สหรัฐฯ เตรียมฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ของบริษัท Pfizer ให้กับประชาชน

สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อ 5 ก.ย.64 อ้างคำกล่าวของนายแพทย์แอนโทนี ฟาวชี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อของสหรัฐฯ และที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ว่า องค์การอาหารและยาและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ อาจอนุมัติการฉีดวัคซีน COVID-19 เข็มที่ 3 ของบริษัท Pfizer เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนใน 20 ก.ย.64 ส่วนวัคซีนเข็มที่ 3 ของบริษัท Moderna ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา อนึ่ง สหรัฐฯ ฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับประชาชนครบ 2 เข็มแล้วมากกว่า 95 ล้านคน และจะฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วอย่างน้อย 8 เดือน เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค

อินโดนีเซีย-สหรัฐฯ จะจัดการฝึกซ้อมร่วมทางอากาศเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ

หนังสือพิมพ์Antaranews รายงานเมื่อ 4 ก.ย.64 ว่า กองทัพอากาศอินโดนีเซียและสหรัฐฯ จะจัดการฝึกซ้อมร่วมกันเพื่อเตรียมรับมือภัยพิบัติ ในชื่อการฝึกร่วมทางอากาศนานาชาติ Pacific Airlift Rally 2021 ที่เมือง Mataram บนเกาะลอมบอก อินโดนีเซีย ระหว่าง 6-10 ก.ย.64 โดยจะมีกำลังพลจากกองทัพอากาศอินโดนีเซีย จำนวน 84 นาย เข้าร่วมการสัมมนาและการฝึกเกี่ยวกับความร่วมมือในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การบรรเทาภัยพิบัติ และฝึกเทคนิคการบิน ทั้งนี้ Pacific Airlift Rally เป็นงานสัมมนาด้านอากาศที่จัดขึ้นทุกสองปี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางทหารกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และช่วยพัฒนาศักยภาพในการตอบสนองต่อสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ

บริษัทเลบานอนเพิ่มการลงทุนในกิจการเครือข่ายโทรคมนาคมของเมียนมา

สำนักข่าวBloomberg รายงานเมื่อ 4 ก.ย.64 ว่า M1 Group บริษัทการลงทุนของเลบานอน ประกาศเพิ่มการลงทุนในกิจการเครือข่ายโทรคมนาคมของเมียนมา มูลค่า 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการขยายเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีการส่งข้อมูลด้วยความเร็วผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และการบริการ ในระยะเวลาการลงทุน 3 ปี หลังจากที่ M1 Group ซื้อกิจการเครือข่ายโทรคมนาคมในเมียนมาต่อจากบริษัทโทรคมนาคม Telenor ของนอร์เวย์ เมื่อ ก.ค.64 มูลค่าการซื้อขาย 105 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้ปัจจุบัน M1 Group เป็นหนึ่งในสี่ของผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลัก ของเมียนมา โดยมีผู้ใช้บริการ 19 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 54.7 ล้านคน

ดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ประกาศ Lockdown เนื่องจากสถานการณ์ด้านความมั่นคง

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อ 3 ก.ย.64 ว่า ทางการดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ของอินเดียประกาศ Lockdown และตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมทั้งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเมือง Srinagar ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง เมื่อ 2 ก.ย.64 หลังนาย Syed Ali Shah Geelani (อายุ 91 ปี/2564) อดีตผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนแคชเมียร์เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว เมื่อ 1 ก.ย.64 ที่บ้านพักในเมือง Srinagar ดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ ขณะต้องโทษกักขังในบ้านพัก โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสนธิกำลังตั้งจุดตรวจความมั่นคงรอบพื้นที่ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม เมื่อ 2 ก.ย.64 เนื่องจากผู้ชุมนุมขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ แต่ในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏเหตุก่อการร้ายในพื้นที่

สหรัฐฯ รื้อฟื้นการให้ความช่วยเหลือด้านมุนษยธรรมแก่อัฟกาสถาน

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 3 ก.ย.64 ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ รื้อฟื้นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่อัฟกานิสถาน ผ่านสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (United States Agency for International Development-USAID) มูลค่า 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสหรัฐฯ ระงับความช่วยเหลือดังกล่าวชั่วคราวตั้งแต่ 15 ส.ค.64 เพราะกลุ่มตอลิบันควบคุมอำนาจทางการเมือง ทั้งนี้ ความช่วยเหลือดังกล่าวจะมอบผ่านองค์การระหว่างประเทศที่ดำเนินกิจกรรมอยู่ในพื้นที่ โดยครอบคลุมอาหาร ยารักษาโรค และความช่วยเหลืออื่น ๆ เพื่อบรรเทาวิกฤตเศรษฐกิจในอัฟกานิสถาน ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่า สหรัฐฯ ต้องการทดสอบกลุ่มตอลิบันในการควบคุมความสงบในประเทศให้เอื้อต่อการรับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ที่เตรียมรื้อฟื้นความช่วยเหลือกรอบอื่น ๆ เช่น กองทุนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อบรรเทาทุกข์หลังเกิดภัยพิบัติ มูลค่า 4,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สหรัฐฯ คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอิหร่านที่คุกคามชาวอิหร่านในต่างประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 3 ก.ย.64 ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ คว่ำบาตรนาย Alireza Shahvaroghi Farahani เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองอิหร่านและเครือข่ายอีก 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการข่มขู่คุกคามชาวอิหร่านในต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งผู้สื่อข่าวและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนชาวอิหร่านในสหรัฐฯ พร้อมกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ย้ำว่าจะต่อต้านรัฐบาลที่ข่มขู่คุกคามประชาชนในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศ สันติภาพและความมั่นคง

สร้างเมืองให้โตตามทิศทางด้วย “ภาษีที่ดิน”

ประเทศไทยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งถนน คลองส่งน้ำ ไฟฟ้า การขนส่งระบบราง ทำให้ประชาชนมีโอกาสในการเข้าถึงสาธารณูปโภคได้อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น การลงทุนพัฒนาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางต่างๆ ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้เกิดกิจกรรมของผู้คนที่ต้องปรับตัวตามไปด้วย

ออกเที่ยวแบบใหม่ เที่ยวต่อไปให้ยั่งยืน

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การดำรงชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปในวิถีใหม่ (new normal) เกิดการเปลี่ยนแปลงกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญที่ช่วยกระจายรายได้และสร้างเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ แต่เมื่อเราต้องดำเนินชีวิตด้วยการรักษาระยะห่าง กักตัวอยู่ในบ้าน หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัดและการพบปะ ทำให้วิถีการท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป   เมื่อหลายประเทศไม่สามารถปล่อยให้เศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวเสียหายไปได้มากกว่านี้ จึงมีนโยบายกระตุ้น และเอื้อให้คนสามารถออกมาท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย เช่น การพกหลักฐานแสดงการฉีดวัคซีนก่อนเข้าสถานที่ท่องเที่ยว (vaccine passport) การลงทะเบียนเพื่อติดตามการเดินทาง การกำหนดขอบเขตพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ รวมไปถึงแนวคิดทางการท่องเที่ยวสีเขียว (green tourism) ที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ และแนวคิด building back better ที่ส่งเสริมการปรับตัวหลังจากผ่านสถาการณ์ที่เลวร้าย ถือเป็นการทบทวนสถานการณ์เพื่อวางแผนจัดการการท่องเที่ยวในอนาคตต่อไปให้มีความปลอดภัยและยั่งยืน   แม้การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ ทำให้แหล่งท่องเที่ยว ป่า ภูเขา ทะเล และเกาะ ไร้คนไปเยี่ยมเยียน แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับพบว่า สัตว์น้อยใหญ่ได้กลับมาปรากฏตัวจากที่ไม่เคยได้เห็นมานาน เช่น การพบฉลามหูดำที่เกาะห้อง จังหวัดกระบี่, พบกระรอกบินที่อุทยานภูซาง จังหวัดพะเยา และการพบฝูงพะยูนที่เกาะลิบง จังหวัดตรัง เป็นต้น บ่งชี้ว่า ทั้งสัตว์และพืชกำลังเจริญเติบโต ภายหลังจากที่จำนวนของมนุษย์ที่เข้าไปพื้นที่ลดลง…

สหประชาชาติกำหนดการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนเป็นวาระสำคัญ

ในกันยายน 2564 สหประชาชาติ (United Nations-UN) จะจัดการประชุมสมัชชาใหญ่ในหัวข้อ Food Systems Summit ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เป้าหมายเพื่อผลักดันเรื่องความมั่นคงทางอาหารให้เป็นวาระสำคัญของมนุษยชาติ รวมทั้งเพื่อให้ทั่วโลกให้ความสนใจการเปลี่ยนระบบอาหาร ซึ่งหมายถึงการกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ทั้งการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การจำหน่าย การตลาด การบริโภคและการจำกัดของเสียให้ยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ของ UN ในปี 2573   UN ผลักดันการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารของโลกมาโดยตลอด เพราะการจัดการระบบอาหารที่ดีจะทำให้โลกมีความมั่นคงทางอาหาร ลดขยะจากการผลิตอาหาร และซึ่งนอกจากจะพยายามพูดคุยกับนานาชาติในเรื่องนี้แล้ว UN ยังเชื่อมโยงประเด็น Food Systems กับการพัฒนาเมือง รวมถึงเอาวาระดังกล่าวไปเป็นหัวข้อในการดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ของ UN ด้วย เช่น เมื่อ 12 สิงหาคม 2564 ที่เป็นวันเยาวชนสากล (International Youth Day-IYD) สหประขาชาติก็เอาหัวข้อ Food…

เกาหลีใต้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาขีปนาวุธประสิทธิภาพสูง

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 2 ก.ย.64 อ้างแหล่งข่าวว่า เกาหลีใต้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาขีปนาวุธจากพื้นสู่พื้น สามารถติดหัวรบน้ำหนัก 3 ตัน มีระยะการบิน 350-400 กิโลเมตร ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงเทียบเท่ากับอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี โดยขีปนาวุธดังกล่าวได้รับการออกแบบให้สามารถเจาะอุโมงค์ใต้ดินเพื่อทำลายศูนย์ควบคุมขีปนาวุธในชั้นใต้ดิน และทำลายอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีป (Intercontinental Ballistic Missiles-ICBM) ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เผยแพร่แผนการพัฒนาด้านการป้องกันประเทศห้วงปี 2565-2569 ซึ่งจะใช้งบประมาณ 315.2 ล้านล้านวอน (273,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 ของค่าเฉลี่ยงบประมาณด้านกลาโหม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีปนาวุธที่มีขีดความสามารถทำลายล้างสูง การประจำการระบบป้องกันขีปนาวุธเพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากปืนใหญ่ระยะไกลและเพิ่มขีดความสามารถของระบบต่อต้านขีปนาวุธ Patriot ซึ่งสะท้อนว่า เกาหลีใต้อาจประจำการขีปนาวุธดังกล่าวภายในปี 2569 และต้องทดสอบการยิงหลายครั้งก่อนประจำการ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยกเลิกนโยบายจำกัดการพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีใต้ เมื่อ พ.ค.64 ซึ่งเปิดโอกาสให้เกาหลีใต้สามารถพัฒนาขีปนาวุธทุกชนิด รวมถึง ICBM และขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ (Submarine-Launced Ballistic Missiles-SLBM)