การร่วมรบในยูเครนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายสิงคโปร์

กระทรวงมหาดไทยของสิงคโปร์ แถลงเมื่อ 10 มี.ค.65 ว่า แม้ว่าสิงคโปร์จะมีจุดยืนชัดเจนในการประณามรัสเซียกรณีบุกยูเครน แต่การที่บุคคลใดที่พำนักในสิงคโปร์เดินทางไปรบ พยายามเข้าร่วมการรบ หรือยุยงให้บุคคลอื่นเข้าร่วมการรบกับต่างชาติซึ่งสิงคโปร์ไม่ได้เป็นคู่สงครามนั้นเป็นความผิดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายของสิงคโปร์ ซึ่งหมายความรวมถึงพลเมืองสิงคโปร์ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ทั้งนี้ สิงคโปร์แนะนำให้ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือชาวยูเครนให้สนับสนุนผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การบริจาคผ่านกาชาดสิงคโปร์

นายกรัฐมนตรีอินเดียหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีรัสเซีย

กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 7 มี.ค.65 ว่า นายนเรนทรา โมดิ นายกรัฐมนตรีของอินเดีย หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ประเด็นสถานการณ์ปัจจุบันในยูเครน โดยประธานาธิบดีปูตินสรุปผลการเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครน และมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการอพยพพลเรือนออกจากพื้นที่สู้รบให้นายกรัฐมนตรีของอินเดียทราบ ขณะที่นายกรัฐมนตรีของอินเดียแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งทำให้เกิดวิกฤตทางมนุษยธรรม และความปลอดภัยของนักศึกษาอินเดียที่ยังติดค้างในเมือง Sumy ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงทันที และย้ำถึงจุดยืนของอินเดียให้คู่ขัดแย้งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธีด้วยการเจรจา

จีนจะส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้ยูเครน

นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและมนตรีแห่งรัฐของจีน แถลงต่อสื่อ นอกรอบการประชุมประจำปีสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) เมื่อ 7 มี.ค.65 ว่า สภากาชาดจีนจะส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้ยูเครนโดยเร็วที่สุด และเห็นว่าสถานการณ์ในยูเครนปัจจุบันมีความซับซ้อนที่ต้องใช้สติปัญญา การมีเหตุมีผล และความรอบคอบในการแก้ไขปัญหามากกว่าการยุยงให้สถานการณ์รุนแรงยิ่งขึ้น โดยจีนเสนอความริเริ่ม 6 ประการเกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครน ได้แก่ 1) การเคารพหลักการของความยุติธรรมและความเป็นกลาง 2) ให้ความสำคัญกับผู้ไร้ที่พักในยูเครน 3) ปกป้องพลเรือนเพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรม 4) สร้างหลักประกันให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นไปอย่างราบรื่น 5) รับรองความปลอดภัยของชาวต่างชาติในยูเครน และ 6) สนับสนุนให้สหประชาชาติประสานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครน อีกทั้งย้ำว่าวิกฤตยูเครนกับประเด็นไต้หวันมีบริบทที่แตกต่างกันและไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้

ยูเครนรับสมัครกำลังพลอาสาสมัครนานาชาติเพื่อปกป้องดินแดนยูเครน

เว็บไซต์ทำเนียบ ปธน.ยูเครน ระบุเมื่อ 5 มี.ค.65 เตรียมเปิดเว็บไซต์ fightforua.org ซึ่งจะมีข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าร่วมกำลังพลอาสาสมัครนานาชาติเพื่อปกป้องดินแดนยูเครน (International Legion of Territorial Defense of Ukraine)

“No good options” จุดยืนที่เลือกไม่ได้ของอินเดียในสหประชาชาติว่าด้วยปัญหารัสเซีย-ยูเครน

นับตั้งแต่เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน จนนำมาซึ่งการยกกำลังทางทหารจำนวนมากเข้าไปในยูเครนของรัสเซีย แต่ละประเทศต่างมีท่าทีต่อกรณีดังกล่าวที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการประณามการกระทำของรัสเซีย ที่จนถึงวันนี้หลายประเทศใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญยังคงเลือกที่จะงดออกเสียง โดยเฉพาะจีน และอินเดีย อินเดียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากถูกคาดหวังอย่างมากจากนานาชาติว่าจะแสดงบทบาทต่อเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะชาติตะวันตกที่ต้องการให้อินเดียมีจุดยืนกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามตลอดการลงมติในเวทีสหประชาชาติ ทั้งในคณะมนตรีความมั่นคง และสมัชชาใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการประณามหรือกดดันให้รัสเซียถอนทหารออกจากยูเครนนั้น อินเดียกลับตัดสินใจโหวต “งดออกเสียง” ทุกครั้ง จนหลายฝ่ายมองว่าอินเดียนั้นอาจเลือกข้างรัสเซียไปแล้ว ความลังเลที่จะตัดสินใจประณามหรือโจมตีรัสเซียอย่างตรงไปตรงมาของอินเดียนี้ ยังส่งผลอย่างมากต่อกลุ่ม QUAD ( Quadrilateral Security Dialogue 4 ชาติ ได้แก่ สหรัฐ ฯ ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น) ที่เพิ่งประชุมเกี่ยวกับวิกฤตยูเครนไป ซึ่งด้วยความไม่สบายใจของอินเดียส่งผลให้การประชุมดังกล่าวไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อประณามรัสเซียออกมาได้ ในจุดนี้ก็อาจต้องบอกว่าเป็นเรื่องยากสำหรับอินเดียเช่นเดียวกันในวิกฤตนี้ เห็นได้จัดจากถ้อยแถลงในเวทีสหประชาชาติของอินเดีย ที่ไม่กล่าวถึงประเทศใดเป็นการเฉพาะ และยังคงเน้นย้ำให้ทั้งโลกหาทางเพื่อให้เกิดการพูดคุยทางการทูตระหว่างรัสเซียและยูเครน อันเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด ทั้งนี้อดีตนักการทูตและนักวิชาการด้านการต่างประเทศของอินเดียหลายคนมองว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนนี้ ส่งผลให้อินเดียไม่มีทางเลือกที่ดีเลย (No good options) เพราะไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็มีแต่เสียมาก หรือเสียน้อยเท่านั้นเอง และการตัดสินใจ “งดออกเสียง” ก็มาจากเหตุปัจจัยเหล่านี้ แน่นอนว่าเหตุผลสำคัญที่อินเดียต้องพยายามในการรักษาสมดุลทางการทูตของตัวเองเหนือวิกฤตยูเครนนี้ เป็นผลมาจากสายสัมพันธ์ทางการทูตและการทหารที่ยาวนานระหว่างอินเดียและรัสเซีย เพราะในอดีตนั้นรัสเซียเคยใช้อำนาจ “วีโต้” ของตัวเองเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องแคชเมียร์ให้กับอินเดีย โดยผลักให้เรื่องนี้เป็นปัญหาระดับทวิภาคีแทน…

การเมืองมหาอำนาจ 101

“Great Power” หรือ “มหาอำนาจ” เป็นคำที่ใช้เรียกประเทศ ๆ หนึ่งที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทหาร การเมือง และวัฒนธรรมที่เยอะกว่าประเทศอื่น จึงได้ชื่อนำหน้าว่า “มหา” หรือ “Great” แต่คำถามที่ตามมาก็คือว่าแล้วเรามีเกณฑ์อะไรที่จะเรียกประเทศ ๆ หนึ่งว่าเป็น “มหาอำนาจ” ขอบข่ายหรือศักยภาพทางอำนาจต่าง ๆ ขนาดไหน จึงจะเรียกประเทศนั้นได้ว่าเป็น “มหาอำนาจ” มากไปกว่านั้นคำถามที่ตามมาต่อคือ ทำไม “มหาอำนาจ” ถึงสำคัญ แล้วการเมืองมหาอำนาจคืออะไรและเป็นอย่างไร ภายใต้คำถามข้างต้น สถานการณ์ ณ รุ่งเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 อาจช่วยทำให้เราพอเห็นได้ว่าคำตอบคืออะไร สำหรับรุ่งเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ดูเหมือนจะเป็นเช้าปกติของคนส่วนใหญ่ แต่สำหรับคนยูเครนและรัสเซียกลับเป็นเช้าที่แตกต่างไปจากหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา เมื่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียได้สั่งการ “ปฏิบัติการทางการทหารพิเศษ” หรือหากพูดทั่วไปแล้วก็คือการบุกยูเครนโดยรัสเซีย คำถามต่อมาก็คือเกิดอะไรขึ้น ? ทำไมปูตินถึงสั่งบุกยูเครน อะไรคือเบื้องหลังหรือบริบทที่นำไปสู่รุ่งเช้าที่แตกต่างในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อที่จะสืบสวน…เพื่อหาเหตุที่นำไปสู่เหตุการณ์ครั้งนี้…

นายกรัฐมนตรีอินเดียหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีรัสเซียเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน

กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 2 มี.ค.65 ว่า นายนเรนทรา โมดิ นายกรัฐมนตรีของอินเดีย หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน และการอพยพพลเมืองอินเดียออกจากพื้นที่ที่มีการปะทะอย่างปลอดภัย เฉพาะอย่างยิ่ง เมือง Kharkiv ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ซึ่งมีนักศึกษาอินเดียติดค้างอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอินเดียหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีปูตินเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนแล้ว 1 ครั้ง เมื่อ 24 ก.พ.65

อาเซียนออกแถลงการณ์ฉบับที่สองเรียกร้องการหยุดยิงในยูเครน

สำนักเลขาธิการอาเซียน เผยแพร่แถลงการณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน เพื่อเรียกร้องการหยุดยิงในยูเครน เมื่อ 3 มี.ค.65 ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนห่วงกังวลอย่างมากต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นและทำให้เงื่อนไขด้านมนุษยธรรมเลวร้ายลงในยูเครน จึงเรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยทันที เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจรจาแก้ไขวิกฤตในปัจจุบัน ซึ่งจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในยูเครน นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำแถลงการณ์อาเซียนเมื่อ 26 ก.พ.65 และแสดงความพร้อมของอาเซียนที่จะอำนวยความสะดวกในทุกวิธีที่เป็นไปได้ในการเจรจาสันติภาพระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สหราชอาณาจักรยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

กระทรวงการต่างประเทศ สหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์เมื่อ 1 มี.ค.65 ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียเพิ่มเติม อาทิ ห้ามเรือรัสเซียเข้าเทียบท่าของสหราชอาณาจักร และคว่ำบาตรสถาบันการเงินสำคัญ เช่น ธนาคารกลางรัสเซีย และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อนายทหารระดับสูงของเบลารุส อาทิ เสนาธิการทหารบก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและผลิตยุทโธปกรณ์ในกองทัพเบลารุส เพื่อตอบโต้ที่เบลารุสพยายามให้ความช่วยเหลือด้านการทหารแก่รัสเซียในการโจมตียูเครน

สหภาพยุโรปจะยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

รัฐสภายุโรป (European Parliament-EP) มีมติเมื่อ 1 มี.ค.65 สนับสนุนให้สหภาพยุโรป (European Union-EU) ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียที่รุนแรงและเข้มงวดขึ้น ด้วยคะแนน 637 เสียง จากทั้งหมด 705 เสียง เพื่อตอบโต้กรณีรัสเซียใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง