WHO

ระบุเมื่อ 12 ส.ค.64 ว่า ร่วมกับนักวิจัยใน 52 ประเทศ เตรียมทดสอบยาสำหรับรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 เพิ่มเติม 3 ชนิด ได้แก่ ยาอาร์ทีซูเนต (Artesunate) ที่ใช้รักษาโรคมาลาเรีย ยาอิมมาตินิบ (Imatinib) ที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง และยาอินฟลิซิแมบ (Infliximab) ที่ใช้รักษาโรคความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

The Intelligence Podcast EP.12 : การก่อการร้ายในสถานการณ์ COVID-19

ช่วงนี้การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้ข่าวสารเรื่องการก่อการร้ายทั่วโลกดูห่างหายไปจากกระแส ขณะเดียวกันเชื่อว่ากลุ่มก่อการร้ายต่าง ๆ ก็ยังคงสั่งสมความแข็งแกร่งเพื่อเคลื่อนไหวในระยะต่อไป แล้วประชาชนทั่วไปอย่างเรา ๆ จะสามารถมีส่วนร่วมป้องกันเหตุก่อการร้ายได้ยังไง เชิญรับฟังมุมมองของ The​ Intelligence ​ได้เลยครับ

ส่องมาตรการคุมการชุมนุมรอบโลก ขณะมวลมนุษยชาติมุ่งฝ่าวิกฤต COVID-19

ในรอบปี 2564 ที่ผ่านมา สถานการณ์ COVID-19 ยังคงอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกยังเพิ่มสูงขึ้นวันละหลักแสนคน สาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลตา ที่สามารถติดต่อได้ง่าย ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง โลกกำลังอยู่ระหว่างความพยายามกระจายและฉีดวัคซีนในทุกภูมิภาค ในวันที่ 12 สิงหาคม 2564 ประชากรโลกร้อยละ 15.8 ได้รับวัคซีนครบทุกโดสแล้ว และร้อยละ 30.4 ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส

เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือ/มอสโก สนับสนุนความร่วมมือกับรัสเซียเพื่อต่อต้านสหรัฐฯ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ และรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 12 ส.ค.64 ว่า นาย Sin Hong-chol เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือ/มอสโก ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว TASS ของรัสเซีย เมื่อ 11 ส.ค.64 กรณีการฝึกซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ เป็นการซ้อมรบเพื่อป้องกันการโจมตีจากเกาหลีเหนือ แสดงถึงความไม่จริงใจของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า จะใช้วิธีทางการทูตและการเจรจาโดยไม่มีเงื่อนไข สหรัฐฯ จึงต้องรับผิดชอบที่ทำให้สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียด และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ถอนกองกำลังพร้อมยุทโธปกรณ์ออกจากเกาหลีใต้ นอกจากนี้ เกาหลีเหนือจำเป็นต้องเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากต่างประเทศ รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนาความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์กับรัสเซียเพื่อต่อต้านสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ มีแนวโน้มดำเนินนโยบายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงรัสเซีย ทั้งนี้ เกาหลีเหนือแสดงท่าทีไม่พอใจกับการฝึกซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก โดยออกแถลงการณ์โจมตีเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มฝึกซ้อมรบร่วมทางทหารรูปแบบจำลองสถานการณ์ทางคอมพิวเตอร์ระหว่าง 10-13 ส.ค.64 และฝึกซ้อมรบหลักระหว่าง 16-26 ส.ค.64 โดยลดจำนวนทหารที่เข้าร่วม และไม่มีการฝึกภายนอกอาคาร

นายกรัฐมนตรีเกาหลีเหนือตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัยใน จังหวัดฮัมกย็องใต้

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 12 ส.ค.64 อ้าง สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือว่า นายคิม ต็อก-ฮุน (Kim Tok-hun) นายกรัฐมนตรีเกาหลีเหนือ ตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัยจากพายุไต้ฝุ่นในจังหวัดฮัมกย็องใต้ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของประเทศ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนและถกำลังทหารเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูความเสียหาย รวมถึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพื้นที่เสียหายเพื่อวางมาตรการฟื้นฟูและลดความเสียหายในพืชผลทางการเกษตร นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเกาหลีเหนือสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดให้ความสำคัญกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบตามเจตนารมณ์ของพรรคคนงานเกาหลี โดยก่อนหน้านี้ นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ สั่งการให้รัฐบาลเกาหลีเหนือให้ความช่วยเหลือจังหวัดฮัมกย็องใต้อย่างเต็มที่ และให้คณะกรรมาธิการทหารของพรรคระดับจังหวัดจัดประชุมฉุกเฉินเพื่อเร่งวางมาตรการฟื้นฟูความเสียหาย

บังกลาเทศฉีดวัคซีน COVID-19 ให้ผู้อพยพชาวโรฮีนจาระหว่าง 10-13 ส.ค.64

หนังสือพิมพ์Dhaka Tribune รายงานเมื่อ 9 ส.ค.64 ว่า รัฐบาลบังกลาเทศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มฉีดวัคซีน COVID-19 ให้กับผู้อพยพชาวโรฮีนจาระหว่าง 10-13 ส.ค.64 โดยผู้อพยพชาวโรฮีนจาที่อายุ 50 ปี ขึ้นไป จำนวน 48,000 คนที่ลงทะเบียนไว้กับ United Nations High Commissioner for Refugees (UNHCR) จะได้รับวัคซีนในห้วงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม อาจจะมีการขยายเวลาหากมีผู้ลงทะเบียนขอรับวัคซีนเพิ่ม ทั้งนี้ ผู้อพยพชาวโรฮีนจาจะได้รับวัคซีน Sinopharm ของจีนเป็นเข็มแรกและจะได้รับวัคซีนเข็มที่สองใน ก.ย.64 ปัจจุบัน (ข้อมูลถึง 9 ส.ค.64) มีผู้อพยพชาวโรฮีนจาติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 2,409 ราย เสียชีวิต 28 คน นอกจากนี้รัฐบาลบังกลาเทศอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับผู้อพยพชาวโรฮีนจาที่อาศัยอยู่ที่เกาะบาชาน ชาร์ จำนวน 19,000 คน ในโอกาสต่อไปด้วย

