่มผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารด้วยการอบรมเพิ่มทักษะอาชีพให้กับประชาชนผู้สนใจ และเตรียมดำเนินโครงการอบรมโค้ชสอนมวยไทย รวมทั้งได้เตรียมแผนงาน เช่น สื่อบันเทิง งานประเพณี แฟชั่น เพื่อประชาสัมพันธ์ซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทั้งนี้ ดัชนีชี้วัดศักยภาพซอฟต์พาวเวอร์ของโลก “Global Soft Power Index 2025” พบไทยได้คะแนนอยู่ในอันดับที่ 39 ของโลก จากทั้งหมด 193 ประเทศ และเป็นอันดับ 3 ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งสะท้อนว่าไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ “ซีรีส์วาย” …. ของไทยไปได้ไกล สื่อต่างประเทศนำเสนอเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ของไทยหลายด้าน และเห็นตรงกันว่าซอฟต์พาวเวอร์ของไทยที่มีศักยภาพในการเติบโตเป็นเอกลักษณ์ และสร้างมูลค่ามหาศาลให้เศรษฐกิจไทยได้คือ วัฒนธรรมร่วมสมัย (Pop Culture) ประเภทสื่อบันเทิง ได้แก่ ซีรีส์และภาพยนต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ความรักระหว่างเพศเดียวกันที่รู้จักกันดีในชื่อ “ซีรีส์วาย” ทั้งแนวชายรักชาย (Boy’s Love) และหญิงรักหญิง (Girl’s Love) และเพลงป๊อปไทย (T-pop) แม้สื่อบันเทิงดังกล่าวของไทยจะได้รับอิทธิพลมาจากสื่อบันเทิงเกาหลีใต้ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงมายาวนาน แต่สื่อบันเทิงดังกล่าวของไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมซีรีส์วายของไทยสามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดด และกลายเป็นประเทศผู้นำในด้านอุตสาหกรรมซีรีส์วาย โดยมูลค่าตลาดซีรีส์วายของไทยในปี 2568 ประเมินว่าจะมีมูลค่า 4,900 ล้านบาท…

มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการใช้ระบบคลาวด์ของยุโรป

การประกาศมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลกระทบให้ต่อความเชื่อมั่นด้านการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ของยุโรป ซึ่งปัจจุบันผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud) ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 50 เป็นของสหรัฐฯ เช่น Amazon Web Services (AWS)

สหรัฐฯ อาจถอนตัวจากการเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 18 เม.ย. 68 อ้างนายมาร์โก รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ หลังเสร็จสิ้นการหารือร่วมกับผู้แทนจากผรั่งเศส สหราชอาณาจักร และยูเครน รวมทั้งนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (US Special Envoy to the Middle East) ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อ 17 เม.ย. 68 ว่า สหรัฐฯ อาจถอนตัวจากการเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนกับรัสเซีย หากเห็นว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่พร้อมที่จะเจรจาเพื่อสันติภาพ เพราะ สหรัฐฯ จะไม่ดำเนินการโดยไร้จุดหมายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด หลังจากพยายามผลักดันการเจรจาดังกล่าวมากว่า 2 เดือน เนื่องจากสหรัฐฯ ยังต้องเผชิญความท้าทายที่สำคัญอื่น ๆ ดังนั้น สหรัฐฯ จะตัดสินใจในเร็ว ๆ นี้ว่า จะดำเนินการต่ออย่างไรในอีก 2-3 สัปดาห์หน้า ทั้งนี้ การหารือที่กรุงปารีสมีการตอบรับที่ดีในกรอบแนวคิดข้อตกลงสันติภาพของสงครามรัสเซีย – ยูเครน ซึ่งรมว.กต.สหรัฐฯ ยืนยันว่าได้โทรศัพท์ถึงนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ…

รมว.คค.มาเลเซีย เตรียมหารือการขนส่งสินค้าทางรางกับไทย

สนข.Malay Mail รายงานเมื่อ 18 เม.ย.68 ว่า นายแอนโทนี โลค เซียว ฟุค รมว.คมนาคม (คค.) มาเลเซีย จะเดินทางเยือนไทย ใน 2 พ.ค.68 เพื่อพบหารือกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คค. เกี่ยวกับการพัฒนาโครงข่ายรถไฟสายเอเชีย (Pan-Asian Railway Network) โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร เพื่อให้บริการรถไฟข้ามพรมแดนระหว่างมาเลเซียและจีน ผ่านไทย เป็นไปอย่างราบรื่น Pan-Asian Railway Network หรือ Kunming-Singapore railway เป็นเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อจากจีน ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ โดยการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของมาเลเซียใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงในรัฐยะโฮร์ โครงการดังกล่าวจะช่วยยกระดับมาเลเซียเป็นศูนย์กลางด้านการค้าระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังจีนและยุโรปได้ ทั้งนี้ โครงการพัฒนา Pan-Asian Railway Network ยังเป็นประเด็นที่ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิงของจีน ย้ำถึงความสำคัญระหว่างการเยือนมาเลเซีย เมื่อ 15-17 เม.ย.68…

อินโดนีเซียแจ้งเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงรับข้อเสนอให้ทำงานในไทย กัมพูชาและเมียนมา

นาย Abdul Kadir Karding รมว.กระทรวงคุ้มครองแรงงานข้ามชาติอินโดนีเซียแถลงเมื่อ 18 เม.ย.68 แจ้งเตือนชาวอินโดนีเซีย ให้ระมัดระวังอย่างมากหรือหลีกเลี่ยงการรับข้อเสนอจ้างงานเพื่อทำงานในไทย กัมพูชา และเมียนมา เฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยย้ำว่าอินโดนีเซียไม่ได้มีข้อตกลงจัดหาแรงงานข้ามชาติอย่างเป็นทางการกับทั้งสามประเทศดังกล่าว ทั้งนี้ คำเตือนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องพลเมืองอินโดนีเซีย ที่ถูกหลอกลวงให้ไปทำงานในประเทศดังกล่าวเป็นจำนวนมาก รวมถึงกรณีการเสียชีวิตของชาวอินโดนีเซียสองรายซึ่งไปทำงานในกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายกับแก๊งหลอกลวงทางออนไลน์ ขณะที่ข้อมูลทางการระบุว่า ในห้วงระหว่างปี 2563-2566 มีชาวอินโดนีเซียมากกว่า 4,700 ราย ได้รับการช่วยเหลือจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทางไซเบอร์ในเมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม และเมื่อห้วง มี.ค.68 อินโดนีเซียประสานงานกับทางการจีนและไทย รับกลับพลเมืองกว่า 550 ราย ซึ่งตกค้างในเมียนมาหลังจากปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติ หลายรายถูกหลอกลวงด้วยข้อเสนอให้ทำงานค่าตอบแทนสูงในไทย