จีนเผยแพร่กิจกรรมทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ มากขึ้นเพื่อตอบโต้การให้ร้ายของสหรัฐฯ

จีนได้เผยแพร่ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ที่โจมตีทางไซเบอร์ต่อหลายประเทศรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของจีน โดยจีนอาจกำลังพยายามสร้างชุดความคิดที่ว่ากิจกรรมทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ เป็นอันตรายต่อประเทศอื่นเช่นกัน

ผู้นำสหรัฐฯ มีคะแนนนิยมตกต่ำเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤตยูเครน

เว็บไซต์ The Hill เผยแพร่ผลสำรวจความนิยมประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ เมื่อ 13 เม.ย.65 ซึ่งจัดทำโดยสำนักข่าว CNBC โดยชี้ว่าคะแนนนิยมตกต่ำลงอยู่ที่ร้อยละ 38 เนื่องจากชาวอเมริกันไม่พอใจผลงานการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤตยูเครน นอกจากนี้ ชาวอเมริกันร้อยละ 47 เห็นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในปัจจุบันไม่ดี และผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และราคาพลังงานภายในประเทศได้ตามเป้าหมาย

สหรัฐฯ รับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนจากบริเวณชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกเพิ่มขึ้น

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 10 เม.ย.65 ว่า สหรัฐฯ รับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนที่ต้องการเดินทางจากเมือง Tijuana ของเม็กซิโกไปเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่รับได้ประมาณ 600 คนต่อวัน โดยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหรัฐฯ และเม็กซิโกร่วมกันอำนวยความสะดวกและดูแลชาวยูเครนในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันมีชาวยูเครนจำนวนมากรอเดินทางเข้าสหรัฐฯ จากเม็กซิโก หลังจากผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเมื่อปลาย มี.ค.65 ว่าจะรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครน 100,000 คน เพื่อบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมจากสถานการณ์การสู้รบในยูเครน

วุฒิสภาสหรัฐฯ แต่งตั้งตุลาการศาลสูงสุดเป็นสตรีผิวสีคนแรก

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 7 เม.ย.65 ว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 53-47 เสียงเห็นชอบให้นาง Ketanji Brown Jackson ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลสูงสุดคนใหม่ แทนนาย Stephen G. Breyer ที่จะเกษียนอายุใน ต.ค.65 ทั้งนี้ การแต่งตั้งนาง Jackson ซึ่งเป็นสตรีผิวสีคนแรกให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลสูงสุด เป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของการเมืองสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี วุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว เนื่องจากเชื่อว่านาง Jackson มีแนวคิดเสรีนิยมสุดโต่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อนโยบายความมั่นคงของสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่งมาตรการควบคุมชายแดน

สหรัฐฯ จะคว่ำบาตรบุตรสาวของผู้นำรัสเซียและธนาคารขนาดใหญ่ของรัสเซีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 6 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงของนาย Brian Deese ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ จะออกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อบุตรสาวของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้แก่ นาง Mariya Putina และนาง Katerina Tikhonova รวมถึงภรรยาและบุตรสาวของนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ตลอดจนสมาชิกของสภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซียหลายตำแหน่ง นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน จะลงนามในคำสั่งผู้บริหารห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันและบริษัทของสหรัฐฯ ลงทุนเพิ่มเติมในรัสเซีย และคว่ำบาตรรัฐวิสาหกิจสำคัญของรัสเซีย ได้แก่ United Aircraft Corporation และ United Shipbuilding Corporation รวมทั้งระงับการทำธุรกรรมทั้งหมดระหว่างสหรัฐฯ กับธนาคาร Sberbank และ Alfa Bank ของรัสเซีย ทั้งนี้ การคว่ำบาตรครั้งนี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีไบเดนประณามประธานาธิบดีปูตินว่า ก่ออาชญากรรมสงคราม เฉพาะอย่างยิ่ง จากการปฏิบัติการทางทหารในเมือง Bucha ยูเครน

สหรัฐฯ กล่าวโทษผู้นำรัสเซียว่าก่ออาชญากรรมสงคราม

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยประณามประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินว่าก่ออาชญากรรมสงคราม เฉพาะอย่างยิ่ง จากการปฏิบัติการทางทหารในเมือง Bucha ยูเครน ขณะเดียวกัน ก็ย้ำว่าปัจจุบันสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล โดยร่วมมือกับยูเครนและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ตลอดจนจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียต่อไป พร้อมกันนี้ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ เรียกร้องให้สมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ปลดรัสเซียออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) เนื่องจากปฏิบัติการด้านการทหารต่อพลเรือนในยูเครน ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวจะมีผลเมื่อสมาชิกองค์การสหประชาชาติจำนวน 2 ใน 3 ลงมติสนับสนุน ด้านรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ พิจารณาเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีโจมตีพลเรือนในยูเครน

หนังสือพิมพ์ Washington Post รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 อ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย หลังจากปรากฏหลักฐานว่า รัสเซียโจมตีและสังหารหมู่พลเรือนในเมือง Bucha ใกล้กรุงเคียฟ ยูเครน พร้อมกับที่รัฐบาลยูเครนเรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court-ICC) สอบสวนกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดมาตรการดังกล่าว ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ หารือกับพันธมิตรในยุโรปเกี่ยวกับการเพิ่มมาตรการลงโทษรัสเซียอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนการสอบสวนว่ารัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม ทั้งนี้ สหรัฐฯ อาจขยายการกดดันรัสเซียด้วยมาตรการคว่ำบาตรแบบทุติยภูมิ (secondary sanction) หรือการห้ามประเทศอื่น ๆ รวมทั้งบริษัทต่างชาติดำเนินธุรกรรมกับรัสเซีย และการคว่ำบาตรอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจรัสเซีย ได้แก่ เหมืองแร่ และการคมนาคม

เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ลงนามแผนปฏิบัติการทางทหารเพื่อรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 31 มี.ค.65 อ้างเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (Joint Chiefs of Staff-JCS) ว่า พล.อ.Won In-choul ประธาน JCS เกาหลีใต้กับ พล.อ. Mark Milley ประธาน JCS ของสหรัฐฯ ร่วมลงนามในแผน Strategic Planning Directive (SPD) ระหว่างการหารือที่ฮาวาย สหรัฐฯ เมื่อ 30 มี.ค.65 โดยการลงนามดังกล่าวจะพัฒนาแผนการรบเต็มรูปแบบ (OPLANs) ระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันใช้ OPLAN 5015 ซึ่งเป็นแผนการรบเต็มรูปแบบกับเกาหลีเหนือ ภายหลังแผนเดิมกำหนดเมื่อปี 2553 ไม่อาจรับมือการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่ของเกาหลีเหนือ โดยเพิ่มแผนฝึกซ้อมรบเสมือนจริง รวมถึงสถานการณ์ที่เกาหลีเหนืออาจโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธรุ่นใหม่

สถาบันวิชาการของสหรัฐฯ พบความเคลื่อนไหวของเรือดำน้ำที่เกาหลีเหนือใช้ยิงขีปนาวุธ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 31 มี.ค.65 ว่า โครงการ Beyond Parallel ของสถาบัน Center for Strategic and International Studies ของสหรัฐฯ พบความเคลื่อนไหวจากภาพถ่ายดาวเทียม เมื่อ 22 มี.ค.65 ที่อู่ต่อเรือซินโปของเกาหลีเหนือ โดยเกาหลีเหนือเคลื่อนย้ายเรือดำน้ำ 8.24 Yongung (August 24th Hero) ออกจากอู่ต่อเรือ มีความเป็นไปได้ว่า เกาหลีเหนืออาจเคลื่อนย้ายเรือดำน้ำเพื่อซ่อมบำรุงหรือเตรียมยิงทดสอบขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ (Submarine Launched Ballistic Missile-SLBM) ครั้งใหม่ ทั้งนี้ เกาหลีเหนือเคยยิง SLBM จากเรือดำน้ำ 8.24 Yongung ซึ่งสำคัญต่อโครงการพัฒนา SLBM ของเกาหลีเหนือ ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี และเรียนรู้ขั้นตอนการทดสอบ

FBI แจ้งเตือนการเรียกค่าไถ่ของกลุ่ม AvosLocker ที่มุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) และกระทรวงการคลัง (US Treasury) ของสหรัฐฯ ได้ร่วมกันออกประกาศเมื่อ 17 มี.ค. 65 ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.ic3.gov/Media/News/2022/220318.pdf แจ้งเตือนองค์กรต่างๆ ให้ระวังมัลแวร์เรียกค่าไถ่ของกลุ่ม AvosLocker ซึ่งเป็นผู้ให้บริการมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware as a Service : RaaS ) ที่มุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐฯ