อินโดนีเซียเร่งออกใบอนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์ม ภายใต้นโยบายปกป้องอุปทานในประเทศ

นายลูฮัท บินซาร์ ปันด์จัยตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการทางทะเลและการลงทุนของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 5 มิ.ย.65 ว่า ทางการได้ออกใบอนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์มไปแล้วประมาณ 302,000 ตัน นับตั้งแต่อนุญาตให้กลับมาส่งออกน้ำมันปาล์มได้อีกครั้ง เมื่อ 23 พ.ค.65 หลังจากระงับการส่งออกชั่วคราว เมื่อ 28 เม.ย.65 พร้อมกับให้ความมั่นใจแก่เกษตรกรและผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มว่า ทางการจะเร่งกระบวนการอนุญาตการส่งออกเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี การส่งออกต้องอยู่ภายใต้นโยบายการปกป้องอุปทานภายในประเทศ รวมถึงการกำหนดให้ผู้ผลิตต้องสำรองผลิตภัณฑ์สำหรับการขายในประเทศก่อน (Domestic Market Obligation-DMO) ทำให้การส่งออกภายใต้นโยบายดังกล่าวจะปรับลดมาอยู่ที่ประมาณ 300,000 ตัน/เดือน จากเดิมที่เคยส่งออกที่ 2,500,000 ตัน/เดือน

รมช.กต.สหรัฐฯ จะเยือนเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ลาวและเวียดนาม

นางเวนดี เชอร์แมน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเยือนเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ลาว และเวียดนาม ระหว่าง ๕-๑๔ มิ.ย.๖๕ เพื่อส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับภูมิภาค โดยการเยือนเกาหลีใต้ จะเน้นย้ำการส่งเสริมบทบาทสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งพบหารือกับผู้แทนระดับสูงของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ๓ ฝ่าย การเยือนฟิลิปปินส์ จะกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลชุดใหม่ และพบหารือกับภาคธุรกิจและร่วมฉลองโอกาสวัน World Oceans Day สำหรับลาว จะเพิ่มความร่วมมือด้านการเก็บกู้วัตถุระเบิด ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาค ส่วนเวียดนาม จะมุ่งกระชับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ รวมทั้งการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งในภูมิภาค

สหรัฐฯ จะจัดการฝึกร่วมรหัส RIMPAC ครั้งที่ ๒๘ ระหว่าง ๒๙ มิ.ย.-๔ ส.ค.๖๕

ผู้บัญชาการกองเรือที่ ๓ ของสหรัฐฯ ระบุเมื่อ ๑ มิ.ย.๖๕ ว่า สหรัฐฯ จะจัดการฝึกร่วมทางทะเลขนาดใหญ่ รหัส Rim of the Pacific (RIMPAC) ระหว่าง ๒๙ มิ.ย.- ๔ ส.ค.๖๕ ในพื้นที่รัฐฮาวาย และชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยจะมีทหารประมาณ ๒๕,๐๐๐ นายจาก ๒๖ ประเทศเข้าร่วม และใช้เรือ ๓๘ ลำ รวมทั้งเรือดำน้ำ ๔ ลำ ร่วมการฝึก โดยจะเน้นการฝึกเพื่อเสริมสร้างความสามารถ การปรับตัว และกระชับการเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน สำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เข้าร่วมการฝึกดังกล่าว ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน

ผู้นำออสเตรเลียเยือนอินโดนีเซียเพื่อหารือด้านการค้า

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 6 มิ.ย.65 ว่า นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย พร้อมด้วยนายดอน ฟาร์เรล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า และนางเพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะนักธุรกิจชาวออสเตรเลียเดินทางเยือนอินโดนีเซีย โดยเข้าพบประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย เพื่อหารือเกี่ยวกับการค้า การลงทุน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความมั่นคง อีกทั้งยังมีกำหนดเข้าพบ ดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน และจะเดินทางไปยังเมือง Makassar ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย นอกจากนี้ นายอัลบาเนซี กล่าวแสดงความปรารถนาที่จะกระชับความสัมพันธ์กับอาเซียนท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชีย-แปซิฟิก และย้ำถึงความสำคัญของอินโดนีเซียต่อออสเตรเลียทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ นางหว่อง เข้าพบนางเร็ตโน มัรซูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ 5 มิ.ย.65

The Intelligence Weekly Review (05/06/2022)

The Intelligence Weekly Review นำเสนอความเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลกในแต่ละภูมิภาคให้ท่านผู้ฟังรู้ทันเหตุการณ์ เห็นความสำคัญ และนำมุมมองของเราไปใช้ประโยชน์กันต่อไป

ไขข้อข้องใจ…ทำไม ผู้นำสหรัฐอเมริกาสนใจเซมิคอนดักเตอร์ในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น

ไม่น่าจะช้าไป หากจะขอเล่าสู่กันฟังว่าทำไม ผู้นำสหรัฐอเมริกาสนใจมากมายเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor) ในห้วงที่เยือนเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 20 – 23 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ทั้งที่เป้าหมายสำคัญของการเยือนครั้งนี้ คือ การกระชับความร่วมมือในภูมิภาคและเตรียมรับมือกับจีน พร้อมทั้งเปิดตัวกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework – IPEF) ว่าด้วยเรื่องของการค้า ห่วงโซ่อุปทาน โครงสร้างพื้นฐาน มาตรการด้านภาษีและต่อต้านทุจริต เป็นต้น “เซมิคอนดักเตอร์” หรือที่ตามศัพท์บัญญัติราชบัณทิตยสถาน 2549 กำหนดไว้ในภาษาไทยว่า “สารกึ่งตัวนำ” ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ทำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิป หรือแผงวงจร นั้น ทำให้เอเชีย-แปซิฟิก เป็นภูมิภาคที่อยู่ในใจของสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก เพราะการแพร่ระบาดของโควิด 19 ตั้งแต่ปี 2563 ทำให้ทั่วโลกเผชิญปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะบริษัทของสหรัฐอเมริกาและบริษัทที่ลงทุนในสหรัฐอเมริกา เช่น บริษัท Apple และ บริษัท Sony ที่เผชิญปัญหากับการมีเซมิคอนดักเตอร์ไม่เพียงพอในการผลิตคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ บริษัท General Motors Company (GM) ผู้ผลิตรถยนต์ที่ตั้งอยู่ในอเมริกาเหนือเคยต้องสั่งปิดบริษัทชั่วคราวกว่า…

ชาวลาวบางส่วนเดินทางเข้าไทยเพื่อเติมน้ำมันเชื้อเพลิง

เว็บไซต์ สำนักข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 31 พ.ค.65 ว่า ชาวลาวจำนวนหนึ่งเดินทางเข้าไทยเพื่อมาเติมน้ำมันเชื้อเพลิงใน จ.หนองคาย โดยเฉพาะที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. เนื่องจากลาวประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในไทยถูกกว่า โดยราคาน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซลในไทยอยู่ที่ 44.50 และ 32.59 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในลาวอยู่ที่ประมาณ 46 และ 45 บาทต่อลิตร ตามลำดับ ทั้งนี้ นครหลวงเวียงจันทน์มีที่ตั้งห่างจาก จ.หนองคาย  20 กิโลเมตร และห่างจากศูนย์การค้าขนาดใหญ่ใน จ.อุดรธานี 80 กิโลเมตร

