อินโดนีเซียส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้เมียนมา

พล.ท. Suharyanto หัวหน้าสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (BNPB) อินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 1 เม.ย.68 ที่ฐานทัพอากาศ Halim Perdanakusumah กรุงจาการ์ตา ระหว่างการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมชุดที่สองไปยังเมียนมาที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ประกอบด้วยทีมแพทย์ฉุกเฉินและ จนท.กู้ภัย จำนวน 53 คน เพื่อเข้าสนับสนุนภารกิจกู้ภัย โดยคาดว่าจะอยู่ในเมียนมาเป็นเวลา 1 เดือน นอกจากนี้ ยังเตรียมส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เพิ่มเติม จำนวน 80 ตัน ใน 3 เม.ย.68 หลังจากเมื่อ 1 เม.ย.68 ได้จัดส่งความช่วยเหลือชุดแรกจำนวน 12 ตัน พร้อมกองกำลังจากกองทัพอินโดนีเซีย (TNI) ทั้งนี้ ไม่มีพลเมืองอินโดนีเซียที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากภัยพิบัติดังกล่าว

หน่วยยามฝั่งจีนจัดการลาดตระเวนในน่านน้ำล้อมรอบเกาะไต้หวัน

นสพ. Global Times รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 ว่า หน่วยยามฝั่งจีน (China Coast Guard-CCG) จัดการลาดตระเวนในน่านน้ำล้อมรอบเกาะไต้หวันในวันเดียวกัน พร้อมทั้งจัดการฝึกซ้อม อาทิ ปฏิบัติการตรวจสอบ จับกุม สกัดกั้น และควบคุมตัวผู้สนับสนุนการแบ่งแยกไต้หวันที่พยายามหลบหนีด้วยเส้นทางทางทะเล ซึ่งป็นการดำเนินการตามกฎหมายและสอดคล้องกับหลักการจีนเดียว ทั้งนี้ ปฏิบัติการลาดตระเวนครั้งนี้ มีเรือจากหน่วยยามฝั่งจากหลายจังหวัดชายฝั่งทะเลของจีนเข้าร่วม อีกทั้งเส้นทางลาดตระเวนเข้าใกล้เกาะไต้หวันมากกว่าเมื่อครั้งการฝึกห้วง พ.ค.-ต.ค.67 สะท้อนถึงความเข้มงวดจริงจังมากขึ้น ทั้งยังเป็นห้วงเวลาเดียวกับที่กองบัญชาการยุทธบริเวณภาค ตอ.ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) เริ่มการซ้อมรบร่วมระหว่างเหล่าทัพต่าง ๆ รอบเกาะไต้หวัน

ญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือเหตุภัยพิบัติ

  สนข. Kyodo รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 ว่า ญี่ปุ่นเปิดเผยร่างแผนฟื้นฟูแห่งชาติระยะ 5 ปี (Five-year National Resilience Plan) เมื่อวันเดียวกัน โดยเตรียมใช้งบประมาณจำนวนกว่า 20 ล้านล้านเยน (ประมาณ 4.5 ล้านล้านบาท) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 (1 เม.ย.69-31 มี.ค.70) เพื่อเร่งพัฒนาและซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบน้ำ ระบบระบายน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า ถนน และสะพาน เป็นต้น ให้มีความทนทานต่ออุทกภัยและแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยรัฐบาลญี่ปุ่นมีกำหนดสรุปรายละเอียดและอนุมัติแผนนี้ ใน มิ.ย.68 นอกจากนี้ อ้างอิงข้อมูลจากคณะทำงานเฉพาะกิจด้านแผ่นดินไหวของรัฐบาลญี่ปุ่น เมื่อ 31 มี.ค.68 ประเมินว่า อาจมีผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นบริเวณร่องลึกนันไก (Nankai Trough) มากถึง 298,000 คน

