โปแลนด์อาจเรียกร้องให้เนโตจัดหารือกรณีขีปนาวุธรัสเซียตกในดินแดนโปแลนด์

สำนักข่าว CNN รายงานว่าโปแลนด์อาจอ้างอิงมาตรา 4 ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติเหนือ(เนโต) เพื่อเรียกร้องให้เนโตจัดหารือกรณีรัสเซียยิงขีปนาวุธเข้ามาตกยังบริเวณใกล้หมู่บ้าน Przewodow ในโปแลนด์ เมื่อ 15 พ.ย.65 ห่างจากพรมแดนยูเครน-โปแลนด์ 4 ไมล์ ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 2 ราย ซึ่งสร้างความกังวลว่าสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน อาจขยายขอบเขตเข้ามายังดินแดนของชาติสมาชิกเนโตด้วย แม้จะยังไม่ชัดเจนว่ามีการยิงขึ้นจากจุดใด และเหตุใดจึงมาตกยังพื้นที่โปแลนด์ สำหรับมาตรา 4 ของเนโต เป็นกระบวนการปรึกษาหารือที่เปิดทางให้สมาชิกนำประเด็น เฉพาะอย่างยิ่งด้านความมั่นคง ที่เห็นว่าส่งผลกระทบหรือเป็นภัยคุกคาม เช่น บูรณภาพทางดินแดน ความเป็นอิสระหรือความมั่นคงทางการเมือง เข้าสู่การหารือในสภาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Council) ซึ่งเป็นกลไกการตัดสินใจของเนโต โดยเนโตมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างหลักประกันเสรีภาพและความมั่นคงแก่ชาติสมาชิกผ่านกระบวนการทางการเมืองและทางทหาร และมาตรา 5 ของเนโตระบุว่าการโจมตีพันธมิตรชาติใดชาติหนึ่งในเนโต ถือเป็นการโจมตีพันธมิตรทั้งหมดในเนโตด้วย ทั้งนี้ นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการเนโตระบุว่าจำเป็นต้องสืบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมด ส่วนชาติสมาชิกเนโต อาทิ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ แสดงความห่วงกังวลต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยสหรัฐฯ จะส่งทีมผู้เชี่ยวชาญมายังพื้นที่เกิดเหตุเพื่อร่วมปฏิบัติการสืบสวน ขณะที่สมาชิกเนโตในกลุ่มรัฐแถบบอลติก อาทิ…

สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนจะเสด็จเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมผู้นำเอเปค

สำนักข่าว Borneo Bulletin รายงานเมื่อ 16 พ.ย.65 ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนจะเสด็จเยือนไทย เพื่อทรงเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ระหว่าง 18-19 พ.ย.65 โดยทรงมีหมายกำหนดการจะเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ร่วมกับผู้นำอื่นที่มาร่วมประชุม และจะทรงรับฟังการบรรยายสรุปจากกรรมการผู้จัดการใหญ่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund -IMF) เกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2565 ทั้งนี้ บรูไนถือเป็นสมาชิกดั้งเดิมและเป็น 1 ใน 12 ประเทศผู้ก่อตั้งเอเปค เมื่อปี 2532   Credit ภาพ : VOA

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะพบหารือทวิภาคีกับ นรม.ไทย

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 15 พ.ย.65 ว่ารองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส จะพบหารือกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใน 19 พ.ย.65 หลังการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค โดยจะเน้นย้ำการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ และไทย อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจ การส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนสถานการณ์และพัฒนาการความมั่นคงภายในภูมิภาค และโลก เฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ในเมียนมา

นรม.ออสเตรเลียพบหารือกับประธานาธิบดีจีนนอกรอบการประชุม G20

นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 15 พ.ย.65 หลังการพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน นอกรอบการประชุมสุดยอด G20 ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย ว่า เป็นก้าวสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียและจีน โดยได้หารือในประเด็นความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี มาตรการทางเศรษฐกิจของจีน การให้ความช่วยเหลือทางกงสุลกับชาวออสเตรเลียที่ถูกควบคุมตัวในจีน และสิทธิมนุษยชนในซินเจียง รวมทั้งการฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างออสเตรเลียและจีน ใน ธ.ค.65 นอกจากนี้ นายอัลบาเนซี ยังเรียกร้องให้จีนกดดันรัสเซีย เฉพาะอย่างยิ่งการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์  ทั้งนี้รัฐบาลออสเตรเลียยืนยันที่จะดำเนินความสัมพันธ์โดยรักษาผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ และพัฒนาความสัมพันธ์ภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม (Comprehensive Strategic Partnership-CSP) ขณะเดียวกัน สำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลีย รายงานในวันเดียวกัน ว่า การพบหารือระหว่างผู้นำออสเตรเลียและจีนเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยประธานาธิบดีสี กล่าวถึงความสำคัญในการฟื้นฟู รักษา และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนและออสเตรเลีย และแสดงท่าทีเชิงบวกต่อนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย

ผู้นำอินโดนีเซียเรียกร้องความร่วมมือของสมาชิกในการกล่าวเปิดการประชุมกลุ่ม G20

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย กล่าวเปิดการประชุม G20 เมื่อ 15 พ.ย.65 เรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการยกระดับความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโลก และร่วมมือกันยุติสงคราม ซึ่งมีนัยถึงสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ที่ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้หรือสูญเสียผลประโยชน์จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน และย้ำว่า การดำเนินไปของสงครามจะยิ่งทำให้ความร่วมมือต่าง ๆ บรรลุผลสำเร็จยากขึ้น ทั้งนี้ อินโดนีเซียในฐานะประธานกลุ่ม G20 ปี 2565 พยายามย้ำบทบาทการเป็นคนกลางประสานความขัดแย้งระหว่างประเทศสมาชิก แม้ว่าหลายฝ่ายประเมินว่า การประชุม G20 ครั้งนี้ อาจไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมได้ และอาจไม่มีการถ่ายรูปหมู่ของผู้นำและผู้แทนประเทศสมาชิก เนื่องจากผู้นำหลายประเทศแสดงความไม่สบายใจหากต้องถ่ายรูปหมู่ร่วมกับนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย   Credit ภาพ : AP

