อิสราเอลจะถอนตัวจากการเป็นผู้สังเกตการณ์ UNHRC ทั่วโลกเรียกร้องการแก้ไขปัญหาแบบสองรัฐ

รมว.กต.อิสราเอลประกาศเมื่อ 5 ก.พ.68 ว่า อิสราเอลจะถอนตัวจากการเป็นผู้สังเกตการณ์ความร่วมมือในกรอบคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council: UNHRC) เนื่องจากเห็นว่า UNHRC มีนโยบายเลือกปฏิบัติและเกลียดชังชาวยิว รวมทั้งมุ่งโจมตีอิสราเอลอย่างชัดเจน ที่เห็นได้ชัด คือ UNHRC มีมติประณามนโยบายของอิสราเอลมากกว่า 100 ครั้ง มากกว่าเกาหลีเหนือ คิวบา และอิหร่าน ทั้งที่อิสราเอลเป็นประชาธิปไตย อิสราเอลจึงจะไม่ยอมรับการเลือกปฏิบัติดังกล่าวอีกต่อไป

ผู้นำอิสราเอลเยือนสหรัฐฯ กลุ่มฮะมาสพร้อมเจรจาข้อตกลงระยะที่ 2

สมาชิกกลุ่มฮะมาสเปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อ 4 ก.พ.68 ว่า กลุ่มพร้อมเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 กับอิสราเอล โดยได้แจ้งให้ผู้ประสานงานรับทราบแล้วระหว่างการประชุมที่กรุงไคโร อียิปต์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 1 ดำเนินการมาตั้งแต่ 19 ม.ค.68 และมีความคืบหน้าการแลกเปลี่ยนตัวประกันระหว่างกัน โดยตามข้อตกลงระยะที่ 1 กลุ่มฮะมาสจะต้องปล่อยตัวประกัน 33 คน แลกกับนักโทษปาเลสไตน์กับอิสราเอล และการเปิดพื้นที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม   นานาชาติคาดหวังให้มีการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 เพื่อขยายเวลาสันติภาพในภูมิภาคคะวันออกกลาง แต่วิตกว่ารัฐบาลอิสราเอลจะไม่ต่ออายุข้อตกลง เนื่องจากนักการเมืองกลุ่มอนุรักษ์นิยมในอิสราเอลกดดันให้รัฐบาลทำสงครามต่อไปทันที เพื่อกวาดล้างกลุ่มฮะมาสไม่ให้สามารถเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลได้อีก และหาโอกาสผนวกดินแดนของชาวปาเลสไตน์บางส่วน เพื่อความมั่นคงในระยะยาว นอกจากนี้ กรณีที่ผู้นำอิสราเอลประกาศว่าจะเลื่อนการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 ออกไปก่อน ยิ่งทำให้นานาชาติกังวลว่าอิสราเอลจะปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาอีกครั้ง

การแลกเปลี่ยนตัวประกันมีความคืบหน้าและอิสราเอลเปิดพรมแดนเชื่อมฉนวนกาซากับอียิปต์

อิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสมีความคืบหน้าแลกเปลี่ยนตัวประกันกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ โดยมีรายงานเมื่อ 2 ก.พ.68 ว่า กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกัน 3 คน แลกตัวกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ 183 คน ขณะเดียวกันมีรายงานพบศพผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้นจากซากอาคารในพื้นที่ เป็นผลจากการทำสงครามนาน 15 เดือน นอกจากนี้ อิสราเอลเปิดพื้นที่ Rafah ให้ชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับบาดเจ็บและเด็ก เดินทางออกจากฉนวนกาซาไปรักษาตัวที่อียิปต์ เป็นการเปิดพื้นที่นี้ครั้งแรกในรอบ 9 เดือน โดยหน่วยงานด้านสาธารณสุขของปาเลสไตน์ระบุว่า มีผู้ป่วยมากกว่า 6,000 คนพร้อมเดินทางออกจากฉนวนกาซาเพื่อรับการรักษา และมีผู้ป่วยอีกมากกว่า 12,000 คนที่ต้องการการดูแลเร่งด่วน

