รัสเซียผลักดันการประชุม UNSC กรณีการสังหารหมู่เมือง Bucha ยูเครน

สำนักข่าว Interfax ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงของนายดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งระบุว่า รัสเซียจะผลักดันให้เกิดการประชุมหารืออย่างจริงจังในกรอบการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) กรณีการสังหารหมู่ที่เมือง Bucha ภูมิภาคเคียฟ ของยูเครน แม้รัสเซียเผชิญการกีดกัน โดยนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ระบุในวันเดียวกันว่า รัสเซียจะใช้ทรัพยากรที่มีตีแผ่หลักฐานที่ประเทศตะวันตกพยายามยัดเยียดให้เป็นความผิดรัสเซีย ภายหลังรัสเซียพยายามใช้กลไกล UNSC โดยยื่นคำขอแต่ถูกสหราชอาณาจักรซึ่งดำรงตำแหน่งประธาน UNSC ใน เม.ย.65 ปฏิเสธติดต่อกันเป็นวันที่ 2 โดยให้เหตุผลว่า UNSC มีแผนจะจัดการประชุมประเด็นยูเครนในวันพุธที่ 5 เม.ย.65 ทั้งนี้ รัสเซียจะขอให้ UNSC พิจารณาว่าการกระทำของยูเครนครั้งนี้เป็นการยั่วยุโดยกองทัพยูเครนและกลุ่มหัวรุนแรง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซียจะพบหารือผู้แทนสันนิบาตอาหรับเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานอ้างคำกล่าวของนาย Hossam Zaki ผู้ช่วยเลขาธิการสันนิบาตอาหรับ (Arab League-AL) ระหว่างเยือนรัสเซีย เมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า รัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดประชุมกับคณะผู้แทน AL ประกอบด้วย นาย Ahmed Aboul Gheit เลขาธิการ AL พร้อมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแอลจีเรีย อียิปต์ จอร์แดน อิรัก และซูดาน เกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน โดย AL พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ฝ่ายรัสเซียและยูเครนในการบรรลุข้อตกลงทางการเมืองเพื่อยุติสถานการณ์ความขัดแย้ง ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ริเริ่มจัดประชุมผู้แทนถาวร AL เมื่อ 27 ก.พ.65 เพื่อกำหนดท่าทีต่อสถานการณ์ในยูเครน โดยวางตัวเป็นกลาง เนื่องจาก AL มีความสัมพันธ์อันดีทั้งกับรัสเซียและยูเครน แต่กังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงด้านอาหาร เนื่องจาก AL นำเข้าธัญพืชจากรัสเซียและยูเครน ขณะที่ราคาธัญพืชทั่วโลกปรับสูงขึ้นร้อยละ 22-37 ตั้งแต่ต้น ก.พ.65

สหรัฐฯ พิจารณาเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีโจมตีพลเรือนในยูเครน

หนังสือพิมพ์ Washington Post รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 อ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย หลังจากปรากฏหลักฐานว่า รัสเซียโจมตีและสังหารหมู่พลเรือนในเมือง Bucha ใกล้กรุงเคียฟ ยูเครน พร้อมกับที่รัฐบาลยูเครนเรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court-ICC) สอบสวนกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดมาตรการดังกล่าว ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ หารือกับพันธมิตรในยุโรปเกี่ยวกับการเพิ่มมาตรการลงโทษรัสเซียอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนการสอบสวนว่ารัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม ทั้งนี้ สหรัฐฯ อาจขยายการกดดันรัสเซียด้วยมาตรการคว่ำบาตรแบบทุติยภูมิ (secondary sanction) หรือการห้ามประเทศอื่น ๆ รวมทั้งบริษัทต่างชาติดำเนินธุรกรรมกับรัสเซีย และการคว่ำบาตรอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจรัสเซีย ได้แก่ เหมืองแร่ และการคมนาคม

ยุโรปยืนยันจะชำระเงินค่าพลังงานเป็นสกุลเงินยูโร

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 31 มี.ค.65 ว่า ประเทศยุโรปที่นำเข้าพลังงานจากรัสเซียและอยู่ในรายชื่อประเทศไม่เป็นมิตรของรัสเซีย อาทิ เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ยืนยันจะชำระเงินค่าพลังงานเป็นสกุลเงินยูโรตามที่ระบุในสัญญา พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัสเซียเคารพสัญญาซื้อขายพลังงาน และประณามท่าทีของรัสเซียที่บังคับให้ชำระเป็นสกุลเงินรูเบิลว่าเป็นการแบล็กเมล์ทางการเมืองและพยายามสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจกลับไปยังยุโรป ทั้งนี้ ประเทศยุโรปเตรียมการรับมือภาวะขาดแคลนพลังงานที่อาจเกิดขึ้น แม้สหรัฐฯ จะเพิ่มการส่งออกก๊าซธรรมชาติมายังยุโรป แต่คาดว่ายังไม่สามารถทดแทนปริมาณที่สูญเสียไปหากรัสเซียยุติการส่งก๊าซธรรมชาติ ด้านเยอรมนีขอความร่วมมือประชาชนประหยัดพลังงาน เนื่องจากกังวลว่ารัสเซียอาจยุติการส่งออกพลังงาน

ลิทัวเนียระงับการนำเข้าก๊าซจากรัสเซียเป็นประเทศแรกของ EU

สำนักข่าว RT ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 2 เม.ย.65 ว่า ประธานาธิบดี Gitanas Nauseda ของลิทัวเนีย เรียกร้องให้ประเทศในยุโรประงับการนำเข้าก๊าซและน้ำมันจากรัสเซีย และนาย Dainius Kreivys รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลิทัวเนียระบุว่าลิทัวเนียไม่มีแผนจ่ายค่าก๊าซเป็นเงินรูเบิลตามที่รัสเซียตั้งเงื่อนไข และจะไม่นำเข้าก๊าซจากรัสเซียอีกต่อไป อีกทั้ง นำเข้าก๊าซผ่านทางท่าเรือน้ำลึกปลอดน้ำแข็ง Klaipeda ของลิทัวเนีย ทางฝั่งตะวันออกของทะเลบอลติก และสามารถขนส่งไปยังลัตเวียและโปแลนด์ ด้าน สำนักข่าว LTR ของลิทัวเนีย รายงานเมื่อ 3 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงนาย Uldis Bariss ประธานกรรมการของบริษัท Conexus Baltic Grid ว่า ประเทศกลุ่มบอลติกซึ่งเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU)  ได้แก่ ลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย จะระงับการนำเข้าก๊าซจากรัสเซียนับแต่ เม.ย.65

รัสเซียยังไม่ตัดการจ่ายก๊าซไปยังสหภาพยุโรปในทันทีหลังตั้งเงื่อนไขให้ชำระเงินเป็นรูเบิล

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 2 เม.ย.65 อ้างคำกล่าวของนายดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ว่า บริษัท Shell ของสหราชอาณาจักร ไม่สามารถทำธุรกรรมซื้อก๊าซจาก Gazprom บริษัทด้านพลังงานของรัสเซียได้ เนื่องจากสหราชอาณาจักร ซึ่งรวมถึงสหภาพยุโรป (EU) คว่ำบาตร Gazprombank ธนาคารรัสเซีย ที่ทำหน้าที่แปลงสกุลเงินต่างชาติ เช่น ยูโร และดอลลาร์สหรัฐ เป็นสกุลเงินรูเบิล สำหรับชำระค่าก๊าซและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 1 เม.ย.65 ว่า บริษัท Shell จะไม่สามารถจ่ายค่าก๊าซให้กับรัสเซียได้ เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรธนาคารรัสเซียของประเทศตะวันตก ในวันเดียวกันนายเปสคอฟระบุว่า รัสเซียยังไม่ตัดการจ่ายก๊าซไปยังยุโรปผ่านระบบท่อส่งก๊าซของรัสเซียในทันที แต่จะใช้กับงวดส่งมอบในปลาย เม.ย.หรือต้น พ.ค.65 เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศคู่ค้าเปิดบัญชีกับ Gazprombank และเจรจาสัญญาฉบับใหม่ตามเงื่อนไขของรัสเซีย

