นายกญี่ปุ่นย้ำพร้อมประกาศคว่ำบาตรรัสเซียร่วมกับกลุ่มประเทศ G7 หากรัสเซียใช้กำลังบุกยูเครน

สำนักข่าว Japan Times และ NHK รายงานเมื่อ 22 ก.พ.65 โดยอ้างถ้อยแถลงของนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประณามกรณีประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูตินของรัสเซียลงนามเมื่อ 21 ก.พ.65 รับรองความเป็นเอกราชเขตปกครองตนเองโดเนตสค์ (Donetsk People’s Republic-DPR) และเขตปกครองตนเองลูฮานสค์ (Luhansk People’s Republic-LPR) ทางภาคตะวันออกของยูเครน โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของยูเครน และญี่ปุ่นจะติดตามความเคลื่อนไหวของกรณียูเครนอย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำว่าญี่ปุ่นพร้อมประกาศคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียร่วมกับประเทศสมาชิก G7 หากรัสเซียตัดสินใจใช้กำลังทางทหารบุกยูเครน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังร้องขอให้ชาวญี่ปุ่นในยูเครนเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ทันที ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G7 ใน 24 ก.พ.65 และคาดว่าจะแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรณียูเครนอีกครั้ง

ผู้นำเกาหลีใต้เรียกร้องให้เคารพอำนาจอธิปไตยของยูเครนและแก้ไขสถานการณ์อย่างสันติ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 22 ก.พ.65 ว่า ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ ระบุในที่ประชุมสภาความมั่นคง (National Security Council-NSC)ของเกาหลีใต้ เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมแก้ไขสถานการณ์ในยูเครนอย่างสันติ พร้อมเคารพอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้กังวลว่า สถานการณ์ในยูเครนอาจยืดเยื้อ และการขู่คว่ำบาตรรัสเซียของสหรัฐฯ และประเทศตะวันตก อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ เฉพาะอย่างยิ่งต่อภาคพลังงาน ภาคนำเข้าวัตถุดิบสำคัญและธัญพืช และตลาดการเงินระหว่างประเทศ แม้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างเกาหลีใต้กับยูเครนอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งผู้นำเกาหลีใต้สั่งการให้รับมือวิกฤติในยูเครน โดยเตรียมมาตรการคุ้มครองเศรษฐกิจเกาหลีใต้อย่างเร่งด่วน และการรับรองความปลอดภัยของชาวเกาหลีใต้ในยูเครนจำนวน 63 คน (ไม่รวมเจ้าหน้าที่การทูตและผู้พำนักในไครเมีย)

สหรัฐฯ ประณามรัสเซียกรณีรับรองเอกราชในภูมิภาคดอนบาส

เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่ถ้อยแถลงของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 21 ก.พ.65 ระบุว่า สหรัฐฯ ประณามการตัดสินใจของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียที่ยอมรับสถานะของเขตปกครองตนเองโดเนตสค์ (Donetsk People’s Republic-DPR) และเขตปกครองตนเองลูฮานสค์ (Luhansk People’s Republic-LPR) ในภูมิภาคดอนบาสเป็นรัฐอิสระ ซึ่งแสดงถึงการปฏิเสธพันธกรณีของรัสเซียภายใต้ข้อตกลงมินส์ก (Minsk Agreements) และขัดต่อพันธกรณีทางการทูตของรัสเซีย ตลอดจนละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครนอย่างชัดเจน ถือเป็นการตัดสินใจที่ไม่เคารพต่อบรรทัดฐานและกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนจะลงนามคำสั่งผู้บริหาร (Executive Order) ซึ่งจะห้ามชาวอเมริกันเข้าไปลงทุนใหม่ ค้าขาย และสนับสนุนเงินทุนทั้งหมดกับ DPR และ LPR โดยสหรัฐฯ จะประสานงานกับยูเครนและพันธมิตรเพื่อดำเนินการที่เหมาะสมต่อการกระทำของรัสเซีย ทั้งนี้ สหรัฐฯ จะยังคงสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน ตลอดจนรัฐบาลและชาวยูเครนต่อไป

บุก… ไม่บุก ยูเครน (ภาคต่อ ครั้งที่ 1) สหรัฐอเมริกาบอกว่าอีก 2-3 วัน

เล่าเรื่องนี้ ได้อีกหลายครั้งแน่ ๆ เพราะข่าวสารที่เข้ามา ดูเหมือนจะวนกลับไปในจุดเดิมว่า “รัสเซียจะบุกยูเครน” ก็สหรัฐอเมริกาโดยคุณลุงโจ หรือประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ยืนกรานด้วยตนเองเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 อีกครั้งว่า ภายในไม่กี่วันนี้ รัสเซียจะบุกยูเครนแน่ ๆ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาที่ตอนแรกจะไปยุโรปก็ต้องไปชี้แจงกับคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) ก็บอกเช่นนี้ แล้วหลักฐานล่ะ… มีไหม? สหรัฐอเมริกาบอกว่ามี…. ภาพถ่ายดาวเทียมเช่นเคย แถมบอกว่า นอกจากรัสเซียจะไม่ได้ถอนทหารออกจากบริเวณชายแดนเบลารุส ที่นำไปฝึกซ้อมร่วมแล้ว กลับยิ่งเพิ่มจำนวน ยิ่งกว่านั้น เบลารุสบอกว่ารัสเซียไม่ต้องนำทหารและยุทโปกรณ์กลับนะ เอาไว้ที่นี่ก็ได้ หากเสร็จการซ้อมรบในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 เหนื่อยนะ…. จากการตามข้อมูลข่าวสาร ตามที่เคยเล่าไว้ในตอนที่แล้วว่า แยกไม่ค่อยออกว่าข่าวไหนเป็นปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operation-IO) ของฝ่ายไหน แต่ที่เข้มข้นกว่านั้น คือ การตอบโต้ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซียอยู่ในระดับที่สูสีกัน โดยสหรัฐอเมริกาบอกว่า เดี๋ยวจะขับนักการทูตรัสเซียออกจากสหรัฐอเมริกา หลังจากที่รัสเซียขับนักการทูตเบอร์ 2 ออกจากมอสโก…

บุก… ไม่บุก ยูเครน (ภาคต่อ) ยูเครนอาจต้องเป็นฝ่ายตัดสินใจ

ล่าสุดประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียได้ตอบผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียแล้วว่า “ไม่บุก” และกำลังทยอยถอนกำลังที่ซ้อมรบร่วมกับเบลารุส และทำให้ยูเครนที่ไม่สบายใจ หายใจออกได้มากขึ้นแล้ว ส่วนเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2565 ที่สื่อตะวันตกอ้างข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาว่ารัสเซียจะบุกยูเครนก็ผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกฝ่ายน่าจะสบายใจ แต่ก็ยังไม่เป็นตามนั้น เพราะสหรัฐอเมริกา และคู่หูคือสหราชอาณาจักร รวมทั้งเลขาธิการเนโต ตอบว่า…. “ยังไม่เชื่อ” สรุปคือยังเชื่อว่ารัสเซียพร้อมบุก พร้อมกับมีหลักฐานประกอบจากภาพถ่ายดาวเทียมจากฝั่งสหรัฐอเมริกาอีกแล้วว่า รัสเซียไม่ได้ทยอยถอนทหาร แต่กลับเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งทำให้ตอนนี้ คนติดตามข่าวต่างประเทศอย่างเรา ๆ งงไปหมดว่าจะเชื่อฝ่ายไหนดี คำว่า information operation, misinformation และ fake news หลั่งไหลเข้ามากระแทกความคิดทันที สิ่งที่กระแทกความคิดอีกก็คือ ข่าวที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการทางไซเบอร์ โจมตีเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับระบบโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนมาต่อเนื่องเช่นกัน ข่าวนี้จริงหรือปลอม ไม่ทราบได้ แต่ยูเครนออกมาพูดแล้วว่า รัสเซียทำจริง และเคยทำแบบนี้กับยูเครนเมื่อครั้งจะผนวกไครเมียด้วย แถม ๆ ข้อมูลเพิ่มอีกด้วยว่าหน่วยข่าวรัสเซียอาจอยู่เบื้องหลัง แต่รัสเซียหรือจะยอมอยู่เฉย ๆ โดยบอกว่า หากถูกโจมตีทางไซเบอร์กลับ หรือถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาหรือพันธมิตรที่ช่วยยูเครน ก็พร้อมเพิ่มการปฏิบัติการไซเบอร์ต่อสหรัฐอเมริกากับประเทศตะวันตกเช่นกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้ ไม่ใช่ fake…

ยูเครนเรียกร้องให้จัดประชุม OSCE ฉุกเฉินเกี่ยวกับการเสริมกำลังทหารรัสเซียตามแนวชายแดนยูเครน

เว็บไซต์ Ukrinform.net และสำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 13 ก.พ.65 อ้างทวิตเตอร์ของนายดมีโตร คูเลบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ระบุว่า ยูเครนเรียกร้องให้องค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Cooperation in Europe-OSCE) จัดประชุมฉุกเฉิน หลังจากรัสเซียเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของยูเครนภายใต้ Vienna Document 2011 ให้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาในเรื่องความโปร่งใสทางทหารเพื่อลดความตึงเครียด มาตรการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคง ที่เสนอขอเจรจากับรัสเซียไปเมื่อ 11 ก.พ.65 และขอคำตอบจากรัสเซียภายใน 48 ชั่วโมง ให้ระบุพื้นที่แน่นอนของกิจกรรมทางทหาร วันที่เสร็จสิ้น รหัสการฝึกซ้อม การบังคับบัญชา จำนวน รูปแบบการทหาร ประเภทของอาวุธและอุปกรณ์ทางทหารที่เกี่ยวข้อง