เมื่อโรงงานไฟฟ้าสามารถทำได้มากกว่าการผลิตไฟฟ้า

ไฟฟ้าเป็นพลังงานสำคัญที่ไม่ว่าชุมชนแห่งหนไหนก็ต้องการทั้งสิ้น และเราพบว่า ความต้องการไฟฟ้ามีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การผลิตไฟฟ้าต้องมากขึ้นตาม ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าได้หลายวิธีตามแหล่งทรัพยากรที่แตกต่างกัน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ การใช้พลังงานจลน์หรือพลังงานความร้อนสร้างไอน้ำเพื่อปั่นกระแสไฟฟ้า ทรัพยากรต่างๆที่ใช้ในการสร้างกระแสไฟฟ้าก็มีอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ กันไป ทางเลือกในการผลิตที่หลากหลายได้สร้างโอกาสที่จะทำให้เกิดโรงงานผลิตไฟฟ้ากระจายไปอยู่ในสถานที่ต่างๆ ได้มากขึ้น กระจายโอกาสการเข้าถึงไฟฟ้าได้ทั่วถึงมากขึ้น นอกจากจะเป็นแหล่งพลังงานตามท้องถิ่นเพื่อให้มีไฟฟ้าใช้มากขึ้นแล้ว การสร้างโรงไฟฟ้ายังมีผลต่อบริบทพื้นที่รอบข้างอีกด้วย โดยเราจะชวนให้มาทำความรู้จักกับแหล่งผลิตพลังงานที่สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อพื้นที่ 3 ตัวอย่าง ตามนี้… “โรงไฟฟ้าพลังงานหญ้า” กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน มีแนวคิดในการก่อตั้ง โรงงานไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ห่างไกล ชุมชนบนดอยหรือหมู่บ้านกลางทุ่ง ที่การตั้งเสาเดินสายไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่ต้องใช้งบประมาณสูง ชุมชนเหล่านี้ตั้งถิ่นฐานเดิมอยู่ในป่า ทำการเกษตรและหาของป่าเลี้ยงชีพ ใช้พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟหรือโซล่าเซลล์ การใช้ไฟฟ้ายังขาดความเสถียรตามสภาพอากาศของวัน การตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กตามชุมชนจะช่วยให้ชุมชนมีพลังงานไฟฟ้าทางเลือกมากขึ้น และยังเป็นการพลิกฟื้นผืนดินด้วยการปลูกหญ้าเนเปียที่นำใช้ในการหมักเป็นก๊าซสำหรับการสร้างความร้อนในการผลิตกระแสไฟฟ้า หญ้าเนเปียสามารถทำการเพาะปลูกได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลงในการเพาะปลูก ปลอดภัยต่อสัตว์ป่า และทำให้ทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์มากขึ้น “โรงไฟฟ้ากับการประมง” สำหรับประเทศที่หนาวเย็นอย่างประเทศฮังการี น้ำในทะเลสาบที่มีอุณหภูมิต่ำไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำสักเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป สำหรับทะเลสาบโบโกดี (Bokodi tó horgászat) ที่มีการใช้น้ำในทะเลสาบในการหล่อเย็นเครื่องผลิตไฟฟ้า น้ำร้อนที่เหลือจากการผลิตไฟฟ้าจะถูกปล่อยลงทะเลสาบทำให้น้ำในทะเลสาบมีอุณภูมิอุ่นขึ้น 10 องศาเซลเซียส สัตว์น้ำมีขนาดตัวโตมากขึ้นจากพืชน้ำที่เป็นแหล่งอาหารและระยะเวลาในการเจริญเติบโตที่มากขึ้น พ้นฤดูหนาวที่ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง เมื่อระยะเวลาในการกลายเป็นน้ำแข็งลดลงด้วยความอุ่นของน้ำ ระยะเวลาในการเจริญเติบโตของปลาก็จะเพิ่มขึ้นนั่นเอง ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการตกปลา สร้างอาชีพและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง โรงไฟฟ้ากับอาณานิคมต่างดาว เมื่อแนวคิดที่มนุษย์จะออกไปท่องอวกาศกำลังเป็นที่สนใจมากขึ้น…

