ที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจาบวกสามเห็นพ้องให้ความช่วยเหลือทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจระหว่างกัน

สำนักข่าวหลายสำนักรายงานเมื่อ 3 ส.ค.64 ว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาบวกสาม (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น) ผ่านระบบการประชุมทางไกลในวันเดียวกัน เห็นพ้องกระชับความร่วมมือระหว่างกันเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดโรค COVID-19 และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ประเทศคู่เจรจาบวกสามพร้อมสนับสนุนอาเซียนในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด การให้ความช่วยเหลือเพื่อยกระดับศักยภาพการป้องกันทางการแพทย์ การวิจัย-พัฒนาและการเข้าถึงวัคซีน อีกทั้ง ที่ประชุมยังตกลงที่จะประสานงานกันมากขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกการแลกเปลี่ยนการค้าและการลงทุน การขยายความเชื่อมโยงในภูมิภาค และการยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างกันหากสถานการณ์มีความพร้อม นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบที่จะยกระดับความร่วมมือระหว่างกันในสาขาใหม่ รวมถึงการให้สัตยาบันความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership-RCEP) โดยเร็ว ส่วนประเด็นด้านความมั่นคง ที่ประชุมเน้นย้ำการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อให้เกิดเสถียรภาพในภูมิภาค

UAE อนุมัติใช้วัคซีน Sinopharm ในเด็กอายุ 3 – 17 ปี เป็นกรณีฉุกเฉิน

องค์การจัดการภาวะวิกฤตฉุกเฉินและภัยพิบัติแห่งชาติ (National Emergency Crisis and Disaster Management Authority-NCEMA) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศเมื่อ 2 ส.ค.64 ว่า UAE อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของ China National Biotec Group (CNBG) ในเครือบริษัท Sinopharm ผู้ผลิตยารายใหญ่ของจีน เพื่อฉีดให้เด็กอายุ 3 – 17 ปี เป็นกรณีฉุกเฉิน หลังจากการประเมินผลการทดลองทางคลินิกของกลุ่มอาสาสมัครเด็ก 900 คน ที่ได้รับวัคซีน Sinopharm เมื่อ มิ.ย.64 เสร็จสิ้นและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน UAE ส่วนผลการทดลองทางคลินิกดังกล่าว เฉพาะอย่างยิ่งประสิทธิภาพของวัคซีน Sinopharm ในการลดอัตราการติดเชื้อและอาการป่วยรุนแรงในอาสาสมัคร รวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ COVID-19 ของร่างกายอาสาสมัครหลังจากได้รับวัคซีน จะมีการเผยแพร่อย่างเป็นทางการภายหลัง ทั้งนี้ UAE เป็นประเทศที่ 2 รองจากจีน…

เวียดนามได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 จากโครงการ COVAX เพิ่มอีก 1.18 ล้านโดส

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์.VGP News ของรัฐบาลเวียดนาม รายงานเมื่อ 2 ส.ค.64 ว่า เวียดนามได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ผ่านโครงการ COVAX อีก 1.18 ล้านโดส รวมเป็น 8,681,300 โดส วันเดียวกัน นายงเหวียน ทัญ ล็อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม เปิดเผยว่า เวียดนามจะได้รับวัคซีนจากบริษัท Pfizer อีกประมาณ 50 ล้านโดสในไตรมาส 4/2564 หลังจากได้วัคซีนดังกล่าวมาแล้วกว่า 420,000 โดส ทั้งนี้ สธ.เวียดนามอนุมัติการฉีดวัคซีน Pfizer เป็นเข็ม 2 ให้แก่บุคคลที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มแรก บนเงื่อนไขการยินยอมจากผู้เข้ารับการฉีด อย่างไรก็ดี เวียดนามซึ่งได้รับวัคซีนจากผู้ผลิตหลากหลายบริษัทมาแล้วทั้งสิ้น 17.6 ล้านโดส ฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเข็มแรกได้เพียง 6.41 ล้านคน และเข็มที่ 2 ประมาณ 600,000 คน ขณะที่เวียดนามตั้งเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ร้อยละ…

วัคซีน Covaxin ของอินเดียสามารถป้องกันเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตา

สภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (Indian Council of Medical Research-ICMR) ทวีตข้อความ เมื่อ 2 ส.ค.64 อ้างรายงานผลการทดสอบทางคลินิก ระยะที่ 3 ของวัคซีน Covaxin ต่อการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สายพันธุ์เดลตา ผ่านเว็บไซต์ www.biorxiv.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์เผยแพร่งานวิจัยทางชีววิทยาก่อนตีพิมพ์ โดยผลการทดลองระบุว่า วัคซีน Covaxin ของบริษัท Bharat Biotech ของอินเดีย มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตา ร้อยละ 65.2 ซึ่งเป็นเชื้อสายพันธุ์ที่มีการตรวจพบครั้งแรกในอินเดีย และมีการกลายพันธุ์เป็น 3 สายพันธุ์ย่อย ได้แก่ เดลตา AY.1 เดลตา AY.2 และเดลตา AY.3

AI เรียกร้องไทยยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที

Amnesty International (AI) ประเทศไทย เผยแพร่บทความทางเว็บไซต์เมื่อ 3 ส.ค.64 เรียกร้องไทยให้ยกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ทันที เนื่องจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องของไทย ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ AI ยังวิจารณ์การสลายการชุมนุมและการจับกุมผู้ชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงของ จนท. บริเวณโรงพยาบาลทหารผ่านศึกเมื่อ 1 ส.ค.64 ว่าเป็นความพยายามของรัฐในการสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ชุมนุมและผู้เห็นต่างในสังคม

ญี่ปุ่น

ระบุเมื่อ 4 ส.ค.64 พบคลัสเตอร์ของการติดเชื้อ COVID-19 ในหมู่บ้านนักกีฬาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก โดยพบผู้ติดเชื้อ 5 ราย เมื่อ 3 ส.ค.64 เป็นนักกีฬาทีมระบำใต้น้ำของกรีซ 4 คน และเจ้าหน้าที่ 1 คน จากจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทีม 12 คน

สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 4 ส.ค.64 อยู่ระหว่างพิจารณาฉีดวัคซีนของบริษัท Johnson&Johnson ให้ผู้อพยพในค่ายผู้อพยพบริเวณชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก ทั้งกลุ่มที่รอส่งตัวกลับ และอยู่ระหว่างดำเนินคดี เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตา

ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 4 ส.ค.64 บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์แบบพิเศษ ในนครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ สำหรับอาคารชุดที่มีผู้พักอาศัยติดเชื้อ COVID-19 จำนวนมาก โดยห้ามออกจากอาคาร และต้องตรวจหาเชื้อ COVID-19 ซึ่งทางการจะจัดส่งอาหารและสิ่งจำเป็นให้ในห้วงกักตัว 14 วัน

The Intelligence Podcast EP.11 : การแข่งขันของประเทศมหาอำนาจ Vaccine Diplomacy

ประเทศมหาอำนาจ ที่สำคัญได้แก่สหรัฐฯ กับจีน กำลังแข่งขันดำเนินนโยบายการทูตวัคซีน หรือ Vaccine Diplomacy แต่ละประเทศมีเป้าหมายอย่างไร มีความคืบหน้าแค่ไหน และสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้หรือเปล่า เชิญรับฟังมุมมองของ The Intelligence กันครับ