NATO เตือนรัสเซียยกระดับการโจมตีในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เปิดเผยเมื่อ 31 มี.ค.65 ว่า รัสเซียกำลังจัดกองกำลังใหม่เพื่อยกระดับการโจมตีเป็นสองเท่าในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน โดยมีรายงานการส่งเสบียง ยุทโธปกรณ์ และกำลังรบเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แม้รัสเซียจะประกาศถอนกำลังทหารบางส่วน ทั้งนี้ NATO ประเมินว่า เป้าหมายหลักของรัสเซียคือการปลดปล่อยภูมิภาคดอนบาส และสร้างแรงกดดันต่อกรุงเคียฟและเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์อื่น ๆ ซึ่งคาดเดายุทธวิธีได้ยาก

ยูเครนส่งเอกสารให้กับประเทศค้ำประกันความมั่นคงเพื่อแลกกับสถานะเป็นกลาง

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 2 เม.ย.65 อ้างคำให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Fox ของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ว่า ยูเครนส่งมอบร่างการค้ำประกันความมั่นคง ความปลอดภัย ไปยังสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และตุรกี ซึ่งจะรวมถึงประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) และที่ไม่ใช่ NATO เช่น อิสราเอล ไอร์แลนด์ และจีน ในฐานะประเทศผู้ค้ำประกันความปลอดภัยให้กับยูเครน หากยูเครนรับสถานะเป็นกลางตามข้อเสนอของรัสเซีย เพื่อยุติสถานการณ์ในยูเครน โดยยูเครนต้องการให้เนื้อหาและรูปแบบคล้ายมาตรา 5 ของสนธิสัญญา NATO เฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือทางทหารและการจัดตั้งเขตห้ามบิน (no-fly area) เพื่อดำเนินการแก้ไขทางการทูต ทั้งนี้ รายชื่อประเทศผู้ค้ำประกันของยูเครน อาจรวมถึงสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เยอรมนี อิสราเอล อิตาลี แคนาดา โปแลนด์ และตุรกี แต่การค้ำประกันจะไม่ครอบคลุมไครเมียและดอนบาส ขณะที่นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเมื่อ 1 เม.ย.65…

ธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาของยุโรปคาดการณ์เศรษฐกิจรัสเซียและยูเครนหดตัวรุนแรง

ธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาของยุโรป (EBRD) เปิดเผยเมื่อ 31 มี.ค.65 คาดการณ์เศรษฐกิจของรัสเซียและยูเครน ปี 2565 จะหดตัวลงร้อยละ 10 และ 20 ตามลำดับ จากเดิมที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 3 และ 3.5 ตามลำดับ นอกจากนี้ สถานการณ์ในยูเครนเสี่ยงทำให้เกิดภาวะชะงักงันด้านอุปทานรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ทั้งนี้ การคาดการณ์ดังกล่าวอยู่บนสมมติฐานว่า รัสเซียและยูเครนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้ภายใน 2-3 เดือน และมีความพยายามฟื้นฟูเมืองและเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในยูเครน ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจยูเครนฟื้นตัวได้ร้อยละ 23 ในปี 2566 ส่วนรัสเซียที่ยังเผชิญการคว่ำบาตรจากประเทศตะวันตก อาจฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ

UNHCR ระบุผู้ลี้ภัยจากวิกฤตยูเครนเพิ่มขึ้นถึง 4,000,000 ราย

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees – UNHCR) ระบุเมื่อ 30 มี.ค.65 วิตกกับวิกฤตความรุนแรงในยูเครนที่ทำให้จำนวนผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นถึง 4,000,000 ราย สูงกว่าที่คาดการณ์เมื่อเริ่มสงคราม และเป็นวิกฤตผู้ลี้ภัยที่รุนแรงที่สุดของยุโรปตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยผู้ลี้ภัยเดินทางไปยังโปแลนด์มากที่สุดกว่า 2,300,000 ราย โรมาเนีย 608,000 ราย มอลโดวา 387,000 ราย และฮังการี 364,000 ราย ขณะที่ผู้ลี้ภัยบางรายเดินทางกลับยูเครนเพื่อเข้าร่วมการป้องกันประเทศ หรือดูแลญาติ ทั้งนี้ UNHCR ยืนยันว่ายังคงให้ความช่วยเหลือประชาชนยูเครนอย่างต่อเนื่อง อาทิ ให้ความคุ้มครองความปลอดภัย บริการที่พักฉุกเฉิน ให้ความช่วยเหลือด้านเงินสด และสิ่งของบรรเทาทุกข์