ประธานาธิบดีไบเดนเน้นย้ำจุดยืนของสหรัฐฯ กับผู้นำจีน

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 14 พ.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ที่บาหลี อินโดนีเซีย โดยสหรัฐฯ ระบุจะยังคงแข่งขันกับจีนอย่างจริงจังต่อไป แต่การแข่งขันไม่ควรนำไปสู่ความขัดแย้ง ซึ่งสหรัฐฯ และจีนต้องจัดการอย่างมีความรับผิดชอบและรักษาช่องทางติดต่อระหว่างกัน รวมถึงต้องทำงานร่วมกันเพื่อจัดการกับความท้าทายข้ามชาติ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคของโลก ความมั่นคงด้านสาธารณสุข และความมั่นคงทางอาหาร ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หยิบยกข้อห่วงกังวลต่าง ๆ ขึ้นหารือ ได้แก่ แนวปฏิบัติของจีนในเขตปกครองตนเองซินเจียง ทิเบต และฮ่องกง การต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสถานะเดิม (status quo) เพียงฝ่ายเดียว รวมถึงการคัดค้านการกระทำที่บีบบังคับและก้าวร้าวของจีนต่อไต้หวัน นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองยังแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายระดับโลกและภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ในยูเครน ซึ่งเน้นย้ำการต่อต้านการใช้หรือภัยคุกคามจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในยูเครน และพฤติกรรมยั่วยุของเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจีนเห็นพ้องที่จะให้นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนจีนเพื่อติดตามผลการหารือต่อไป Credit ภาพ : VOA

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้พบหารือกับประธานาธิบดีจีนนอกรอบการประชุม G20

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 15 พ.ย.65 ว่า ประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อล ของเกาหลีใต้ พบหารือครั้งแรกกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน นอกรอบการประชุมสุดยอด G20 ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย โดยผู้นำเกาหลีใต้ระบุว่า จีนมีบทบาทสำคัญต่อเสรีภาพ สันติภาพ และความมั่งคั่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและโลก และเกาหลีใต้จะพัฒนาความสัมพันธ์กับจีนบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการส่งเสริมการสื่อสารและความร่วมมือ เฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือภายใต้กลไกพหุภาคี อาทิ การประชุมสุดยอด G20 หรือการร่วมจัดตั้งกรอบความร่วมมือพหุภาคีตามข้อเสนอของผู้นำจีน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมในประเด็นคาบสมุทรเกาหลี โดยผู้นำเกาหลีใต้เรียกร้องให้จีนแสดงบทบาทเชิงรุกและสร้างสรรค์ในการจัดการปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ขณะที่ผู้นำจีนคาดหวังว่า เกาหลีใต้จะแสดงบทบาทเชิงรุกในการพัฒนาความสัมพันธ์สองเกาหลี และจีนพร้อมสนับสนุนข้อเสนอของเกาหลีใต้ในการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและมนุษยธรรมแก่เกาหลีเหนือภายใต้ Audacious Plan หากเกาหลีเหนือยอมรับข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งมีเงื่อนไขให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งนี้ ผู้นำเกาหลีใต้และจีนต่างเชิญอีกฝ่ายเยือนประเทศในโอกาสต่อไป Credit ภาพ : Yonhap News Agency  

ผอ.CIA พบหารือกับ ผอ.SVR ของรัสเซียที่ตุรกี

สำนักข่าววีโอเอ รายงานเมื่อ 14 พ.ย.65 ว่า นายวิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency-CIA) พบหารือกับนาย Sergey Naryshkin ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ (Foreign Intelligence Service-FIS หรือ SVR)ของรัสเซีย ที่กรุงอังการา ตุรกี ซึ่งเป็นการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และรัสเซียครั้งแรกนับตั้งแต่การรุกรานยูเครนของรัสเซียเมื่อ 24 ก.พ.65 โดยนายเบิร์นสได้สื่อสารถึงผลที่ตามมาหากรัสเซียใช้อาวุธนิวเคลียร์ต่อยูเครน พร้อมกับหยิบยกกรณีชาวอเมริกันที่ถูกกุมขังอย่างไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ดี การหารือครั้งนี้ไม่มีการเจรจาเกี่ยวกับการยุติสงครามในยูเครน เนื่องจากสหรัฐฯ ยึดมั่นต่อหลักการพื้นฐานที่ว่าจะไม่มีการกล่าวถึงยูเครนโดยไม่มีผู้แทนยูเครนร่วมด้วย   Credit ภาพ : stars and stripes,en.topwar.ru

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค เมื่อ 16 พ.ย.65 หารือเกี่ยวกับการผลักดันการขับเคลื่อนเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) และสนับสนุนการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานระหว่างสมาชิกเอเปค เพื่อเสนอต่อให้กับที่ประชุมรัฐมนตรีเอเปค ใน 17 พ.ย.65

รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ของสหรัฐฯ

รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ของสหรัฐฯ จะพบหารือทวิภาคีกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค โดยจะเน้นย้ำความเป็นพันธมิตรระหว่างกัน การบรรเทาผลกระทบของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และพูดคุยในประเด็นเมียนมา