EU ขอให้จีน ช่วยป้องกันสินค้าจีนไหลเข้ายุโรปหลังทรัมป์ตั้งกำแพงภาษี

สนข.Politico EU รายงานเมื่อ 8 เม.ย.68 ว่าสหภาพยุโรป (EU) ขอความช่วยเหลือจากจีนในการป้องกันไม่ให้สินค้าจีนที่ถูกมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ข้าสู่ตลาดยุโรป โดยประธานคณะกรรมาธิการยุโรป นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายหลี่ เฉียง นรม.จีน เมื่อ 7 เม.ย.68 เกี่ยวกับการติดตามและจัดการการเบี่ยงเบนทางการค้า เฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากกำลังการผลิตส่วนเกินทั่วโลก เนื่องจากจีนยืนยันจะต่อต้านมาตรการภาษีของสหรัฐฯ  จึงอาจส่งผลให้ EU ต้องเผชิญกับสงครามการค้าที่รุนแรงยิ่งขึ้นด้วย ทั้งนี้ EU ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามความคืบหน้า และหากจำเป็น จะมีการใช้มาตรการปกป้องการค้าผ่านการเรียกเก็บภาษีพิเศษ เพื่อปกป้องผู้ผลิตและธุรกิจภายในยุโรป แม้ EU และจีนจะมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่ตึงเครียด แต่ EU ยังเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่ายในการรักษาระบบการค้าโลกที่เป็นธรรม โดยการประชุมสุดยอดเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง EU กับจีน อาจเกิดขึ้นห้วง ก.ค.68

น้องสาวผู้นำเกาหลีเหนือย้ำจุดยืนของประเทศในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

นสพ.โคเรียเฮรัลด์ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 9 เม.ย.68 อ้างสื่อทางการของเกาหลีเหนือว่า น.ส.คิม ยอ-จ็อง น้องสาวผู้นำเกาหลีเหนือ ออกแถลงการณ์ประณามกรณี รมว.กต.สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นให้คำมั่นจะปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือเมื่อ 3 เม.ย.68 ซึ่งสะท้อนนโยบายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ  น.ส.คิมย้ำจุดยืนของเกาหลีเหนือในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ตามอธิปไตยและหลักรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ และพันธมิตรระงับความพยายามฝ่ายเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบัน  และลดการเผชิญหน้าระหว่างกัน เพื่อส่งเสริมความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือประเมินว่า เกาหลีเหนือพยายามสื่อสารจุดยืนทางการเมืองถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

มาเลเซียเตรียมให้การต้อนรับ ปธน.สี จิ้น ผิง

สนข.Malaymail รายงานเมื่อ 9 เม.ย.68 ว่า อะห์หมัด ฟะห์มี โมฮาเม็ด ฟัดซิล รมว.กระทรวงการสื่อสาร ในฐานะโฆษกรัฐบาลมาเลเซีย แถลงว่า ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ของจีนจะเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 15-17 เม.ย.68 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีและส่งเสริมความร่วมมือด้านต่าง ๆ การเยือนครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำหรับมาเลเซียในการขยายความร่วมมือด้านการค้ากับชาติมหาอำนาจสำคัญ

นรม.ญี่ปุ่นและเลขาธิการ NATO หารือความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ

นายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่นหารือกับนาย Mark Rutte เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เมื่อ 9 เม.ย.68 ที่กรุงโตเกียว โดยเห็นพ้องที่จะร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยีสองทาง และเทคโนโลยีขั้นสูง ยกระดับความร่วมมือการป้องกันทางไซเบอร์ อวกาศ  การฝึกซ้อมทางทหารร่วมกัน พ ด้านอากาศยานไร้คนขับ และปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงได้ประณามความสัมพันธ์ทางทหารที่เพิ่มขึ้นระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซีย การใช้ขีปนาวุธและกำลังทหารของเกาหลีเหนือเพื่อสู้รบในยูเครน รวมทั้งกังวลกับการสนับสนุนของจีนต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัสเซีย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องสนับสนุนภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง พร้อมทั้งคัดค้านความพยายามฝ่ายเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงด้วยการใช้กำลังในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ และกระตุ้นให้จีนปรับปรุงความโปร่งใสของกองทัพและให้ความร่วมมือในการควบคุมอาวุธ และเรียกร้องให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพบริเวณช่องแคบไต้หวัน โอกาสนี้ เลขาธิการ NATO ได้ชื่นชมการมีส่วนสนับสนุนยูเครนของญี่ปุ่น และแสดงความยินดีที่ญี่ปุ่นต้องการเข้าร่วม NATO Security Assistance and Training Organization for Ukraine (NSATU)

จีนตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 50

สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีน รายงานเมื่อ 9 เม.ย.68 อ้าง พณ.จีนว่า จีนจะขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ อีกร้อยละ 50 ส่งผลให้อัตราภาษีเพิ่มจากร้อยละ 34 เป็นร้อยละ 84 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 10 เม.ย.68 เพิ่มรายชื่อบริษัทสหรัฐฯ 6 แห่งในบัญชีหน่วยงานที่ไม่น่าเชื่อถือ (unreliable entity list) และอีก 12 บริษัทในบัญชีควบคุมการส่งออก (export control list) ซึ่งกำหนดห้ามบริษัทของจีนดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทเหล่านี้ เพื่อเป็นการตอบโต้สหรัฐฯ ที่ประกาศขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกร้อยละ 50 ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการขึ้นอัตราภาษีตอบโต้กันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะส่งผลให้การค้าระหว่างทั้งสองประเทศชะงักงัน โดยข้อมูลจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ส่งออกสินค้าไปยังจีนเมื่อปี 2567 มูลค่า 143,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากจีน 438,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อินเดียเสนอขายขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน Akash ให้แก่ UAE

นายราชนาถ สิงห์ รมว.กห.อินเดีย และ เชค Hamdan bin Mohammed bin Rashid Al Maktoum มกุฎราชกุมารแห่งดูไบ รอง.นรม.และ รมว.กห.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) หารือกันระหว่างการประชุมระดับคณะผู้แทน ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย เมื่อ 8 เม.ย.68 เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ อาทิ การฝึกซ้อมทางทหาร โครงการวิจัยและพัฒนา และการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยอินเดียเสนอขายระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน Akash (อากาศ) ซึ่งเป็นระบบปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ สามารถสกัดกั้นเครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์ โดรน และขีปนาวุธร่อนความเร็วต่ำกว่าเสียง ทั้งนี้ อินเดียมีความพยายามในการส่งออกขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน Akash เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง Pinaka และขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง BrahMos ให้กับประเทศพันธมิตร เฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียและอาเซียน

ประธานาธิบดีอินโดนีเซียไม่พอใจการประท้วงที่มุ่งโจมตีความน่าเชื่อถือของประเทศ

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 8 เม.ย.68 ตำหนิการประท้วงที่นำโดยนักศึกษา ในชื่อกิจกรรมอินโดนีเซียมืด (Dark Indonesia) ว่าเป็นความพยายามสร้างเรื่องราวที่เป็นเท็จ เพื่อโจมตีรัฐบาลและประเทศว่าอยู่ในยุคมืด ซึ่งเป็นรูปแบบของสงครามจิตวิทยาเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศคล้ายกลยุทธ์ของกลุ่มนาซีเยอรมัน  ทั้งนี้ กิจกรรมชื่อ Dark Indonesia เป็นกิจกรรมประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่นำโดยกลุ่มนักศึกษาและเยาวชน ซึ่งเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์อินโดนีเซีย ในห้วง ก.พ.-มี.ค.68 ในช่วงแรกมีเป้าหมายต่อต้านนโยบายตัดลดงบประมาณของรัฐบาลที่ส่งผลกระทบต่อภาคการศึกษา ต่อมาขยายเป็นต่อต้านการแก้ไขกฎหมายทหารเพื่อเพิ่มบทบาททหารทางการเมือง

ญี่ปุ่นเริ่มเฝ้าระวังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน ร้ายแรงเทียบเท่า COVID-19

สนข.Japan Times รายงานเมื่อ 8 เม.ย. 68 ว่า กระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่น เริ่มเฝ้าระวังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน (Acute Respiratory Infections-ARIs) ภายใต้กฎหมายควบคุมโรคติดเชื้อ โดยกำหนดให้โรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน อยู่ในประเภทเดียวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และไข้หวัดใหญ่ พร้อมทั้งขอให้สถานพยาบาลที่กำหนดประมาณ 3,000 แห่งทั่วประเทศ รายงานจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการเฉียบพลัน เช่น ไอ เจ็บคอ และมีน้ำมูก เป็นรายสัปดาห์ไปยังศูนย์สุขภาพสาธารณะท้องถิ่น และรัฐบาลท้องถิ่นจะรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งให้กระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวช่วยให้กระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่น สามารถเฝ้าระวังโรคติดเชื้อได้รอบด้านและสามารถตรวจพบโรคที่ไม่ทราบสาเหตุได้ทันท่วงที

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียลดลงต่ำสุดหลังสหรัฐฯ ยืนยันขึ้นภาษีจีนเป็นร้อยละ 104

สนข.ABC News ของออสเตรเลียรายงานเมื่อ 9 เม.ย.68 ว่า ในวันเดียวกัน เงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงอย่างมาก โดย 1 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เทียบเท่า 0.59 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 21.60 บาท) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่มี.ค.63 ในช่วงการระบาดของ COVID-19 ก่อนหน้านี้ไม่เคยลดลงต่ำกว่า 0.60 ดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ห้วงปี 2545-2546 สาเหตุหลักมาจากการที่สหรัฐฯ กำหนดนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าต่อจีนในอัตราร้อยละ 104 ทำให้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังออสเตรเลียที่มีจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด ขณะที่นักเคราะห์แสดงความกังวลว่า หากจีนยอมให้ค่าเงินหยวนอ่อนตัวลง จะส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นต่อเศรษฐกิจออสเตรเลีย แต่หากจีนใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เพื่อรับมือกับสหรัฐฯ อาจช่วยให้ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นตามไปด้วย

รัสเซียและสหรัฐฯ จะหารือครั้งที่สองเพื่อให้ สอท.ของทั้งสองประเทศกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ

สนข.Tass และ สนข.Reuters รายงานเมื่อห้วง 8-9 เม.ย.68 ว่า คณะผู้แทนรัสเซียและสหรัฐฯ จะหารือครั้งที่สองใน 10 เม.ย.68 ที่ สอท.รัสเซีย/กรุงอิสตันบูล โดยมีนาย Alexzander Darchiev ออท.รัสเซีย/กรุงวอชิงตัน ดี ซี เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนรัสเซีย และ น.ส.Sonata Coulter รองผู้ช่วย รมว.กต.สหรัฐฯ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯ  การหารือดังกล่าวจะเน้นเฉพาะประเด็นการดำเนินงานของคณะผู้แทนทางการทูตของทั้งสองประเทศให้กลับเป็นปกติเท่านั้น จะไม่หารือประเด็นการเมือง ความมั่นคง การปรับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-รัสเซีย รวมถึงความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ทั้งนี้ ห้วง 10 ปีที่ผ่านมา รัสเซีย-สหรัฐฯ ต่างขับนักการทูตของอีกฝ่ายออกนอกประเทศและจำกัดการแต่งตั้ง จนท.ใหม่มาประจำการใน สอท.สหรัฐฯ/กรุงมอสโก และ สอท.รัสเซีย/กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จนเป็นเหตุให้เกิดปัญหาด้านบุคลากรในการทำงานของ สอท.ทั้งสองแห่ง