ญี่ปุ่นจำหน่ายข้าวสำรองในคลังครั้งที่ 2

เว็บไซต์ nippon.com รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนายเอโต ทาคุ รมว.กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ของญี่ปุ่นว่า กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง เปิดจำหน่ายข้าวสำรองในคลังเป็นครั้งที่ 2 ปริมาณ 70,336 ตัน ด้วยวิธีประกวดราคา ระหว่าง 26-28 เม.ย.68 โดยคาดหวังให้การจำหน่ายข้าวดังกล่าวช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนข้าวและราคาข้าวที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ การประกวดราคาครั้งนี้มีผู้ชนะการเสนอราคา 4 ราย ซื้อข้าวไปในราคาเฉลี่ย 20,722 เยน (ประมาณ 4,700 บาท) ต่อ 60 กก. ทั้งนี้ ญี่ปุ่นจำหน่ายข้าวสำรองในคลังแล้วทั้งสิ้น 212,132 ตัน โดยเปิดจำหน่ายครั้งแรก ปริมาณ 141,796 ตัน เมื่อ มี.ค.68

คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน จัดประชุมสุดยอดไตรภาคีและลงนามสนธิสัญญาเปิดพรมแดน

สนข. UZA รายงานเมื่อ 31 มี.ค. 68 ว่าประธานาธิบดีซาดีร์ จาปารอฟ ของคีร์กีซสถาน ประธานาธิบดีชาฟคาต มีร์ซิโยเยฟของอุซเบกิสถาน และประธานาธิบดีเอมอมาลี เราะห์มาน ของทาจิกิสถาน เข้าร่วมการประชุมสุดยอดไตรภาคี ที่เมือง Khujand ทาจิกิสถาน โดยหารือประเด็นพรมแดน พร้อมทั้งระบุถึงความสำเร็จทางของสนธิสัญญาพรมแดนระหว่างคีร์กีซสถาน-ทาจิกิสถานในเชิงการทูต รวมถึงหารือเกี่ยวกับการประชุมสุดเอเชียกลาง-EU ห้วง 3-4 เม.ย.68 การประชุมเอเชียกลาง-ประเทศอ่าวอาหรับห้วง พ.ค.68 และการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียกลางครั้งที่ 7 ห้วง ก.ย.68 ภายหลังการหารือ ผู้นำทั้งสามลงนามสนธิสัญญาเปิดสามเหลี่ยมพรมแดนคีร์กีซสถาน-ทาจิกิสถาน-อุซเบกิสถาน สาระสำคัญเกี่ยวกับการเสริมสร้างความมั่นคงบริเวณชายแดน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน และการลงทุนร่วมกันในอุตสาหกรรมพลังงาน  ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่า สนธิสัญญาเปิดสามเหลี่ยมพรมแดนของสามประเทศ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์กลุ่มประเทศเอเชียกลางที่เป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาคและเชื่อมั่นว่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

กัมพูชา-อินเดีย หารือแนวทางขยายความร่วมมือด้าน กห.

สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 อ้างผลการพบหารือระหว่าง พล.อ.เตีย เซยฮา รอง นรม.และ รมว.กห.กัมพูชา กับนาย Vanlalvawna Bawitlung ออท.อินเดียประจำกัมพูชา ในวันเดียวกัน ย้ำคำมั่นการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้านคการป้องกัน และส่งเสริมความร่วมมือในด้านดังกล่าว โดยฝ่ายกัมพูชาชื่นชมอินเดียที่สนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถการป้องกันประเทศ โดยเฉพาะการฝึกอบรมกำลังพลของกองทัพแห่งชาติกัมพูชา ส่วนฝ่ายอินเดียกล่าวว่ากัมพูชาเป็นหุ้นส่วนสำคัญในนโยบายปฏิบัติการตะวันออก (Act East Policy)  เฉพาะอย่างยิ่งจากการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำทหารระดับสูง พร้อมกับระบุว่า อินเดียจะจัดตั้ง สนง.กห.ภายใน สอท.อินเดีย/ราชธานีพนมเปญ และอยู่ระหว่างการแต่งตั้ง ผชท.ทหาร เพื่ออำนวยความสะดวกและประสานงานความร่วมมือด้าน กห.ที่ใกล้ชิด ซึ่ง พล.อ.เตีย เซยฮา เห็นชอบการจัดตั้ง สนง.ดังกล่าว

จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 อ้างแถลงการณ์ของสำนักงานกิจการต่างประเทศของจีนในฮ่องกง และ สอท.จีน/สหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจและประณามกรณี กต.สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อ 31 มี.ค.68 อ้าง Hong Kong Policy Act ด้วยการคว่ำบาตร จนท.รัฐ ของจีนและฮ่องกง รวม 6 ราย ในความผิดฐานบ่อนทำลายสิทธิและอำนาจปกครองตนเองของฮ่องกง  สอท.จีน/สหรัฐฯ เรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพข้อเท็จจริงว่าฮ่องกงกำลังเข้าสู่ขั้นตอนของการพัฒนาแล้วจากการคุ้มครองทางกฎหมายที่เข้มงวด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลงทุนและพัฒนาของจีน รวมทั้งเรียกร้องให้ยุติการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง และจีนจะกำหนดมาตรการเพื่อตอบโต้มาตรการของสหรัฐฯ

ปากีสถานขยายเวลาส่งตัวผู้อพยพชาวอัฟกันกลับประเทศถึงช่วงเทศกาล Eid al-Fitr

เว็บไซต์ สนข.The Khamaa Press ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 ว่า ปากีสถานขยายกำหนดการส่งตัวผู้อพยพชาวอัฟกันกลับประเทศ จากเดิม 31 มี.ค.68 เป็นภายใน 10 เม.ย.68 เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล Eid al-Fitr ซึ่งเป็นวันหยุดสำคัญทางศาสนา  เพื่อให้สามารถดำเนินการส่งตัวกลับได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ดี สถานการณ์โดยรวมของผู้อพยพชาวอัฟกันในปากีสถานยังคงตึงเครียดและไม่แน่นอน หลังจากตำรวจปากีสถานควบคุมตัวผู้ลี้ภัยและนักเคลื่อนไหวชาวอัฟกัน เมื่อ 30 มี.ค.68 ทั้งนี้ ปากีสถานยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการจัดการผู้อพยพชาวอัฟกันในช่วงขยายเวลาดังกล่าว ส่งผลให้เกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัย

อิสราเอลยื่นข้อเสนอขยายเวลาหยุดยิงในกาซาเพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกัน

สนข. Reuters และ นสพ. Jerusalem Post รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของ จนท.อิสราเอลว่า อิสราเอลได้ยื่นข้อเสนอไปยังกลุ่มฮะมาสผ่านประเทศผู้ไกล่เกลี่ย (ข้อเสนอของอียิปต์ที่กำหนดให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันจำนวน 5 คน รวมถึงนาย Edan Alexander ตัวประกันที่ถือสัญชาติอิสราเอลและสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการหยุดยิงในฉนวนกาซา) โดยอิสราเอลแก้ไขข้อเสนอดังกล่าวเป็นการขยายเวลาการหยุดยิงประมาณ 40-50 วัน เพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 10 คน รวมถึงนาย Alexander ซึ่งเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของตัวประกันที่คาดว่ายังมีชีวิตอยู่ทั้งหมด 24 คน และการส่งคืนร่างตัวประกันจำนวนครึ่งหนึ่งของจำนวนตัวประกันที่คาดว่าเสียชีวิตแล้วทั้งหมด 35 คน นอกจากนี้ อิสราเอลยังเรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสรายงานข้อมูลและสถานะของตัวประกันที่เหลืออยู่ รวมถึงจะมีการเจรจาเกี่ยวกับสถานการณ์หลังข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดและเงื่อนไขในการยุติสงครามในห้วงการหยุดยิงครั้งใหม่นี้