ความมุ่งหมายของสหรัฐฯ ในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก

สหรัฐฯ ประกาศยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Strategy) ฉบับประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2565 เรียกได้ว่าเป็นฉบับใหม่ล่าสุดที่จะบอกชาวอเมริกันและประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกได้ว่า สหรัฐฯ ต้องการอะไรและจะทำอะไรต่อไปกับภูมิภาคนี้ในห้วง 2 ปีข้างหน้า ทำเนียบขาวประกาศไว้ในยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ มีความมุ่งหมายต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกอยู่อย่างน้อย ๆ 5 ประการ ซึ่งได้แก่ (1) ต้องการให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่ “เปิดกว้างและเสรี” หรือ Free and Open ซึ่งหมายถึงทุกประเทศมีเสรีภาพที่จะเลือกดำเนินนโยบายได้ ตราบใดที่สอดคล้องกับระเบียบและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายทางทะเลและอากาศที่ทำให้ทั่วโลกมีเสรีภาพในการเดินเรือและการบิน นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะส่งเสริมค่านิยมประชาธิปไตย สิทธิพลเรือน และเสรีภาพของสื่อมวลชน ควบคู่กับต่อต้านการคอร์รัปชัน การใช้เครื่องมือด้านเศรษฐกิจข่มขู่คุกคามประเทศอื่น (2) ต้องการให้มีความเชื่อมโยง (connection) ทั้งในระดับรัฐบาลกับรัฐบาล และประชาชนกับประชาชน ผ่านเครือข่ายพันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงอย่างไทย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้และญี่ปุ่น หรือหุ้นส่วนที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย มองโกเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์…

การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านหรือ JCPOA จะไปทางไหน?

“ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน” เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่ทั่วโลกจับตามอง เพราะนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของความพยายามในการไม่แพร่กระจาย (nonproliferation) อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงแล้ว ยังเป็นข้อตกลงที่มีประเทศมหาอำนาจและขั้วอำนาจสำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างอิหร่าน มาเกี่ยวข้องด้วย ประเทศมหาอำนาจ 5 ชาติ ได้แก่ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร กับอิหร่านได้เจรจากันที่เวียนนา ออสเตรีย มากกว่า 8 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ เมษายน 2564 ครั้งล่าสุดเมื่อกลางกุมภาพันธ์ 2565 เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน หรือ Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) โดยมีสหรัฐฯ อดีตสมาชิก JCPOA เข้าร่วมด้วยอย่างไม่เป็นทางการ …การเจรจาดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้ประเทศที่เกี่ยวข้องพูดคุยกันในเรื่องการกลับไปใช้ JCPOA แบบเวอร์ชั่น 2015 หรือข้อตกลงก่อนที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศถอนสหรัฐฯ ออกจาก JCPOA เมื่อปี 2561 ด้วยเหตุผลเพราะต้องการ “ทำข้อตกลงใหม่” กับอิหร่าน (แต่ไม่สำเร็จ) นั่นเอง การกลับไปใช้ JCPOA…

ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐฯ : มรดกของสงครามเย็น และผลสืบเนื่องของระบบโลกแบบขั้วเดียว

หากมองการเมืองโลกเป็นหนังเป็นละคร โดยยกเอาความอาทรต่อชีวิตมนุษย์ที่กำลังเสี่ยงอันตรายออกไปก่อน สถานการณ์ความตึงเครียดที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากสำหรับผู้ที่สนใจศาสตร์ด้านการระหว่างประเทศที่เกิดหลังทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา ด้วยความที่ว่าคนรุ่นนี้เด็กเกินกว่าจะรู้ความในตอนที่สหภาพโซเวียตล่มสลายอันเป็นจุดจบของสงครามเย็นเมื่อปี 2534 จึงไม่มีประสบการณ์ร่วมโดยตรงกับ “สงครามเย็น” แต่ก็โตมากับช่วงรอยต่อที่สงครามเย็นยังไม่สิ้นกลิ่น จึงได้ยินคำว่า “สงครามเย็น” ลอยเข้าหูตั้งแต่เด็กยันโต จากที่เคยมีความสัมพันธ์แบบที่คุ้นเคยแต่ไม่เคยพบหน้า จึงเป็นความตื่นตาตื่นใจกับการได้พบเจอด้วยตนเองและติดตามสถานการณ์เรียลไทม์พร้อมกับคนทั้งโลกเกี่ยวกับความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ที่เป็นมรดกตกทอดจากสงครามเย็น และยังเป็นสถานการณ์ที่ชวนให้สำรวจถึงความพยายามสร้างดุลอำนาจ (balance of power) ของรัสเซีย เพื่อตอบสนองต่อบริบทเชิงโครงสร้างของประเทศหลังสงครามเย็นที่สหรัฐฯ ครอบครองความเป็นเจ้าในระบบโลกแบบขั้วเดียว รากฐานของความขัดแย้งที่มาจากความไม่สบายใจของรัสเซียต่อการแผ่ขยายอิทธิพลของสหรัฐฯ และพันธมิตรในพื้นที่ประเทศอดีตสหภาพโซเวียตซึ่งเป็นเขตอิทธิพลดั้งเดิมของรัสเซีย เห็นได้จากข้อเรียกร้องของรัสเซียที่ต้องการหลักประกันด้านความมั่นคง (security guarantee) ที่สำคัญคือการไม่ให้ NATO รับประเทศอดีตสหภาพโซเวียต (รวมทั้งยูเครน) เข้าเป็นสมาชิก จุดยืนของรัสเซียดังกล่าวชัดเจนมาโดยตลอดนับตั้งแต่เริ่มฟื้นสภาพความเป็นมหาอำนาจขึ้นมาได้ เห็นได้จากที่ประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวเดฟ ประกาศหลักการ 5 ข้อ เมื่อปี 2551 ที่รวมถึงการจะสนใจเป็นพิเศษต่อภูมิภาคนี้ที่เป็นผลประโยชน์พิเศษ (privileged interests) ของรัสเซีย และรัสเซียก็เคยทำสงครามกับประเทศอดีตสหภาพโซเวียตที่เอาใจฝักใฝ่ตะวันตกและอยากเข้าร่วม NATO มาก่อนแล้ว (สงครามรัสเซีย-จอร์เจีย ปี 2551 และการผนวกเอาดินแดนไครเมียของยูเครน ปี 2557)…