รัสเซียพร้อมเปิดกว้างสำหรับการเจรจากับยูเครนเพื่อลงนามข้อตกลงสันติภาพ

สำนักข่าวTass ของรัสเซีย รายงานอ้างคำกล่าวของนาง Valentina Matviyenko ประธานสภาสหพันธรัฐรัสเซีย (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ระหว่างการประชุมร่วมกับประธานาธิบดี Filipe Nyusi ของโมซัมบิก เมื่อ 31 พ.ค.65 ว่า รัสเซียพร้อมเปิดกว้างสำหรับการเจรจากับยูเครน เพื่อลงนามในข้อตกลงที่จะนำไปสู่สันติภาพ ซึ่งรัสเซียเห็นถึงความจำเป็นในการแก้ปัญหาทางการทูตและสันติวิธี และต้องเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย แต่รัสเซียไม่เห็นปฏิกิริยาตอบสนองจากฝ่ายยูเครน โดยก่อนที่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนเมื่อ 24 ก.พ.65 รัสเซียเจรจากับประเทศตะวันตกและสหรัฐฯ เพื่อเรียกร้องในการให้หลักประกันด้านความมั่นคง ความปลอดภัยร่วมกันในทวีปยุโรป โดยจัดทำเป็นเอกสารลายลักษณ์อักษร แต่ไม่ได้รับการตอบสนองที่เพียงพอ อีกทั้ง ยูเครนวางแผนกวาดล้างชาวรัสเซียในแคว้นโดเนตสค์และลูฮันสค์ ทำให้รัสเซียไม่มีทางเลือกอื่นเพื่อปกป้องชาวรัสเซียในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวกับประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdogan ของตุรกีว่า ต้องการพบปะประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย อนึ่ง การเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครนเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ 28 ก.พ.65 มีการประชุมหลายครั้งที่เบลารุส และการเจรจาในรูปแบบการประชุมระยะไกล ก่อนจะจัดเจรจาแบบพบปะอีกครั้งที่กรุงอิสตันบูล ตุรกี เมื่อ 29 มี.ค.65 อย่างไรก็ตาม…

สหรัฐฯ ส่งระบบขีปนาวุธ HIMARS ให้ยูเครนมูลค่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ระบุเมื่อ 1 เมิ.ย.65 ว่า สหรัฐฯ ส่งระบบขีปนาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยจำนวน 4 ระบบให้ยูเครน เพื่อรับมือกับรัสเซีย รวมมูลค่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาทิ ระบบจรวดหลายลำกล้อง (High Mobility Artillery Rocket System-HIMARS) ที่มีระยะโจมตีไกลกว่า 80 กิโลเมตร ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าปืนครกที่สหรัฐฯ ส่งให้ยูเครนก่อนหน้านี้ และสหรัฐฯ จะฝึกอบรมทหารยูเครนเป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ เพื่อให้ใช้งานระบบดังกล่าวได้ โดยยูเครนให้คำมั่นว่าจะไม่ใช้ขีปนาวุธที่สหรัฐฯ สนับสนุนเพื่อโจมตีข้ามพรมแดนไปรัสเซีย พร้อมกันนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าจะคงบทบาทนำในเวทีโลกเพื่อให้การช่วยเหลือยูเครน ทั้งนี้ ระบบ HIMARS มีศักยภาพต่ำกว่าระบบจรวดหลายลำกล้อง (Multiple Launch Rocket System-MLRS) ที่รัสเซียวิตกกังวลก่อนหน้านี้ และเตือนว่า หากสหรัฐฯ ส่ง MLRS ให้กับยูเครนจะถือเป็นการล้ำเส้น

ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ประเด็นเกาหลีเหนือ จะเยือนเกาหลีใต้

นายซุง คิม ผู้แทนพิเศษของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประเด็นเกาหลีเหนือ จะเยือนเกาหลีใต้ระหว่าง ๒-๔ มิ.ย.๖๕ เพื่อหารือกับผู้แทนเกาหลีใต้และญี่ปุ่น เกี่ยวกับสถานการณ์และการฟื้นฟูสันติภาพในคาบสมทุรเกาหลี รวมทั้งท่าทีของนานาชาติต่อการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ และการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในเกาหลีเหนือ พร้อมกันนี้ ผู้แทนเศษของสหรัฐฯ ยืนยันว่าสหรัฐฯ ต้องการเจรจากับเกาหลีเหนือ และต้องการให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์