สิงคโปร์กระชับความร่วมมือกับสหรัฐฯ และลงนามต่ออายุโครงการฝึกอบรมประเทศที่สาม

กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์แถลงเมื่อ 28 ก.ย.64 เกี่ยวกับผลการหารือระหว่างนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ กับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 27 ก.ย.64 โดยทั้งสองฝ่ายย้ำความสัมพันธ์อันดีที่ยาวนาน ในโอกาสจะครบรอบ 55 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมกันนี้เห็นพ้องการยกระดับความร่วมมือทั้งด้านกลาโหม เศรษฐกิจ ความมั่นคง และยินดีที่จะขยายความร่วมมืออื่น ๆ อาทิ ความมั่นคงทางไซเบอร์ ด้านห่วงโซ่อุปทาน การเติบโตด้านนวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และอวกาศ ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยนายบาลากริชนันยินดีที่สหรัฐฯ ให้คำมั่นจะกระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคและอาเซียน รวมถึงคาดหวังว่านายบลิงเคนจะเยือนสิงคโปร์ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายลงนามต่ออายุบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding-MOU) โครงการฝึกอบรมประเทศที่สามระหว่างสหรัฐฯ–สิงคโปร์ (Singapore-US Third Country Training Program-TCTP) ซึ่งนับเป็นการต่ออายุครั้งที่ 4  และสะท้อนถึงความสำเร็จการเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งโครงการ TCTP มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 1,500 คน และมีการอบรมมากกว่า…

กระทรวงสาธารณสุขลาว ส่งมอบรถพยาบาล 50 คัน ให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

เว็บไซต์สำนักข่าวLaotian Times รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่ากระทรวงสาธารณสุขลาว ส่งมอบรถพยาบาลจำนวน 50 คันซึ่งจัดซื้อจากเงินกู้ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank-ADB) ให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ 11 แขวง รวมถึงนครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 27 ก.ย.64 โดยนายสะหนอง ทองซะนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขลาว ระบุว่า รถพยาบาลทั้งหมดจะใช้ในการขนส่งผู้ป่วยทั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และผู้ป่วยในกรณีอื่น ๆ เนื่องจากที่ผ่านมาลาวประสบปัญหาการขนส่งผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล เพราะขาดแคลนรถพยาบาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น มีรายงานด้วยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะจัดหารถพยาบาลจำนวน 81 คัน ให้กับกระทรวงสาธารณสุขลาว เพื่อแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพทั่วประเทศ

ลาวรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์จากไทยเพื่อใช้รับมือการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่ รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่า นายบุนสะเถียน พมมะแสน หัวหน้าแผนกเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขลาว รับมอบความช่วยเหลือเครื่องมือทางการแพทย์ 9 รายการ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 47 รายการ จากรัฐบาลไทย ผ่านกรมความร่วมมือระหว่างประเทศกระทรวงการต่างประเทศไทย เมื่อ 27 ก.ย.64 ที่ด่านสากลสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 1 นครหลวงเวียงจันทน์ โดยความช่วยเหลือดังกล่าวรวมมูลค่า 4,694,926 บาท ซึ่งจะส่งมอบต่อให้กับโรงพยาบาลเมืองโพนโฮง แขวงเวียงจันทน์ เพื่อใช้รักษาพยาบาล และรับมือการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทวิภาคีลาว-ไทย ครบรอบ 70 ปี

โครงการรถไฟลาว-จีน เริ่มจ่ายไฟฟ้าให้กับระบบราง

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 27 ก.ย.64 ว่า โครงการรถไฟลาว-จีน ได้เปิดดำเนินการสถานีไฟฟ้าขับเคลื่อน (traction substation) 10 แห่ง ตามแนวเส้นทางรถไฟลาว-จีน ในพื้นที่ 5 แขวงของลาว ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงเวียงจันทน์ แขวงหลวงพระบาง แขวงอุดมไซ และแขวงหลวงน้ำทา ภายใต้การรับผิดชอบของ บริษัทLaos-China Power Investment Company (LCPC) เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับรางรถไฟผ่านสายไฟฟ้าขนาด 115 กิโลโวลต์ ระยะทาง 257 กิโลเมตร โดยสถานีไฟฟ้าขับเคลื่อนดังกล่าวได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายไฟฟ้าของลาว ทั้งนี้ โครงการรถไฟลาว-จีน จะเปิดดำเนินการใน 2 ธ.ค.64 (วันชาติลาว)

บริษัทเฟซบุ๊กเห็นด้วยกับกฎหมายต่อต้านการแทรกแซงจากต่างชาติของสิงคโปร์ แต่ยังเป็นแนวคิดที่กว้างมาก

นาย Nathaniel Gleicher หัวหน้าฝ่ายนโยบายความปลอดภัยทางไซเบอร์ของบริษัทเฟซบุ๊กเปิดเผยเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่า กรณีสิงคโปร์เสนอยกร่างกฎหมายต่อต้านการแทรกแซงจากต่างชาติ ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลสั่งบริษัทสื่อสังคมออนไลน์เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้อินเทอร์เน็ต รวมถึงลบเนื้อหาและขัดขวางการใช้บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่มีลักษณะเป็นภัยของประเทศ บริษัทเฟซบุ๊กยืนยันมีเป้าหมายสอดคล้องกับรัฐบาลสิงคโปร์ที่ไม่ต้องการดให้ต่างชาติแทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่นด้วยการใช้แพลตฟอร์มของบริษัทเฟซบุ๊กในการขยายอิทธิพล ทั้งนี้ สิงคโปร์นับเป็นประเทศแรกที่จะบัญญัติกฎหมายเพื่อจัดการกับความท้าทายดังกล่าว โดยบริษัทเฟซบุ๊กจะต้องระมัดระวังถึงหลักการปฏิบัติ เพื่อไม่ให้กระทบความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน รวมถึงเพื่อรักษาเสรีภาพในการแสดงออกและความปลอดภัย อย่างไรก็ดี นาย Gleicher เห็นว่า การบัญญัติกฎหมายที่กล่าวถึงการห้ามแทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่นเป็นแนวคิดที่กว้างมาก เนื่องจากเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะระหว่างการปฏิบัติการที่มีเป้าหมายแอบแฝงกับการทำเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งบริษัทเฟซบุ๊กคาดหวังว่าจะสามารถหาแนวทางร่วมมือกับสิงคโปร์ในประเด็นดังกล่าวได้ และเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของกฎหมายทั่วโลก อีกทั้งคาดหวังว่าสิงคโปร์จะรักษาสมดุลการปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน

อินโดนีเซียอนุญาตให้มีการทำธุรกรรมเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล

เว็บไซต์ AMBcrypto รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 อ้างการแถลงของนายมูฮัมหมัด ลุธฟี รัฐมนตรีว่าการการค้าอินโดนีเซีย ว่า รัฐบาลอินโดนีเซียจะไม่ห้ามทำกิจกรรมการเงินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิตอล (cryptocurrencies) เหมือนเช่นรัฐบาลจีน แต่จะยกระดับกฎระเบียบให้เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำสกุลเงินดิจิตอลไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย โดยปัจจุบัน อินโดนีเซียอนุญาตให้เหรียญคริปโต เช่น บิตคอยน์ อีเธอเรียม หรือโดชคอยน์ เป็นสินทรัพย์หรือสินค้าโภคภัณฑ์ และอนุญาตให้ประชาชนซื้อขายได้ แต่ยังไม่อนุญาตให้ใช้ คริปโตเป็นเครื่องมือการชำระเงิน ทั้งนี้ การค้าสกุลเงินดิจิทัลในอินโดนีเซียเติบโตอย่างมากในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณธุรกรรมห้วงปี 2563 สูงถึง 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคณะกรรมการกำกับดูแลตลาดซื้อขาย ล่วงหน้า (Bappebti) ระบุว่า การทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิตอลโดยรวมในตลาด 13 แห่งที่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการในอินโดนีเซียขยายตัวถึงร้อยละ 40 คิดเป็นมูลค่า 370 ล้านล้านรูเปียะฮ์ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 และจำนวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิตอลเพิ่มขึ้นเป็น 6.5 ล้านคนเมื่อ พ.ค.64 จาก 4 ล้านคนเมื่อปลายปี 2563

