สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อแข่งขันกับจีน

สำนักข่าว The New York Times รายงานเมื่อ 28 มิ.ย.64 ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ทั้งจากพรรครีพับลิกัน และพรรคเดโมแครต เห็นชอบร่างกฎหมายสนับสนุนการพัฒนาและวิจัยวิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของสหรัฐฯ ในการแข่งขันกับจีน โดยเพิ่มงบประมาณการวิจัยแบบดั้งเดิมของมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ เพิ่มจากในปีงบประมาณ 2564 จำนวน 8,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2565 และเพิ่มงบประมาณร้อยละ 7 ทุกปีจนถึงปี 2569 นอกจากนี้ ยังเพิ่มงบประมาณให้สำนักงานวิทยาศาสตร์ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เป็น 8,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างไรก็ดี ยังมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีเนื่องจากวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและการแข่งขันกับจีน ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ต้องการเน้นที่การวิจัยแบบดั้งเดิม เช่น การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น

EU

ประกาศเมื่อ 10 ก.ค.64 บรรลุเป้าหมายในการส่งมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เพื่อฉีดในประชากรวัยผู้ใหญ่ให้กัยประเทศสมาชิกได้ถึงร้อยละ 70 แล้ว

คิวบา

แถลงเมื่อ 9 ก.ค.64 ขึ้นทะเบียนรับรองวัคซีน Abdala ที่พัฒนาขึ้นเอง เพื่อใช้เป็นกรณีฉุกเฉิน ซึ่งวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อ  COVID-19 ร้อยละ 62 เมื่อฉีดครบ 2 โดส

สหรัฐฯ

ประกาศเมื่อ 9 ก.ค.64 จะส่งวัคซีน Moderna ให้อินโดนีเซียจำนวน 3 ล้านโดส และจะเพิ่มความร่วมมือกับอินโดนีเซียเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

ลาว

ระบุเมื่อ 8 ก.ค.64 ประสบปัญหา ร.พ.ในแขวงจำปาสักไม่สามารถรองรับผู้ติดเชื้อ COVID-19 ได้ เนื่องจากมีแรงงานลาวมากกว่าวันละ 100 คน เดินทางกลับจากไทย และส่วนใหญ่ตรวจพบเชื้อ COVID-19

ญี่ปุ่น

ระบุเมื่อ 8 ก.ค.64 จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงโตเกียวเป็นครั้งที่ 4 โดยจะมีผลบังคับใช้ 12 ก.ค.-22 ส.ค.64 ครอบคลุมช่วงการจัดงานกีฬาโตเกียวโอลิมปิก หลังจากผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกรุงโตเกียวเมื่อ 7 ก.ค.64 มีจำนวนสูงสุดในห้วง 2 เดือน

เวียดนาม

ระบุเมื่อ 7 ก.ค.64 จะบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในนครโฮจิมินห์เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่ 9 ก.ค.64 เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในเวียดนาม