UNHRC แต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญสืบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัสเซียในยูเครน

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ( Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights-OHCHR) เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 30 มี.ค.65 ว่า นาย Federico Villegas ประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council -UNHRC) แต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน 3 ราย จากนอร์เวย์ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และโคลอมเบีย เพื่อสอบสวนการก่ออาชญากรรมสงคราม รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน และกฎหมายระหว่างประเทศอื่น ๆ ของรัสเซียในยูเครน โดยคณะผู้เชี่ยวชาญจะรวบรวม และวิเคราะห์การละเมิดสิทธิมนุษยชนของกองทัพรัสเซียในยูเครนจากข้อมูลทั่วไป การสัมภาษณ์ คำให้การของพยาน และเอกสารทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ในกระบวนการทางกฎหมายในอนาคต

ตุรกีระบุการเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครนคืบหน้า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตุรกี เปิดเผยเมื่อ 29 มี.ค.65 ว่า การเจรจาสันติภาพระดับผู้แทนระหว่างรัสเซียกับยูเครน ครั้งที่ 6 ที่นครอิสตันบูล มีความคืบหน้ามากที่สุดนับตั้งแต่มีการเจรจาสันติภาพ โดยสามารถบรรลุข้อตกลงประนีประนอมในบางประเด็น เพื่อให้สงครามสิ้นสุดโดยเร็ว ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศจะจัดการเจรจาระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ครั้งที่ 2 เพื่อหารือในประเด็นที่ซับซ้อนมากขึ้น ก่อนที่จะจัดการประชุมระหว่างประธานาธิบดีรัสเซียและประธานาธิบดียูเครน

ยูเครนใช้ปัญญาประดิษฐ์สนับสนุนการทำสงครามกับรัสเซีย

เมื่อ 12 มี.ค.65 กระทรวงกลาโหมของยูเครนเริ่มต้นใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์การจดจำใบหน้าคนของบริษัทสตาร์ทอัพ Clearview ของสหรัฐฯ ซึ่งเสนอให้ยูเครนตั้งแต่รัสเซียเริ่มโจมตีต่อยูเครนเมื่อปลาย ก.พ. 65

มาเลเซียเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรงกรณีรัสเซีย-ยูเครน

เว็บไซต์ Malaymail รายงานเมื่อ 29 มี.ค.65 อ้างดาโต๊ะ ซรี ฮิชัมมุดดิน ตุน ฮุสเซ็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย ระหว่างกล่าวปาฐกถาพิเศษที่งาน Putrajaya Forum 2022 กรุงกัวลาลัมเปอร์ ว่า มาเลเซียย้ำถึงความห่วงกังวลในประเด็นความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยุติความรุนแรงในทันที โดยมาเลเซียเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) ทำหน้าที่หลักในการรักษาสันติภาพและและความมั่นคงระหว่างประเทศ สำหรับจุดยืนของมาเลเซียในประเด็นทะเลจีนใต้ยังคงชัดเจนเช่นเดิม คือ การร่วมแก้ไขปัญหาข้อพิพาทผ่านการเจรจา โดยเคารพกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศ

EU จะจัดตั้งช่องทางขนส่งสินค้าทางการเกษตรและอาหารกับยูเครน

คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission-EC) เปิดเผยเมื่อ 28 มี.ค.64 ว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางจัดตั้งช่องทางการค้าสำหรับสินค้าทางการเกษตรและอาหาร หรือ Green Corridor ระหว่างสหภาพยุโรป (European Union-EU) กับโปแลนด์และยูเครน เพื่อเป็นการประกันความมั่นคงด้านอาหาร โดยจะใช้ช่องทางทะเลบอลติกเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า แทนเส้นทางเดิมที่ใช้ท่าเรือทะเลดำ ซึ่งถูกรัสเซียจำกัดการขนส่งสินค้าทางทะเล

เยอรมนีออกข้อห้ามแสดงสัญลักษณ์ Z สนับสนุนรัสเซีย

กระทรวงมหาดไทยของเยอรมนีชี้แจงเมื่อ 28 มี.ค.65 กรณีออกข้อกำหนดห้ามแสดงสัญลักษณ์ Z เพื่อแสดงถึงการสนับสนุนการรุกรานของรัสเซียต่อยูเครน โดยผู้ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นมีอำนาจในการพิจารณาว่า การใช้สัญลักษณ์ Z ถือเป็นการก่ออาชญากรรมหรือไม่ ทั้งนี้ สัญลักษณ์ดังกล่าวมีที่มาจากการประทับตราสัญลักษณ์ Z V และ O ที่ยุทโธปกรณ์ทางทหารของกองทัพรัสเซีย ซึ่งกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า สัญลักษณ์ Z สื่อถึงชัยชนะในภาษารัสเซีย