ชาวปาเลสไตน์ไม่ย้ายออกจากฉนวนกาซาตามข้อเสนอของผู้นำสหรัฐฯ

หน่วยงานบริหารปาเลสไตน์ (PA) และชาวปาเลสไตน์เมื่อ 26 ม.ค.68 คัดค้านและไม่พอใจข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เสนอให้ชาวปาเลสไตน์ย้ายออกจากฉนวนกาซาไปอยู่ในอียิปต์และจอร์แดน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบันและฟื้นฟูฉนวนกาซา พร้อมกับแนะนำให้รัฐบาลจอร์แดนและอียิปต์พิจารณารับผู้อพยพชาวปาเลสไตน์ ทั้งในรูปแบบอยู่ถาวรและชั่วคราว PA ระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความต้องการของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาที่ต้องการอาศัยอยู่ในพื้นที่เดิม ชาวปาเลสไตน์จะไม่มีวันยอมรับ และไม่มีวันย้ายออกจากมาตุภูมิ พร้อมกันนี้ PA เสนอให้ผู้นำสหรัฐฯ มีส่วนร่วมในการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส และกดดันอิสราเอลให้ถอนทหารออกจากพื้นที่ทั้งหมด ตลอดจนสนับสนุนให้ PA เป็นองค์กรปกครองและการเมือหลักในฉนวนกาซาต่อไป

นักการเมืองอิสราเอลเตรียมจัดการรณรงค์ให้ยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง

สื่ออิสราเอลรายงานเมื่อ 22 ม.ค.68 ว่า นาย Bezalel Smotrich รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอิสราเอลจัดประชุมลับ เพื่อเตรียมการรณรงค์เรียกร้องให้ยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮะมาส ทันทีหลังจากเสร็จสิ้นการแลกเปลี่ยนตัวประกัน โดยนาย Bezalel Smotrich ได้รับการสนับสนุนจากชาวอิสราเอลที่ได้รับความสูญเสียจากสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 15 เดือน รวมทั้งบุคคลที่คัดค้านการทำข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮะมาส สำหรับแผนการรณรงค์จะประกอบด้วยการกระตุ้นให้สาธารณะและนานาชาติเห็นด้วยกับการยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง

อิสราเอลยังโจมตีเขตเวสต์แบงก์ ขณะที่เวที WEF มีประเด็อิสราเอล-ปาเลสไตน์

อิสราเอลและกลุ่มฮะมาสยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง เพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกันและให้คาวมช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา ใน 22 ม.ค.68 แต่ยังมีปฏิบัติการทหาร “Operation Iron Wall” ที่เป็นอันตรายต่อชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะการโจมตีค่าผู้อพยพ Jenin ในเขตเวสต์แบงก์ ที่อิสราเอลอ้างว่ามีสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายเคลื่อนไหวอยู่ ล่าสุดการปฏิบัติการลาดตระเวนปราบปรามในเขตเวสต์แบงก์ ทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้งมีการจับกุมชาวปาเลสไตน์ไปมากกว่า 60 คน อิสราเอลใช้ปฏิบัติการทางทหารหลากหลายรูปแบบในการลาดตระเวนครั้งนี้ ได้แก่ ส่งกองทัพเข้าไป ร่วมกับการโจมตีทางอากาศด้วยโดรนและ อ.ติดอาวุธ เป็นอุปสรรคต่อการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์

อิสราเอลและกลุ่มฮะมาสปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

อิสราเอลและกลุ่มฮะมาสปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อ 19 ม.ค.68 โดยทยอยแลกเปลี่ยนตัวประกันกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันในฉนวนกาซาจำนวน 3 คน จากทั้งหมด 99 คน และจะปล่อยตัวอีก 30 คน ตามข้อตกลงระยะแรกที่จะใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ด้านอิสราเอลปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวน 90 คน จากเรือนจำและสถานควบคุม ทั้งหมดเป็นสตรีและวัยรุ่น ขณะเดียวกัน องค์กรรระหว่างประเทศเร่งระดมความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในฉนวนกาซา โดยจะส่งรถบรรทุกอาหารจำนวนอย่างน้อย 150 คัน/วัน เข้าไปในพื้นที่เพื่อแจกจ่ายให้ชาวปาเลสไตน์ เพื่อบรรเทาวิกฤตอดอยาก