อินเดียปิดทำการสถานกงสุลใหญ่แห่งสุดท้ายในอัฟกานิสถาน

สำนักข่าวThe Indian Express รายงานเมื่อ 10 ส.ค.64 ว่า อินเดียปิดทำการสถานกงสุลใหญ่อินเดีย ณ เมือง Mazar-i-Sharif ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของอัฟกานิสถาน ใกล้ชายแดนอุซเบกิสถานและทาจิกิสถาน และเป็นสถานกงสุลใหญ่อินเดียแห่งสุดท้ายที่ยังเปิดทำการในอัฟกานิสถาน พร้อมอพยพนักการทูต เจ้าหน้าที่กงสุล และชาวอินเดียในอัฟกานิสถานกลับประเทศด้วยเที่ยวบินพิเศษของกองทัพอากาศอินเดีย เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในอัฟกานิสถานทวีความรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ดี สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ณ กรุงคาบูล อัฟกานิสถาน ยังคงเปิดทำการต่อไป

สหรัฐฯ จะจัดการประชุมสุดยอดเพื่อส่งเสริมค่านิยมประชาธิปไตย

สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อ 11 ส.ค.64 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน จะจัดการประชุมสุดยอด Summit for Democracy ผ่านระบบประชุมทางไกล ระหว่าง 9-10 ธ.ค.64 โดยจะเชิญผู้นำประเทศ ภาคประชาสังคม องค์กรการกุศล และภาคเอกชน เข้าร่วมประกาศคำมั่นและหารือเกี่ยวกับแนวทางในการส่งเสริมค่านิยมประชาธิปไตยใน 3 ด้าน ได้แก่ การต่อต้านลัทธิเผด็จการ การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน และการส่งเสริมหลักสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะจัดการประชุมครั้งที่ 2 ในปี 2565 เพื่อติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อประเทศที่จะเข้าร่วมการประชุม

ลาวรับมอบความช่วยเหลือจากรัฐบาลอินเดียเพื่อก่อสร้างหอพักและโรงเรียนประถมในลาว

เว็บไซต์ สำนักข่าวสารประเทศลาว ภาคภาษาลาว รายงานเมื่อ 11 ส.ค.64 ว่า นายหนูพัน อุดสา หัวหน้ากรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬาลาว นายวงเพ็ด อุดมลิด หัวหน้าแผนกศึกษาธิการและกีฬาแขวงหลวงพระบาง และนาย Dinkar Asthana ออท.อินเดีย/ลาว เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding-MOU) ระหว่างกรมอาชีวศึกษา แผนกศึกษาธิการและกีฬาแขวงหลวงพระบาง และ สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย/นครหลวงเวียงจันทน์ ที่กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา เมื่อ 11 ส.ค.64 โดยบันทึกความเข้าใจดังกล่าวเพื่อดำเนินการก่อสร้างหอพักศูนย์พัฒนาผู้ประกอบกิจการลาว-อินเดีย ในนครหลวงเวียงจันทน์ การก่อสร้างโรงเรียนประถมนาแค้ง เมืองจอมเพ็ด และการก่อสร้างโรงเรียนประถมกิ่วซ้าง เมืองโพนทอง แขวงหลวงพระบาง โดยทุนสนับสนุนจากรัฐบาลอินเดียรวมมูลค่าโครงการ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5 ล้านบาท) ทั้งนี้ นายพุด สิมมาลาวง รมว.ศึกษาธิการและกีฬาลาว กล่าวขอบคุณรัฐบาลและประชาชนอินเดีย ที่ให้การช่วยเหลือลาวในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

สภาแห่งชาติลาวรับรองแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยาเสพติดของรัฐบาลลาว

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 11 ส.ค.64 อ้างผลการประชุมสมัยวิสามัญ สภาแห่งชาติลาว ชุดที่ 9 ครั้งที่ 1 เมื่อ 10 ส.ค.64 ว่า สภาแห่งชาติลาวได้อนุมัติการแก้ไขกฎหมาย 5 ฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาษี ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต และยา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามวาระแห่งชาติ 2 ประการ ได้แก่ 1) การแก้ไขปัญหาการและเศรษฐกิจ และ 2) การแก้ไขปัญหายาเสพติดในลาว ซึ่งลาวได้ตั้งเป้าหมายแก้ไขปัญหาการเงินและเศรษฐกิจของประเทศให้ได้ภายในปี 2566 โดยจะลดหนี้สาธารณะให้ไม่เกินร้อยละ 64.5 ของ GDP มีหนี้ต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 55.4 ของ GDP มีเงินสำรองระหว่างประเทศเพียงพอต่อการนำเข้าสินค้าอย่างน้อย 3 เดือน และจัดการสินเชื่อที่ไม่ก่อรายได้ให้ไม่เกินร้อยละ 3 ของสินเชื่อทั้งหมด อีกทั้งสภาแห่งชาติลาวรับรองหลักดำเนินการ 5 ประการของรัฐบาลลาว ได้แก่ 1) ส่งเสริมการผลิตเพื่อส่งออกและลดการนำเข้า 2) เสิรมสร้างการเก็บรายได้…