ธนาคารโลกคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจในรัสเซีย ยูเครน และมอลโดวา

หนังสือพิมพ์ Moscow Times รายงานเมื่อ 11 เม.ย.65 อ้างรายงานธนาคารโลก (World Bank-WB) ซึ่งคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัจจัยสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนว่า เศรษฐกิจของยูเครนจะหดตัวถึงร้อยละ 45.1 ในปี 2565 ซึ่งต่างจากการประเมินก่อนหน้านี้ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) เมื่อ มี.ค.65 ว่าจะหดตัวเพียงร้อยละ 10-35 ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product-GDP) ของรัสเซียจะหดตัวมากกว่าร้อยละ 11.2 อีกทั้งเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบระดับภูมิภาคจากปัจจัยผู้อพยพ รวมถึงทำให้ราคาพลังงานและธัญพืชเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ มอลโดวาจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากที่สุดเช่นกัน เนื่องจากมีเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับทั้งรัสเซียและยูเครนมาก ทั้งนี้ ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นเหตุการณ์กระทบครั้งใหญ่ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ครั้งที่ 2 ในห้วง 2 ปี (ครั้งแรกเกิดจากวิกฤต COVID-19)

สหรัฐฯ รับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนจากบริเวณชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกเพิ่มขึ้น

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 10 เม.ย.65 ว่า สหรัฐฯ รับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนที่ต้องการเดินทางจากเมือง Tijuana ของเม็กซิโกไปเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่รับได้ประมาณ 600 คนต่อวัน โดยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหรัฐฯ และเม็กซิโกร่วมกันอำนวยความสะดวกและดูแลชาวยูเครนในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันมีชาวยูเครนจำนวนมากรอเดินทางเข้าสหรัฐฯ จากเม็กซิโก หลังจากผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเมื่อปลาย มี.ค.65 ว่าจะรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครน 100,000 คน เพื่อบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมจากสถานการณ์การสู้รบในยูเครน

EU ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบที่ 5

สหภาพยุโรป (European Union-EU) มีมติเมื่อ 8 เม.ย.65 ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียรอบที่ 5 เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสร้างข้อจำกัดทางการเงิน โดยมีสาระสำคัญ 6 ข้อ ได้แก่                1) ระงับการนำเข้าถ่านหินจากรัสเซีย ซึ่งจะทำให้รัสเซียสูญเสียมูลค่าการค้า 8,000 ล้านยูโร/ปี ถือเป็นการร่วมกันห้ามนำเข้าพลังงานจากรัสเซียเป็นครั้งแรกของยุโรป แต่ยังไม่สามารถหาจุดร่วมกรณีการห้ามนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย 2) มาตรการทางการเงิน เช่น ระงับการทำธุรกรรมธนาคารรัสเซีย 4 แห่งที่ครองสัดส่วนในภาคการเงินรวมร้อยละ 23 ห้ามซื้อขายคริปโตเคอเรนซีในรัสเซีย และห้ามให้คำปรึกษาทางการเงินแก่นายทุนรัสเซีย 3) ด้านคมนาคม คว่ำบาตรผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างรัสเซียกับเบลารุส ยกเว้นการขนส่งสินค้าการเกษตร อาหาร ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และพลังงาน ห้ามเรือสัญชาติรัสเซียเทียบท่าเรือยุโรป ยกเว้นขนส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ อาหาร พลังงาน และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 4) ระงับการส่งออกสินค้าที่รัสเซียต้องพึ่งพายุโรป เช่น เทคโนโลยีควอนตัม เซมิคอนดักเตอร์ เครื่องจักร ขนส่ง…

UNGA ลงมติระงับสมาชิกภาพของรัสเซียใน UNHRC

สมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) ลงมติเมื่อ 7 เม.ย.65 ระงับสมาชิกภาพของรัสเซียในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council-UNHRC) ตามที่สหรัฐฯ ยื่นข้อมติ โดยได้รับเสียงสนับสนุนจาก 93 ประเทศ คัดค้าน 24 ประเทศ และงดออกเสียง 58 ประเทศ รวมถึงไทย ทำให้ได้รับเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 ของจำนวนประเทศที่ลงคะแนนเสียงทั้งหมด 117 ประเทศ (ไม่นับรวมประเทศที่งดออกเสียง) ซึ่งนาย Gennady Kuzmin รองผู้แทนถาวรรัสเซียประจำ UN ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิก UNHRC ทั้งนี้ รัสเซียได้รับเลือกจาก UNGA เมื่อ ม.ค.64 ให้เป็น 1 ใน 47 ประเทศที่เป็นสมาชิก UNHRC มีวาระ 3 ปี

ออสเตรเลียประกาศคว่ำบาตรชาวรัสเซียเพิ่มเติม

นางมารีส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 7 เม.ย.65 ว่า รัฐบาลออสเตรเลียตัดสินใจใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินและห้ามชาวรัสเซียเดินทางเข้าประเทศเพิ่มอีก 67 คน เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรุกรานยูเครน อาทิ 1) พ.อ. Mikhail Mizintsev นายทหารคนสำคัญของรัสเซียที่มีส่วนในการทิ้งระเบิดโรงละครในเมือง Mariupol ยูเครน 2) นาย Dmitry Grigorenko รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย 3) นาย Maxim Reshetnikov รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจ และ 4) นาย Aleksander Babakov รองประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย (สภาดูมา) นอกจากนี้ ยังขึ้นบัญชีคว่ำบาตรผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำสงครามของรัสเซีย รวมถึงชาวยูเครนที่ร่วมมือกับรัสเซียในการบ่อนทำลายรัฐบาลยูเครน รวมประมาณ 600 คน ซึ่งการคว่ำบาตรครั้งนี้มีขึ้นหลังจากรัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม (War crime) ที่เมือง Bucha และเมืองรอบกรุงเคียฟ ยูเครน

สหรัฐฯ จะคว่ำบาตรบุตรสาวของผู้นำรัสเซียและธนาคารขนาดใหญ่ของรัสเซีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 6 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงของนาย Brian Deese ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ จะออกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อบุตรสาวของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้แก่ นาง Mariya Putina และนาง Katerina Tikhonova รวมถึงภรรยาและบุตรสาวของนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ตลอดจนสมาชิกของสภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซียหลายตำแหน่ง นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน จะลงนามในคำสั่งผู้บริหารห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันและบริษัทของสหรัฐฯ ลงทุนเพิ่มเติมในรัสเซีย และคว่ำบาตรรัฐวิสาหกิจสำคัญของรัสเซีย ได้แก่ United Aircraft Corporation และ United Shipbuilding Corporation รวมทั้งระงับการทำธุรกรรมทั้งหมดระหว่างสหรัฐฯ กับธนาคาร Sberbank และ Alfa Bank ของรัสเซีย ทั้งนี้ การคว่ำบาตรครั้งนี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีไบเดนประณามประธานาธิบดีปูตินว่า ก่ออาชญากรรมสงคราม เฉพาะอย่างยิ่ง จากการปฏิบัติการทางทหารในเมือง Bucha ยูเครน

ญี่ปุ่นประณามรัสเซียกรณีก่ออาชญากรรมสงครามในวิกฤตยูเครน

สำนักข่าว Japan Times และสำนักข่าว NHK รายงานเมื่อ 6 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงของนายฮิโรกาสึ มาสึโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นประณามว่ารัสเซียเกี่ยวพันกับการใช้ความรุนแรงและสังหารประชาชนในยูเครนเป็นจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่ง กรณีสังหารหมู่เมืองบูชา กรุงเคียฟ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม (War crime) ที่ไม่สามารถยอมรับได้และรัสเซียควรได้รับการลงโทษจากประชาคมโลก นอกจากนี้ ยังระบุว่า ญี่ปุ่นจะติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในยูเครนและประสานความร่วมมือกับสหรัฐฯ และประเทศยุโรปอย่างใกล้ชิด รวมถึงจะพยายามผลักดันการปฏิรูปคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council-UNSC) ให้สำเร็จ

สหรัฐฯ กล่าวโทษผู้นำรัสเซียว่าก่ออาชญากรรมสงคราม

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยประณามประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินว่าก่ออาชญากรรมสงคราม เฉพาะอย่างยิ่ง จากการปฏิบัติการทางทหารในเมือง Bucha ยูเครน ขณะเดียวกัน ก็ย้ำว่าปัจจุบันสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล โดยร่วมมือกับยูเครนและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ตลอดจนจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียต่อไป พร้อมกันนี้ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ เรียกร้องให้สมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ปลดรัสเซียออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) เนื่องจากปฏิบัติการด้านการทหารต่อพลเรือนในยูเครน ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวจะมีผลเมื่อสมาชิกองค์การสหประชาชาติจำนวน 2 ใน 3 ลงมติสนับสนุน ด้านรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ

รัสเซียออกกฎหมายตอบโต้ต่อประเทศที่ไม่เป็นมิตรด้วยการจำกัดการอนุมัติตรวจลงตราหนังสือเดินทาง

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ลงนามกฤษฎีกาที่ 183 เมื่อ 4 เม.ย.65 ประกาศมาตรการตอบโต้ต่อประเทศที่ไม่เป็นมิตรด้วยเงื่อนไขการอนุมัติตรวจลงตรา โดยให้มีผลบังคับใช้ทันที ระงับข้อตกลงว่าด้วยการตรวจลงตราหนังสือเดินทางต่อประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ที่ลงนามเมื่อ 25 พ.ค.49 และรัสเซีย-นอร์เวย์ที่ลงนามเมื่อ 8 มิ.ย.50 รวมถึงนอร์เวย์ เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ นอกจากนี้ รัสเซียยกเลิกการพิจารณาเอกสารบางรายงานที่อยู่ระหว่างขออนุมัติตรวจลงตรา อาทิ ผู้แทนทางการรวมถึงนักข่าวระยะ 1 ปี และตรวจลงตราระยะ 5 ปี ของเจ้าหน้าที่ผู้แทนต่างชาติของรัฐบาล รัฐสภาและศาล รวมถึงยกเลิกการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับผู้แทนทางการของฝ่ายนิติบัญญัติและรัฐบาลต่างชาติ แม้จะถือหนังสือเดินทางทางการทูต

เยอรมนีและฝรั่งเศสจะเนรเทศนักการทูตรัสเซียหลังเหตุโจมตีพลเรือนในยูเครน

กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศส แถลงเมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า จะเนรเทศผู้แทนทางการทูตรัสเซีย หลังมีรายงานเหตุการณ์กองกำลังรัสเซียโจมตีพลเรือนเสียชีวิตในเมือง Bucha ของยูเครน โดยนาง Annalena Baerbock รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเยอรมนีอ้างถึงการกระทำของรัสเซียที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรมในเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็นเหตุผลโดยตรงที่เยอรมนีตัดสินใจจะเนรเทศนักการทูตรัสเซียจำนวน 40 คน ด้วยสถานะบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non grata) ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสระบุว่า ฝรั่งเศสจะเนรเทศนักการทูตรัสเซียที่ดำเนินกิจกรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อผลประโยชน์ความมั่นคงของฝรั่งเศสจำนวน 35 คน แม้ว่าในแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสไม่ได้ระบุถึงเหตุการณ์ที่เมือง Bucha โดยตรง ทั้งนี้ มีประเทศในยุโรปที่เนรเทศนักการทูตรัสเซียไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ โปแลนด์ สโลวะเกีย เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ บัลแกเรีย นอร์ทมาซิโดเนีย เอสโตเนีย ลัตเวีย) เช็ก และมอนเตเนโกร