ผู้นำอิสราเอลตอบรับข้อตกลงปล่อยตัวประกัน แต่ยังคงโจมตีต่อเนื่อง

นรม.เบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลเมื่อ 17 ม.ค.68 ประกาศว่าอิสราเอลตอบรับข้อตกลงปล่อยตัวประกันที่อยู่ในฉนวนกาซาบางส่วน แลกกับการปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ในการควบคุมของอิสราเอล โดยคณะรัฐมนตรีอิสราเอลจะลงมติรับรองข้อตกลงดังกล่าวในวันเดียวกัน เพื่อให้มีผลบังคับใช้ใน 19 ม.ค.68 เพื่อพาตัวประกันทั้งหมดกลับมา ไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้วก็ตาม ทั้งนี้ ท่าทีของ นรม.เนทันยาฮูมีขึ้นหลังจากที่นานาชาติกังวลว่าอิสราเอลจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่เป็นผลจากการเจรจาร่วมกับกาตาร์ อียิปต์ และสหรัฐฯ

อิสราเอลยื้อเวลาการทำข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวขณะเดียวกันก็โจมตีฉนวนกาซา

กองทัพอิสราเอลโจมตีในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่องเมื่อ 16 ม.ค. 68 แม้สื่อต่างประเทศรายงานว่าอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างกันแล้ว โดยเป็นผลงานการเจรจาของกาตาร์ อียิปต์ และสหรัฐฯ กับคู่ขัดแย้ง ซึ่งจะเริ่มหยุดยิงใน 19 ม.ค.68 เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนตัวประกัน อย่างไรก็ตาม นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลยังไม่ตอบรับหรือให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว และมีข่าวสารว่า คณะรัฐมนตรีอิสราเอลเลื่อนกำหนดการลงมติรับรองข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว เนื่องจากกลุ่มฮะมาสไม่ยอมรับเงื่อนไขบางส่วนในข้อตกลง ทำให้อิสราเอลยังเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีอิสราเอลจะลงมติรับรอง

ผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ชุมนุมประท้วงการโจมตีในฉนวนกาซา อิสราเอลส่ง จนท.ร่วมเจรจาหยุดยิง

มีรายงานเมื่อ 12 มกราคม 2568 ว่าประชาชนในยุโรปหลายประเทศ เช่น สวีเดน ไอร์แลนด์ ออสเตรีย รวมตัวกันชุมนุมประท้วงเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ และคัดค้านกรณีอิสราเอลปฏิบัติการทางทหารโจมตีโรงเรียนและโรงพยาบาลในฉนวนกาซา นอกจากนี้ มีรายงานการชุมนุมประท้วงปกป้องสิทธิชาวปาเลสไตน์ และต่อต้านการปฏิบัติการของอิสราเอลในหลายพื้นที่ เช่น ผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ในแคนาดารวมตัวกันเรียกร้องให้อิสราเอลปล่อยตัวนายแพทย์ Kamal Adwan ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่กองทัพอิสราเอลควบคุมตัวไว้เนื่องจากเชื่อว่าสนับสนุนกลุ่มฮะมาส และกลุ่ม Palestine Solidarity Campaign เตรียมตัวจัดการชุมนุมประท้วงเรียกร้องการปกป้องสิทธิชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ใน 18 มกราคม 2568 ที่บริเวณสุเหร่าของชาวยิว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอให้กลุ่ม Palestine Solidarity Campaign ย้ายที่ชุมนุมแล้ว เพื่อรักษาความสงบและความปลอดภัยของชุมชนชาวยิวในบริเวณดังกล่าว