![]()

สถานการณ์ประเทศรอบบ้านของไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันตกและตะวันออก ได้แก่ เมียนมาและกัมพูชาเป็นเรื่องที่สำคัญที่ทั้งไทยและนานาชาติให้ความสนใจ เพราะนอกจากจะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นโยบายการทูต การค้าชายแดน และความร่วมมือในกรอบอาเซียนแล้วยังเชื่อมโยงกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติด้วย เช่น สแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ การค้าสินค้าผิดกฎหมาย และการข้ามแดนผิดกฎหมาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มจะขยายตัว และสร้างความท้าทายให้ประเทศไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมียนมาประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตก แม้จะไม่มีปัญหากับไทยโดยตรง แต่สถานการณ์ในเมียนมายังคงมีเหตุการณ์ที่อาจทำให้ไทยได้รับผลกระทบ บทความเรื่อง พัฒนาการสำคัญในเมียนมาและความมั่นคงของไทย แบ่งเป็น 2 ตอน ตอนแรก จะเป็นประเด็นการเมือง และความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ รวมทั้งอาเซียน และตอนที่ 2 จะเป็นประเด็นเศรษฐกิจในเมียนมาที่มีผลต่อไทย…….
ขอย้อนไปที่การเมืองเมียนมาที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง 3 รอบ ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2568 และต้นปี 2569 ผลคือ พลเอกอาวุโส มินอองไลง์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลสภาบริหารแห่งชาติของเมียนมาที่ครอบอำนาจทางการเมืองตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2564 ได้กลับไปเป็นผู้นำประเทศอีกครั้ง การเมืองของเมียนมายังมีผู้คุมอำนาจทั้งด้านการบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ แทบจะไม่แตกต่างจากก่อนการเลือกตั้งเลย
แม้ว่าเมียนมาจะตั้งรัฐบาลได้ตั้งแต่ เมษายน 2569 แต่การสืบทอดอำนาจทางการเมืองผ่านกระบวนการเลือกตั้งที่มีข้อจำกัดหลายอย่าง ทำให้บางประเทศยังไม่รับรองหรือยอมรับผลการเลือกตั้ง เพราะมองว่าเป็นการเลือกตั้งไม่ชอบธรรม สำหรับบุคคลสำคัญทางการเมืองและความมั่นคงที่น่าจับตามองในปัจจุบัน นอกจาก พลเอกอาวุโส มินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมาคือ พลเอก เยวินอู ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ของกองทัพเมียนมา และนายตินหม่องซเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
สรุปว่ากระบวนการประชาธิปไตยและการเลือกตั้งในเมียนมายังไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติเป็นส่วนใหญ๋ และยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้ทั้งหมด เพราะยังมีรายงานข่าวการปะทะระหว่างกองทัพเมียนมากับชนกลุ่มน้อย และกลุ่มต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่บริเวณใกล้ชายแดนเมียนมา-ไทย เมียนมา-จีน และเมียนมา-อินเดีย เท่ากับว่า ไม่ว่ารัฐบาลเมียนมาตอนนี้จะมีสถานะชัดเจน แต่ก็ยังเผชิญความท้าทายในการรักษาบรรยากาศ ความมั่นคงทางการเมืองอย่างมาก ความท้าทายนี้อาจไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงผู้นำในทันที แต่มีผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ รวมทั้งจะกระทบกระบวนการเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ประธานาธิบดีมินอองไลง์พยายามจะผลักดันให้มีความคืบหน้าภายในปี 2569
แม้ว่าสถาบันการเมืองจะแข็งแกร่ง แต่รัฐบาลเมียนมาจะเผชิญแรงกดดันและกระแสวิจารณ์จากนานาชาติต่อไป ประเด็นความรุนแรง การปล่อยตัวผู้มีอิทธิพลทางการเมือง และการเคารพสิทธิมนุษยชนยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้นำเมียนมาต้องเดินสายไปต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความร่วมมือกับประเทศที่พร้อมจะสนับสนุนการฟื้นฟูความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจของเมียนมา สำหรับประเทศที่เมียนมาให้ความสำคัญนอกจากไทยและสมาชิกอาเซียน คือ อินเดียและจีน
สิ่งที่ทำให้เชื่อว่าเมียนมาให้ความสำคัญกับอินเดียและจีน เพราะนอกจากจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านเมียนมาแล้ว ผู้นำเมียนมายังเยือนอินเดียและจีน เป็น 2 ประเทศแรกหลังจากการับตำแหน่ง ผลจากการเยือนอินเดีย เมื่อต้นมิถุนายน 2569 เมียนมารับประกันว่าโครงการเส้นทางคมนาคมสำคัญที่อินเดียจะเข้าไปลงทุนจะได้รับการสนับสนุนต่อไป นอกจากนี้ การที่ผู้นำเมียนมาได้รับการต้อนรับอย่างดีจากผู้นำอินเดีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยขนาดใหญ่ เท่ากับเป็นการเสริมสถานะในฐานะผู้นำของเมียนมาที่มาจากการเลือกตั้งเช่นกัน
จากนั้นประธานาธิบดีมินอองไลง์ก็เลือกไปเยือนจีนเป็นอันดับต่อมา เมื่อกลาง มิถุนายน 2569 และผลการเยือนก็เป็นผลดีต่อผู้นำเมียนมา เพราะได้รับการยืนยันจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงว่าจะสนับสนุนอธิปไตยของเมียนมา พร้อมยังอวยพรให้ประสบความสำเร็จในการชนะใจประชาชนอีกด้วย เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับจีน มีความสนใจหลายมิติ เพราะมีรายงานว่าจีนเป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหวของชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ภาคเหนือของเมียนมา และเคยเป็นประเทศตัวกลางจัดการเจรจาระหว่างเมียนมากับชนกลุ่มน้อยเมื่อปี 2568
นอกจากการขยายความสัมพันธ์กับอินเดียและจีนแล้ว เชื่อว่าเมียนมาต้องการกลับเข้าไปมีบทบาทเต็มที่ในกรอบอาเซียนที่มีไทยเป็นสมาชิกด้วยนั่นเอง เห็นได้จากมีการหารือกับสมาชิกอาเซียนอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีข้อจำกัดที่ทำให้ไม่มีความคืบหน้า เพราะอาเซียนต้องการให้เมียนมาปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนเพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองในเมียนมาที่สำคัญคือการให้ผู้แทนพิเศษของอาเซียนได้พบหารือกับแกนนำทางการเมืองทุกฝ่าย ซึ่งดูจะเป็นเงื่อนไขที่เมียนมาไม่สะดวกใจ จึงมีความเป็นไปได้ว่าในการประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2569 ที่ฟิลิปปินส์ อาจจะไม่ได้เห็นประธานาธิบดีมินอองไลง์ เข้าร่วมในฐานะผู้นำเมียนมา
ติดตาม EP.2 พัฒนาการสำคัญในเมียนมาและความมั่นคงของไทยในมุมมองเศรษฐกิจที่ https://intsharing.co







