สหรัฐฯ ปรับนโยบายรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนให้รวดเร็วขึ้น

สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อ 22 เม.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ประกาศโครงการ “Uniting for Ukraine” เมื่อ 21 เม.ย.65 ยกระดับกระบวนการรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนเข้าสหรัฐฯ ให้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ด้วยการอำนวยความสะดวกกระบวนการเข้าเมือง เปิดโครงการรับผู้ลี้ภัยเข้าสหรัฐฯ ในยุโรป และเปิดโอกาสให้ชาวอเมริกันและองค์กรไม่แสวงกำไรสมัครเป็นผู้ให้การสนับสนุนชาวยูเครนด้วย ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีไบเดนให้คำมั่นจะรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนจำนวน 100,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากการรุกรานของรัสเซีย อย่างไรก็ดี กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security-DHS) ระบุว่า สหรัฐฯ จะไม่รับผู้อพยพชาวยูเครนที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ผ่านพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก โดยย้ำว่าจะไม่อนุญาตให้ผู้อพยพชาวยูเครนที่ตกค้างบริเวณชายแดนเม็กซิโกที่ไม่มีหนังสือตรวจลงตรา หรือไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางมายังสหรัฐฯ ล่วงหน้า เดินทางเข้ามายังสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมายผ่านโครงการ Uniting for Ukraine

สหรัฐฯ รับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนจากบริเวณชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกเพิ่มขึ้น

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 10 เม.ย.65 ว่า สหรัฐฯ รับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนที่ต้องการเดินทางจากเมือง Tijuana ของเม็กซิโกไปเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่รับได้ประมาณ 600 คนต่อวัน โดยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหรัฐฯ และเม็กซิโกร่วมกันอำนวยความสะดวกและดูแลชาวยูเครนในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันมีชาวยูเครนจำนวนมากรอเดินทางเข้าสหรัฐฯ จากเม็กซิโก หลังจากผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเมื่อปลาย มี.ค.65 ว่าจะรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครน 100,000 คน เพื่อบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมจากสถานการณ์การสู้รบในยูเครน

UNHCR ระบุผู้ลี้ภัยจากวิกฤตยูเครนเพิ่มขึ้นถึง 4,000,000 ราย

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees – UNHCR) ระบุเมื่อ 30 มี.ค.65 วิตกกับวิกฤตความรุนแรงในยูเครนที่ทำให้จำนวนผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นถึง 4,000,000 ราย สูงกว่าที่คาดการณ์เมื่อเริ่มสงคราม และเป็นวิกฤตผู้ลี้ภัยที่รุนแรงที่สุดของยุโรปตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยผู้ลี้ภัยเดินทางไปยังโปแลนด์มากที่สุดกว่า 2,300,000 ราย โรมาเนีย 608,000 ราย มอลโดวา 387,000 ราย และฮังการี 364,000 ราย ขณะที่ผู้ลี้ภัยบางรายเดินทางกลับยูเครนเพื่อเข้าร่วมการป้องกันประเทศ หรือดูแลญาติ ทั้งนี้ UNHCR ยืนยันว่ายังคงให้ความช่วยเหลือประชาชนยูเครนอย่างต่อเนื่อง อาทิ ให้ความคุ้มครองความปลอดภัย บริการที่พักฉุกเฉิน ให้ความช่วยเหลือด้านเงินสด และสิ่งของบรรเทาทุกข์

เดนมาร์กปฏิเสธการเป็นประเทศทางผ่านสำหรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครน

ตำรวจตระเวนชายแดน เมือง Jutland ของเดนมาร์ก ออกแถลงการณ์เมื่อ 15 มี.ค.65 ไม่อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนที่ลี้ภัยในเยอรมนีและต้องการเดินทางไปสวีเดนและนอร์เวย์ ใช้เดนมาร์กเป็นทางผ่าน โดยเดนมาร์กดำเนินการส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวยูเครนกลับไปยังเยอรมนีแล้วอย่างน้อย 250 ราย พร้อมทั้งยืนยันว่าเดนมาร์กจะเปิดรับเฉพาะผู้ลี้ภัยที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งความประสงค์ขอลี้ภัยอย่างถูกต้องเท่านั้น เนื่องจากการอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยใช้เดนมาร์กเป็นประเทศทางผ่านจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคง ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเมินว่ามีจำนวนผู้ลี้ภัยจากยูเครนแล้วอย่างน้อย 3 ล้านคน

สหราชอาณาจักรสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวยูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า สหราชอาณาจักรประกาศแผน Homes for Ukraine หรือบ้านเพื่อชาวยูเครนที่ต้องการลี้ภัยมายังสหราชอาณาจักร แม้จะไม่มีครอบครัวหรือญาติอาศัยอยู่ก่อน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายมูลค่า 350 ปอนด์สเตอริง/เดือน (ประมาณ 15,230 บาท) ให้กับครัวเรือนที่สามารถให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งผู้ที่จะให้ที่พักพิงจะต้องแสดงหลักฐานยืนยันว่าที่พักได้ตามมาตรฐานและผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเมินว่ามีจำนวนผู้ลี้ภัยจากยูเครนแล้วอย่างน้อย 4 ล้านคน