นายกรัฐมนตรี 3 ประเทศสมาชิก EU เดินทางเยือนยูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 ว่า นายกรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ นายกรัฐมนตรี Petr Fiala ของสาธารณรัฐเช็ก นายกรัฐมนตรี Mateusz Morawiecki ของโปแลนด์ และนายกรัฐมนตรี Janez Jansa ของสโลวีเนีย เป็นผู้แทนของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เดินทางเยือนกรุงเคียฟ ยูเครน เพื่อหารือกับประธานาธิบดี Volodymyr Zelenskyy ของยูเครน และแสดงจุดยืนว่า EU ยังคงสนับสนุนอธิปไตยและอิสรภาพของยูเครน โดยทั้งสามประเทศจะเพิ่มความช่วยเหลือให้ยูเครน ทั้งด้านการเมือง การเงิน ยุทโธปกรณ์ และด้านมนุษยธรรม

“ยูเครนในวันนี้คือ ไต้หวันวันพรุ่งนี้” จริงมั้ยนะ?

สถานการณ์รัสเซียและยูเครน ทำให้หลายๆ คนกลัวกันว่า “ไต้หวันในวันพรุ่งนี้ จะเป็นอย่างยูเครนวันนี้” เพราะทั้งสองกำลังเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน โดยต้องเผชิญหน้ากับประเทศขนาดใหญ่อย่างจีนกับรัสเซีย แต่รู้มั้ยว่า ที่จริงแล้วสถานการณ์ของยูเครนและไต้หวันมีจุดแตกต่างกันอยู่มาก!! วันนี้ขอหยิบยกความต่างใน 4 ประเด็นที่เห็นได้ชัด มาเล่าก่อนนะ ประการแรก เทคโนโลยีทางการทหารและภูมิศาสตร์ ยูเครนมีไม้เด็ดสำคัญคือ กองกำลังป้องกันตนเอง (Civilian Defense Force) นอกเหนือจากกองทัพยูเครนแล้ว ชาวยูเครนส่วนใหญ่ยังมีทักษะทางทหารและการใช้อาวุธเบื้องต้น โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2564 ที่สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนตึงเครียดสุดๆ ชาวยูเครนร่วมฝึกซ้อมการใช้ Man-portable air defence systems & anti-tank weapons ซึ่งเป็นอาวุธป้องกันการโจมตีทางอากาศจากภาคพื้นดิน น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ยาว 180 เซนติเมตร (จำลองภาพผู้ชายใส่ชุดทหารพาดปืนใหญ่บนไหล่ แล้วเล็งไปบนฟ้า) และยูเครนมีพรมแดนเชื่อมต่อกับรัสเซียทางบก ทำให้ถูกบุกยึดได้ง่าย ส่วนไต้หวันนั้น มีหน่วยงานทหารเพียงหน่วยเดียวที่รับผิดชอบด้านการป้องปราม ขณะที่ชาวไต้หวันยังไม่คุ้นมือกับการฝึกรบมากนักเมื่อเทียบกับชาวยูเครน แต่ไต้หวันมีช่องแคบไต้หวันเป็นพรมแดนป้องปรามตามธรรมชาติ หากจีนบุกยึดไต้หวันการเคลื่อนกำลังพลของจีนเป็นไปได้ยาก และจะต้องทำสงครามสะเทินน้ำสะเทินบกเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถบุกยึดไต้หวันอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ไต้หวันใช้จังหวะนี้ร้องขอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ได้ทันการณ์ ประการที่สอง การทำโฆษณาชวนเชื่อ…

สหราชอาณาจักรสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวยูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า สหราชอาณาจักรประกาศแผน Homes for Ukraine หรือบ้านเพื่อชาวยูเครนที่ต้องการลี้ภัยมายังสหราชอาณาจักร แม้จะไม่มีครอบครัวหรือญาติอาศัยอยู่ก่อน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายมูลค่า 350 ปอนด์สเตอริง/เดือน (ประมาณ 15,230 บาท) ให้กับครัวเรือนที่สามารถให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งผู้ที่จะให้ที่พักพิงจะต้องแสดงหลักฐานยืนยันว่าที่พักได้ตามมาตรฐานและผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเมินว่ามีจำนวนผู้ลี้ภัยจากยูเครนแล้วอย่างน้อย 4 ล้านคน

อินเดียจะย้ายที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเคียฟไปโปแลนด์ชั่วคราว

กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า จะย้ายที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเคียฟ ไปที่โปแลนด์เป็นการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ในยูเครนรุนแรงขึ้น โดยมีการโจมตีพื้นที่ทางตะวันตกของยูเครนต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของอินเดียจะติดตามและประเมินสถานการณ์เพิ่มเติมเป็นระยะ

NATO กังวลว่ารัสเซียอาจใช้อาวุธเคมี

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ระบุเมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า รัสเซียอาจหยิบยกประเด็นห้องปฏิบัติการอาวุธชีวภาพในยูเครนเป็นข้ออ้างใช้อาวุธเคมีโจมตียูเครน ซึ่งจะถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางสงคราม นอกจากนี้ NATO เน้นย้ำการปฏิเสธข้อเรียกร้องของยูเครนในการประกาศเขตห้ามบิน เนื่องจากกังวลว่าจะทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างประเทศตะวันตกกับรัสเซียโดยตรง ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดและรุนแรงขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่ประธานาธิบดี Andrzej Duda ของโปแลนด์ ระบุว่า NATO อาจแทรกแซงทางทหารในยูเครนหากรัสเซียใช้อาวุธเคมี

รัสเซียปิดกั้นการเข้าถึงเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และสำนักข่าวต่างประเทศ

รัสเซียปิดกั้นการเข้าถึงสื่อสั่งคมออนไลน์ Facebook หลังจากปิดกั้นการเข้าถึงบัญชีของสำนักข่าวที่สนับสนุนรัสเซีย ได้แก่ RIA Novosti, Sputnik และ Russia Today

เลขาธิการ UN เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศร่วมรับมือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของรัสเซีย

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) ระบุเมื่อ 10 มี.ค.65 เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศร่วมกันรับมือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของรัสเซีย และปกป้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรง การโจมตีทางไซเบอร์ และการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร นอกจากนี้ ยังวิตกกับการบุกยูเครนของรัสเซียที่ทำให้ราคาพลังงานและราคาอาหารโลกสูงขึ้น รวมทั้งเกิดภาวะอดอยากทั่วโลก เนื่องจากรัสเซียและยูเครนมีความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงาน เฉพาะอย่างยิ่ง เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ยิ่งส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ในห้วงหลังการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

กาชาดสิงคโปร์จะบริจาคเงินช่วยเหลือยูเครนเพิ่มเติม

กาชาดสิงคโปร์ (Singapore Red Cross-SRC) แถลงเมื่อ 10 มี.ค.65 ว่า เตรียมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวยูเครนและผู้ที่ได้รับผลกระทบประเทศข้างเคียง อาทิ ชาวโปแลนด์ ชาวฮังการี ชาวลิทัวเนีย ชาวสโลวะเกีย ชาวมอลโดวา และชาวโรมาเนีย เพิ่มอีก 2.4 ล้านดอลลาห์สิงคโปร์ (ประมาณ 58 ล้านบาท) ผ่านสภากาชาดยูเครน (Ukrainian Red Cross Society-URCS) สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (The International Federation Of Red Cross And Red Crescent Societies-IFRC) เพื่อนำไปใช้ในการจัดหาอุปกรณ์บรรเทาทุกข์ รวมถึงตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ การสร้างที่พักพิงฉุกเฉิน การส่งเสริมด้านสุขอนามัย และการสนับสนุนด้านจิตสังคม

นิวซีแลนด์ผ่านร่างกฎหมายการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างเร่งด่วน

นาง Nanaia Mahuta รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของนิวซีแลนด์ ออกแถลงการณ์เมื่อ 9 มี.ค.65 ว่า รัฐสภานิวซีแลนด์มีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่าง พ.ร.บ.การคว่ำบาตรรัสเซีย (Russia Sanctions Act) อย่างเร่งด่วน และถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่นิวซีแลนด์จะใช้กฎหมายการคว่ำบาตรต่อรัสเซียเป็นประเทศแรก โดยวางระเบียบให้ทางการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรายบุคคล บริษัท ทรัพย์สิน และบริการของรัสเซียที่เกี่ยวข้องกับการรุกรานยูเครน อาทิ ระงับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ปิดน่านฟ้าและน่านน้ำไม่ให้เรือและเครื่องบินของรัสเซียเดินทางผ่าน ระงับการนำเข้าและส่งออก การกู้ยืมเงิน และธุรกรรมทางการเงิน ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ย้ำว่าจะใช้กฎหมายกับเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรุกรานยูเครน หรือผู้ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจหรือยุทธศาสตร์ของรัสเซีย รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ธนาคารรัสเซีย และประเทศต่าง ๆ ที่สนับสนุนรัสเซีย เช่น เบลารุส

การขนส่งสินค้าทางรถไฟระหว่างจีนกับยุโรปได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ยูเครน

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานอ้างรองประธานคณะกรรมการประสานงานการขนส่งรถไฟจีน-ยุโรป (China-Europe Railway Express Transportation Coordination Committee) เมื่อ 9 มี.ค.65 ว่า การบริการขนส่งสินค้าทางรถไฟจากจีนไปยุโรป ได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน โดยเส้นทางที่ต้องผ่านกรุงเคียฟของยูเครนได้งดให้บริการก่อนเกิดสถานการณ์รุนแรงแล้ว ซึ่งการขนส่งสินค้าไปยูเครนคิดเป็นร้อยละ 2 ของการขนส่งผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ยุโรป นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนเส้นทางเดินรถเพื่อลดผลกระทบ เช่น ระงับเส้นทางที่ผ่านทางตอนใต้ของยูเครนชั่วคราว และใช้เส้นทางตอนเหนือของโปแลนด์ที่เชื่อมกับด่าน Alashankou ในเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน เมือง Malaszewicze ของเบลารุส และกรุงบูดาเปสต์ของฮังการี