ญี่ปุ่นเตรียมระงับการส่งออกสินค้าฟุ่มเฟือยไปรัสเซีย

สำนักข่าว Mainichi รายงานเมื่อ 29 มี.ค.65 อ้างถ้อยแถลงของนายฮากิอูดะ โคอิจิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่นว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติการระงับส่งออกสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องประดับ รถยนต์หรู และงานศิลปะ ไปรัสเซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรัสเซียจากการใช้กำลังบุกรุกยูเครนลักษณะเดียวกับของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (European Union-EU) ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 5 เม.ย.65 โดยการระงับส่งออกสินค้าข้างต้นมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างแรงกดดันให้กับชนชั้นสูงที่มีอิทธิพลทางการเมืองรัสเซียหรือสนับสนุนประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูตินของรัสเซีย ทั้งนี้ ญี่ปุ่นออกมาตรการระงับการส่งออกสินค้าฟุ่มเฟือยดังกล่าวกับเกาหลีเหนือเมื่อปี 2549 หลังเกาหลีเหนือประกาศทดสอบอาวุธนิวเคลียร์

NATO จะเสริมกำลังทหารในพื้นที่ยุโรปตะวันออก

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เปิดเผยเมื่อ 23 มี.ค.65 ว่า NATO เตรียมเสริมกำลังทางทหารเพิ่มเติมในประเทศยุโรปตะวันออก เช่น ฮังการี สโลวะเกีย บัลแกเรีย และโรมาเนีย และจะจัดส่งยุทโธปกรณ์ป้องกันการโจมตีด้วยอาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ อาวุธรังสี และอาวุธนิวเคลียร์จากรัสเซีย โดยปัจจุบัน NATO มีกองกำลังประจำการในพื้นที่ยุโรปตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ทะเลบอลติกจนถึงทะเลดำ ประกอบด้วยทหารบก 140,000 นาย เรือรบ 140 ลำ และเครื่องบินรบ 130 ลำ พร้อมทั้งเตือนว่า การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และจะเผชิญผลลัพธ์ตอบโต้รุนแรง แต่หลีกเลี่ยงการกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ NATO จะส่งทหารเข้าพื้นที่ยูเครน หากรัสเซียโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์

EU ออกมาตรการช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรรัสเซีย

คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission – EC) เปิดเผยเมื่อ 23 มี.ค.65 ถึงมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 400,000 ยูโร (ประมาณ 14.7 ล้านบาท) ลดภาษี สินเชื่อและการค้ำประกันสินเชื่อ และเงินชดเชยสูงสุดร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านยูโร ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากภาคธุรกิจในยุโรปร้องเรียนผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตร เฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจในภาคเกษตรกรรม ประมง อุตสาหกรรมยานยนต์ เหล็ก ไฟเบอร์กลาส ปุ๋ย เคมีภัณฑ์ ท่องเที่ยว สินค้าฟุ่มเฟือย และสินค้าโภคภัณฑ์ อนึ่ง มาตรการดังกล่าวจะมีผลระหว่าง 1 เม.ย.-31 ธ.ค.65

UNGA รับรองมติสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในยูเครน

ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) เมื่อ 24 มี.ค.65 มีมติเสียงข้างมากรับรองร่างมติประเด็นสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในยูเครน ซึ่งเสนอโดยยูเครนและประเทศตะวันตก โดยเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนเงินทุนให้กับโครงการ Humanitarian Response Plan 2022 ในยูเครน ของสหประชาชาติ พร้อมทั้งเรียกร้องรัสเซียให้ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที ปกป้องประชาชนทุกเชื้อชาติ รวมถึงผู้ลี้ภัยจากการใช้ความรุนแรง สนับสนุนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในยูเครนและประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนประณามการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ สมาชิก UN ลงคะแนนเสียงเห็นด้วยกับร่างมติดังกล่าวของยูเครน 140 เสียง ไม่เห็นด้วย 5 เสียง ได้แก่ รัสเซีย เบลารุส เกาหลีเหนือ เอริเทรีย และซีเรีย และงดออกเสียง 38 เสียง อาทิ จีน คิวบา อินเดีย อิหร่าน คาซัคสถาน แอฟริกาใต้  บรูไน ลาว และเวียดนาม ขณะที่ร่างมติของแอฟริกาใต้ในประเด็นเดียวกันไม่ได้รับการพิจารณาลงคะแนนเสียง หลังขาดเสียงสนับสนุนจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่ง จากประเทศตะวันตก เนื่องจากไม่ระบุถึงการบุกยูเครนของรัสเซีย