กัมพูชาส่งมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้ลาว 200,000 โดส

สำนักข่าวAKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่า นายอุจ โบฤทธิ์ รัฐมนตรีติดตามนายกรัฐมนตรีฮุน เซน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา และนายบุนแฝง พูมมะไลสิด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาว เข้าร่วมพิธีส่งมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท Sinovac จากกัมพูชาให้ลาว จำนวน 200,000 โดส ณ จุดผ่านแดนถาวรตรอเปียงเกรียล จังหวัดสตึงเตรง กัมพูชา-ด่านสากลหนองนกเขียน แขวงจำปาสัก ลาว โดยนายบุนแฝง พูมมะไลสิด กล่าวขอบคุณรัฐบาลและประชาชนกัมพูชาที่ส่งมอบวัคซีนครั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อ 27 ก.ย.64 นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ส่งจดหมายถึงนายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรีลาว เกี่ยวกับการส่งมอบวัคซีนจำนวนดังกล่าวว่า กัมพูชาต้องการส่งมอบความช่วยเหลือแก่ลาวเพื่อรับมือกับโรค COVID-19 ในฐานะมิตรประเทศใกล้ชิด

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เริ่มโครงการ Enterprise Data Strategy เพื่อรวบรวมและใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 27ก.ย.64 ประกาศโครงการ Enterprise Data Strategy (EDS) เป้าหมายเพื่อให้มั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และเป็นแหล่งรวบรวม บริหารจัดการ และวิเคราะห์ข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อใช้ประกอบการกำหนดนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันเวลา ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เริ่มดำเนินโครงการ EDS เป็นครั้งแรก เนื่องจากตระหนักว่าปัจจุบันข้อมูลเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการทูต โดย EDS จะมีระยะเวลาโครงการ 3 ปี มี Enterprise Data Council เป็นผู้ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งจะมีกิจกรรมครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) และการทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (Machine Learning-ML)

FBI เปิดเผยว่าการฆาตกรรมในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเมื่อปี 2563

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 อ้างสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (Federal Bureau of Investigation-FBI) ว่า อัตราการฆาตกรรมในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.4 เมื่อปี 2563 ส่วนใหญ่เป็นการใช้อาวุธปืน ทั้งนี้ FBI ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้การฆาตกรรมเพิ่มขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม หลังกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังหารนายจอร์จ ฟรอยด์เมื่อปี 2563 ที่ทำให้ชาวอเมริกันไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น และการครอบครองอาวุธปืนที่เพิ่มขึ้นในห้วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั้งนี้ สื่อคาดว่าข้อมูลของ FBI จะทำให้เกิดกระแสวิจารณ์กฎหมายครอบครองอาวุธปืนในสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็เป็นประเด็นน่าห่วงกังวลเพราะสหรัฐฯ เผชิญความท้าทายในการรับเจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่ เนื่องจากการปรับกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งทำให้สหรัฐฯ มี แนวโน้มจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจน้อยลง ขณะที่อาชญากรรมจากความรุนแรงมีแนวโน้มสูงขึ้น

OCHA ประเมินว่ามีชาวเมียนมา 3 ล้านคน ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

สำนักข่าวANI News รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 อ้างแถลงของสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office for the Coordination of Humanitarian Affairs-OCHA) ว่า มีชาวเมียนมาประมาณ 3 ล้านคน ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จากเดิมที่มีประมาณ 1 ล้านคน และเพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านคน นับตั้งแต่กองทัพเมียนมายึดอำนาจ (เมื่อ 1 ก.พ.64) โดยเฉพาะประชาชนในเขตเมือง เช่น ภาคย่างกุ้งและภาคมัณฑะเลย์ ขณะที่ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (Internally displaced person-IDP) มีจำนวน 220,000 คน ส่วนใหญ่อยู่บริเวณพื้นที่ชายแดนด้านอินเดียและไทย ซึ่งเผชิญการสู้รบรุนแรงระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยและกองกำลังป้องกันประชาชน (The People’s Defense Froce-PDF)