อินเดียเริ่มอพยพพลเมืองออกจากยูเครน

สำนักข่าว Times of India รายงานเมื่อ  22 ก.พ.65 ว่า สายการบิน Air India เริ่มอพยพชาวอินเดียที่พำนักอยู่ในยูเครนกลับประเทศเที่ยวบินแรกจำนวน 242 คน และเที่ยวต่อไปใน 24 และ 26 ก.พ.65 พร้อมยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางทางอากาศในห้วง COVID-19 สำหรับสายการบินจากยูเครน เพื่ออำนวยความสะดวกในการอพยพชาวอินเดียกลับประเทศ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ณ กรุงเคียฟ ยังขอให้นักศึกษาและชาวอินเดียเร่งอพยพออกจากยูเครน เนื่องจากสถานการณ์มีความเสี่ยงสูง

นายกญี่ปุ่นย้ำพร้อมประกาศคว่ำบาตรรัสเซียร่วมกับกลุ่มประเทศ G7 หากรัสเซียใช้กำลังบุกยูเครน

สำนักข่าว Japan Times และ NHK รายงานเมื่อ 22 ก.พ.65 โดยอ้างถ้อยแถลงของนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประณามกรณีประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูตินของรัสเซียลงนามเมื่อ 21 ก.พ.65 รับรองความเป็นเอกราชเขตปกครองตนเองโดเนตสค์ (Donetsk People’s Republic-DPR) และเขตปกครองตนเองลูฮานสค์ (Luhansk People’s Republic-LPR) ทางภาคตะวันออกของยูเครน โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของยูเครน และญี่ปุ่นจะติดตามความเคลื่อนไหวของกรณียูเครนอย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำว่าญี่ปุ่นพร้อมประกาศคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียร่วมกับประเทศสมาชิก G7 หากรัสเซียตัดสินใจใช้กำลังทางทหารบุกยูเครน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังร้องขอให้ชาวญี่ปุ่นในยูเครนเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ทันที ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G7 ใน 24 ก.พ.65 และคาดว่าจะแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรณียูเครนอีกครั้ง

ผู้นำเกาหลีใต้เรียกร้องให้เคารพอำนาจอธิปไตยของยูเครนและแก้ไขสถานการณ์อย่างสันติ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 22 ก.พ.65 ว่า ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ ระบุในที่ประชุมสภาความมั่นคง (National Security Council-NSC)ของเกาหลีใต้ เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมแก้ไขสถานการณ์ในยูเครนอย่างสันติ พร้อมเคารพอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้กังวลว่า สถานการณ์ในยูเครนอาจยืดเยื้อ และการขู่คว่ำบาตรรัสเซียของสหรัฐฯ และประเทศตะวันตก อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ เฉพาะอย่างยิ่งต่อภาคพลังงาน ภาคนำเข้าวัตถุดิบสำคัญและธัญพืช และตลาดการเงินระหว่างประเทศ แม้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างเกาหลีใต้กับยูเครนอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งผู้นำเกาหลีใต้สั่งการให้รับมือวิกฤติในยูเครน โดยเตรียมมาตรการคุ้มครองเศรษฐกิจเกาหลีใต้อย่างเร่งด่วน และการรับรองความปลอดภัยของชาวเกาหลีใต้ในยูเครนจำนวน 63 คน (ไม่รวมเจ้าหน้าที่การทูตและผู้พำนักในไครเมีย)

สหรัฐฯ ประณามรัสเซียกรณีรับรองเอกราชในภูมิภาคดอนบาส

เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่ถ้อยแถลงของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 21 ก.พ.65 ระบุว่า สหรัฐฯ ประณามการตัดสินใจของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียที่ยอมรับสถานะของเขตปกครองตนเองโดเนตสค์ (Donetsk People’s Republic-DPR) และเขตปกครองตนเองลูฮานสค์ (Luhansk People’s Republic-LPR) ในภูมิภาคดอนบาสเป็นรัฐอิสระ ซึ่งแสดงถึงการปฏิเสธพันธกรณีของรัสเซียภายใต้ข้อตกลงมินส์ก (Minsk Agreements) และขัดต่อพันธกรณีทางการทูตของรัสเซีย ตลอดจนละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครนอย่างชัดเจน ถือเป็นการตัดสินใจที่ไม่เคารพต่อบรรทัดฐานและกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนจะลงนามคำสั่งผู้บริหาร (Executive Order) ซึ่งจะห้ามชาวอเมริกันเข้าไปลงทุนใหม่ ค้าขาย และสนับสนุนเงินทุนทั้งหมดกับ DPR และ LPR โดยสหรัฐฯ จะประสานงานกับยูเครนและพันธมิตรเพื่อดำเนินการที่เหมาะสมต่อการกระทำของรัสเซีย ทั้งนี้ สหรัฐฯ จะยังคงสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน ตลอดจนรัฐบาลและชาวยูเครนต่อไป

บุก… ไม่บุก ยูเครน (ภาคต่อ ครั้งที่ 1) สหรัฐอเมริกาบอกว่าอีก 2-3 วัน

เล่าเรื่องนี้ ได้อีกหลายครั้งแน่ ๆ เพราะข่าวสารที่เข้ามา ดูเหมือนจะวนกลับไปในจุดเดิมว่า “รัสเซียจะบุกยูเครน” ก็สหรัฐอเมริกาโดยคุณลุงโจ หรือประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ยืนกรานด้วยตนเองเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 อีกครั้งว่า ภายในไม่กี่วันนี้ รัสเซียจะบุกยูเครนแน่ ๆ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาที่ตอนแรกจะไปยุโรปก็ต้องไปชี้แจงกับคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) ก็บอกเช่นนี้ แล้วหลักฐานล่ะ… มีไหม? สหรัฐอเมริกาบอกว่ามี…. ภาพถ่ายดาวเทียมเช่นเคย แถมบอกว่า นอกจากรัสเซียจะไม่ได้ถอนทหารออกจากบริเวณชายแดนเบลารุส ที่นำไปฝึกซ้อมร่วมแล้ว กลับยิ่งเพิ่มจำนวน ยิ่งกว่านั้น เบลารุสบอกว่ารัสเซียไม่ต้องนำทหารและยุทโปกรณ์กลับนะ เอาไว้ที่นี่ก็ได้ หากเสร็จการซ้อมรบในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 เหนื่อยนะ…. จากการตามข้อมูลข่าวสาร ตามที่เคยเล่าไว้ในตอนที่แล้วว่า แยกไม่ค่อยออกว่าข่าวไหนเป็นปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operation-IO) ของฝ่ายไหน แต่ที่เข้มข้นกว่านั้น คือ การตอบโต้ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซียอยู่ในระดับที่สูสีกัน โดยสหรัฐอเมริกาบอกว่า เดี๋ยวจะขับนักการทูตรัสเซียออกจากสหรัฐอเมริกา หลังจากที่รัสเซียขับนักการทูตเบอร์ 2 ออกจากมอสโก…

ทิศทางราคาหุ้น Activision Blizzard (ATVI) ไตรมาส 1 ปี 2565

หุ้น ATVI ของ Activision Blizzard กลายเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันอย่างมากอีกครั้ง หลังข่าวการเข้าลงทุนของ Warren Buffet และบริษัท Microsoft ในมูลค่ากว่า 70,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ราคาสามารถพุ่งขึ้นมามากกว่า 30% จากจุดต่ำสุดของปี 2564 เมื่อช่วงธันวาคม บริเวณราคา $57 มาปิดเหนือ $80 ได้ในช่วงต้นมกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นจังหวะการกลับตัวออกจากตลาดขาลงระยะสั้นที่ค่อนข้างเร็ว (V-shaped recovery) แต่ไม่สามารถผ่านแนวต้านที่บริเวณ $86 ซึ่งเป็นแนวต้านตามแนวอัตราส่วน 61.8% Fibonacci ที่คำนวณจากระยะราคา $103 ถึง $57 ได้ หุ้น ATVI จึงปรับตัวย่อลงมาที่โซน $75-$82 เพื่อสร้างฐานราคาบริเวณแนวรับอัตราส่วน 50% Fibonacci ก่อน โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ขึ้นไปทดสอบแนวต้าน $86 อีกครั้งภายในช่วงกลางมีนาคม ก่อนจบไตรมาสแรกของปี ภาพรวมของหุ้น ATVI ปัจจุบันถือได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากหุ้น…